แม้การผ่าตัดครั้งแรกจะเอาก้อนออกได้หมด ก็ยังมีโอกาสพบความผิดปกติใหม่ในอนาคตได้ ดังนั้นการติดตามด้วยการตรวจ CT Scan อย่างสม่ำเสมอจึงมีความสำคัญมาก

กรณี “กลับมาเป็นซ้ำ” จะพิจารณาอย่างน้อย 4 เรื่อง ได้แก่  1. กลับมาเป็นที่ไหน ถ้าเป็นเพียงจุดเดียวหรือมีจำนวนจำกัด เช่น ก้อน
เล็ก ๆ ในปอดอีกตำแหน่งหนึ่ง โดยไม่มีการกระจายไปทั่วร่างกาย การรักษาเฉพาะจุด เช่น การผ่าตัดหรือฉายแสง อาจมีบทบาท แต่ถ้าตรวจแล้วพบว่ามีการกระจายหลายตำแหน่ง เช่น กระดูก ตับ สมอง ต่อมน้ำเหลือง หลาย ๆ จุดเพิ่มขึ้น การรักษาหลักมักจะไม่ใช่การผ่าตัด แต่เป็นการรักษาด้วยยา เช่น ยาพุ่งเป้าหรือยาภูมิคุ้มกันบำบัดหรือเคมีบำบัด ตามความเหมาะสม

2. เมื่อมะเร็งเดิมกลับมาหรือเป็นมะเร็งก้อนใหม่ ถ้ายังอยู่ในโรคมะเร็งระยะต้น ก็อาจรักษาด้วยการผ่าตัด เพื่อหวังผลหายขาดได้อีกครั้ง

3. ปอดที่เหลือแข็งแรงพอหรือไม่ การผ่าตัดครั้งที่สองต้องคิดมากกว่าครั้งแรก เพราะคนไข้เสียเนื้อปอดไปบางส่วนแล้ว จึงต้องประเมินว่าหากตัดเพิ่ม ปอดที่เหลือจะเพียงพอต่อการใช้ชีวิตหรือไม่ รวมถึงดูสมรรถภาพหัวใจ ปอด อายุ โรคประจำตัว และความแข็งแรงโดยรวมของผู้ป่วยบางราย จึงไม่จำเป็นต้องตัดปอดออกมาก อาจเลือกการผ่าตัดแบบ wedge resection หรือ segmentectomy เพื่อเก็บเนื้อปอดไว้ให้มากที่สุด หากเหมาะสมในทางมะเร็งวิทยา

4.มีทางเลือกอื่นที่เหมาะกว่าการผ่าตัดหรือไม่ ปัจจุบันการรักษามะเร็งปอดไม่ได้มีแค่ “ผ่าหรือไม่ผ่า” บางรายเหมาะกับการฉายแสงเฉพาะจุด เช่น SBRT บางรายควรได้รับยาพุ่งเป้าหรือภูมิคุ้มกันบำบัดและบางรายอาจใช้การรักษาหลายวิธีร่วมกัน

“ผมเคยพบผู้ป่วยหลายรายที่เคยผ่าตัดมาแล้ว แต่เมื่อติดตาม CT พบก้อนใหม่ตั้งแต่ยังเล็ก ตรวจเพิ่มเติมแล้วไม่พบการกระจาย และสมรรถภาพปอดยังดี คนไข้กลุ่มนี้บางรายสามารถผ่าตัดครั้งที่สอง หรือมากกว่านั้นได้ ในทางกลับกันไม่ใช่ทุกก้อนที่ควรรีบผ่า เพราะหากโรคกระจายไปหลายตำแหน่ง การผ่าตัดก้อนหนึ่งออกอาจไม่ได้เปลี่ยนผลการรักษาโดยรวม และการรักษาด้วยยาอาจมีความสำคัญมากกว่า เพราะฉะนั้น หลังผ่าตัดแล้ว สิ่งสำคัญคือ อย่าหายไปจากการติดตามตรวจ CT ตามกำหนด และถ้าวันหนึ่งพบก้อนใหม่ ก็ประเมินและร่วมกันวางแผนโดยทีมแพทย์ที่ดูแลมะเร็งปอด”. 

อภิวรรณ เสาเวียง