“ช้างศึก” ไม่แพ้ เวียดนาม แต่ก็ไม่ได้แชมป์กลับมา

สกอร์ตาม 0-2 และไปเล่นบ้านเขาเป็นภาระหนัก

แต่ ยศกร บูรพา จุดประกายความหวัง ยิงนาทีที่ 12 ผ่าน แพทริก เลอ เกียง โกลที่ คิมซังซิก บอกว่านัดก่อน โรนัลโด้ หรือ เมสซี ก็ยิงไม่ได้

สกอร์รวมไล่ 1-2 และครองเกมเหนือกว่า จบครึ่งแรกเปอร์เซ็นต์ครองบอล 70-30 เลย

จุดเปลี่ยนต้นครึ่งหลัง ได้จุดโทษ คคนะ คำยก ลุกมายิงเอง แต่ “เบิร์ด” นาทีที่ 48

แถม 4 นาทีต่อมา โดฮวงเฮน ยิงชนเสา บอลโดนขา ฉัตรชัย บุตรพรม เข้าไป

จากนั้นโมเมนตัมเกมเปลี่ยน เวียดนาม กล้าเล่น ส่วน ไทย อ่อนแรงตามคาด

วันชัย จารุนงคราญ ลงมายิงนำ 2-1 นาทีที่ 85 แต่เขาก็มาทำเข้าประตูตัวเอง นาทีที่ 90+4 จบเกม 2-2 และไทยแพ้ 2-4

เป็นเกมที่อะไรอาจไม่เข้าทาง ฮึดแล้ว ยิงนำแล้ว แต่โชคร้ายเหลี่ยมบอลเข้าประตูตัวเอง 2 ลูก

แถมยิงจุดโทษไม่เข้าอีก ทั้งที่ 4 ลูกที่ได้ก่อนหน้า ไม่มีพลาด

แอนโธนี ฮัดสัน และทีมชาติไทยชุดนี้ จบอาเซียนคัพ ด้วย “รองแชมป์”

มองภาพรวม ก็โอเค นี่คือศึกอาเซียนก็จริง แต่ไทยไม่ได้ลงในฐานะ “ตัวเต็ง”

อย่าลืมว่าต้นทุนเราต่ำกว่าเยอะ

ไม่พร้อมตั้งแต่เริ่ม เพราะหาตัวยากเย็น เนื่องจากไม่ใช่ฟีฟ่าเดย์ จะเน้นชุดดาวรุ่ง ดาวรุ่งก็ไม่พอ ต้องเอาเท่าที่ได้

ซ้อมช้ากว่าชาวบ้านเขา เร่งฟิตไม่ทัน มาเจอการเตะถี่ๆ

ตรงนี้ ต่างจากเวียดนาม สั่งสโมสรทำอะไรก็ได้ เพื่อจะเอาแชมป์อาเซียน เก็บตัว 2 เดือน ยังกะไทยยุค “ดรีมทีม”

ถือว่าไทยจบแบบไม่เสียหน้ามากมาย เป็นไปตามหน้าเสื่อ ลงทุนน้อย ก็กำไรน้อย

และคิดแง่ดี ก็มีดาวรุ่งขึ้นมาให้เลือก อูแซมมา เทียงคาม, วาริส ชูทอง, ชัยพล อดทน, เจะฮานาฟี มามะ, ชวัลวิทย์ แซ่เล้า ไหนจะพวกที่ล่วงหน้ามาแล้ว เสกสรรค์ ราตรี, คคนะ คำยก, ยศกร บูรพา

ถือเป็นข้อดีในการลงแข่งอาเซียนคัพหนนี้

ไม่ได้แชมป์ ช่างเถอะ

ในความผิดหวังก็ยังมีมุมดี

คิดแบบนี้ก็สบายใจ…(ไหม).

***วุฒินล***