เริ่มเข้าสู่ช่วงไตรมาสสุดท้าย อีก 3 เดือนจะสิ้นปี 2569  สารพัดมรสุมหลากหลายปัญหาใหญ่ หลากหลายเรื่องราวยังคงถาโถมใส่ รัฐบาลหนู ชนิดต่อเนื่องไม่ขาดสาย

อย่างเรื่อง ดาต้าเซ็นเตอร์ หลังจากฝ่ายค้านและสื่อออกมาแฉปัญหากำลังผุดกลางเมืองกรุง จนทำให้ นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล ต้องสั่งภาครัฐหน่วยงานเกี่ยวข้อง ประชุมด่วน คณะกรรมการนโยบายประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ ครั้งที่ 1/2569 โดยมี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.คลัง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม เร่งกำหนดมาตรการสร้างความเชื่อมั่นพร้อมแก้ระเบียบให้รัดกุมยิ่งขึ้น หลังชาวบ้านเริ่มวิตกกังวล

ขณะที่ ปัญหาทุนข้ามชาติ จากทั่วทุกมุมโลก ไม่ว่าจะมาจากซีกฝั่งยุโรปหรือเอเชีย ได้สร้างปัญหาหลากหลายรูปแบบ จนแทบจะทำให้กฎหมายไทยเป็นเพียง เสือกระดาษ ถูกท้าทาย สะท้อนให้เห็นถึงพฤติกรรมของชาวต่างชาติและทุนข้ามชาติบางกลุ่ม เมื่อมีโอกาสได้เข้ามาปักหลักทำธุรกิจตามแหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง

แต่ใช้ชีวิตโดยไม่เคารพกฎหมายบรรทัดฐานของสังคมไทย ช่วงวันหยุดที่ผ่านมา นายกฯ ซึ่งสวมหมวกอีกใบเป็น รมว.มหาดไทย ตัดสินใจลงดาบขั้นเด็ดขาด สั่งเนรเทศชาวอิสราเอล  บนเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี  ออกนอกราชอาณาจักร คำสั่งเกิดขึ้น ภายหลังศาลจังหวัดเกาะสมุย มีคำพิพากษาว่า ชาวอิสราเอล มีความผิดตามกฎหมายอาญา ม.392 พฤติการณ์ส่งข้อความข่มขู่คุกคามผู้อื่นให้เกิดความกลัวและตกใจ ถือเป็นการกระทำที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดี

ถัดมาไม่กี่วันสั่งเนรเทศ รายที่ 2 ชาวฝรั่งเศส บนเกาะสมุย กลายเป็นสัญญาณเตือนของรัฐบาลอนุทินว่า ความเอื้ออารีในการต้อนรับอาคันตุกะต่างชาติ จะต้องไม่อยู่บนพื้นฐานของการปล่อยให้ใครเข้ามาแสดงอิทธิพลหรือข่มขู่คนไทย

ไม่เพียงแต่ปัญหาพฤติกรรมบนเกาะสมุย ภูเก็ต หรือเกาะพะงัน แม้ในพื้นที่เกษตรกรรมอย่าง อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา แสดงให้เห็นช่องโหว่ของการบังคับใช้กฎหมาย หลังชาวบ้านไปพบการตั้ง สุสานชาวยิว ทั้งที่ใบอนุญาตประกอบกิจการสุสานหมดอายุลงแล้ว แต่ผลการตรวจค้นพบร่างผู้เสียชีวิตถึง 4 ศพ อีกทั้งพบความผิดปกติเรื่องเอกสารขออนุญาตตั้งสุสาน จนสร้างความเคลือบแคลงใจให้กับชุมชนใกล้เคียงที่ทราบข่าว

รูปแบบการได้มาซึ่งที่ดินเหมือนเดิมใช้ นอมินี บังหน้าอำพรางกว้านซื้อที่ดินเพื่อให้บริการเฉพาะกลุ่มชาติเดียวกัน แล้ว ตั้งชุมชนปิด เฉพาะกลุ่มที่คนท้องถิ่นเข้าไม่ถึง จนสร้างความตึงเครียดความไม่ไว้วางใจระหว่างชุมชน เมื่อทำ พฤติกรรมไม่เคารพกฎหมาย กรณีเนรเทศชาวอิสราเอล ถือเป็น จุดเริ่มต้น ของการจัดระเบียบสักที

หากภาครัฐยังคงปล่อยปละละเลย หย่อนยาน หรือเกรงใจทุนต่างชาติจนเกินขอบเขต กฎหมายไทยไม่ต่างอะไรกับ เสือกระดาษ ที่ไร้ความศักดิ์สิทธิ์ เปิดช่องให้ กลุ่มทุนข้ามชาติ ย่ามใจเข้ามาฉวยโอกาสแม้กระทั่งใจกลางกรุงเทพมหานคร ยังสามารถลงทุนทำ ผับหรูทุนจีน ย่านห้วยขวาง

เย้ยกฎหมาย ไร้ใบอนุญาต  แถมกล้าใช้ระบบรับชำระเงินผ่านแอปพลิเคชันจีน หลบเลี่ยงการตรวจสอบภาษี  ไม่แตกต่างจาก ธุรกิจศูนย์เหรียญ ก่อนหน้านี้ จนฝ่ายปกครองต้องส่งสายลับเข้าไปตรวจสอบ ก่อนจะเปิดปฏิบัติการบุกทลายจับกุมชนิดหลักฐานมัดแน่น 

เมื่อกล้าที่จะงัดมาตรการเฉียบขาด ลงดาบเนรเทศ ชาวอิสราเอล-ชาวฝรั่งเศส ละเมิดกฎหมายได้ มาตรฐานเดียวกันนี้ก็ต้องถูกนำไปใช้อย่างเท่าเทียม เด็ดขาดเสมอภาคกันทุกๆชาติที่เข้ามาสร้างปัญหา ไม่เว้นแม้ กลุ่มจีนเทา ตลอดจน สารพัดทุนข้ามชาติ จากทุกมุมโลกที่เข้ามาใช้ไทยเป็นฐานกระทำความผิด

คงไม่ใช่แค่เขียนเสือให้วัวกลัวชั่วครั้งชั่วคราว  ต้องเปิดประตูเอาจริงเพื่ออนาคตของประเทศจะยังคงเป็นแดนสวรรค์เมืองท่องเที่ยวที่ปลอดภัย ทุกชาติให้ความเคารพซึ่งกันและกันอย่างแท้จริง หากทำผิดต้องถูกเนรเทศเช่นนี้!.

เชิงผา

คลิกอ่านบทความทั้งหมดได้ที่นี่