“ปราบสำเร็จ..แต่ไม่จนมุม” แก๊งค้ายาถูกต้อนเข้าคอก ภายใต้การอำนวยการ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. และ ผอ.ศอ.ปส.ตร. ดูแลงานป้องกันปราบปรามยาเสพติด แถลงจับยารายวัน พร้อมของกลางบิ๊กลอต โดยเฉพาะเดือน ก.ย. 2569 จับแล้วไม่ต่ำกว่า 2 ตัน หรือมากกว่า 2,000 กิโล อาทิ ยาไอซ์, เคตามีน และยาบ้า เป็นผลรวมจากทุก บช. อาทิ บช.น., บช.ก., บช.ปส. และยังไม่รวมตำรวจภูธรภาค 1-9 และ ตชด. กรณีล่าสุดเมื่อวันที่ 18 ก.ย. ตำรวจทางหลวง โดย พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. และ พล.ต.ต.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผบก.ทล. สั่งการให้ พ.ต.อ.ภคพล สุชล ผกก.2 บก.ทล. นำกำลังเจ้าหน้าที่ กก.2 บก.ทล. ไล่ล่าจับกุม ซึ่งมีอดีตตำรวจถูกให้ออกจากราชการมีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ทำหน้าที่ขับรถนำขบวนลำเลียงยาเสพติดไปส่งลูกค้าที่ จ.สุราษฎร์ธานี ถือเป็นการตัดเนื้อร้าย กอบกู้ศักดิ์ศรีองค์กรตำรวจไทยได้เป็นอย่างดี

“ดาวประดับฟ้า” สัปดาห์นี้ ขอพาไปทำความรู้จัก พ.ต.อ.ภคพล สุชล ผกก.2 บก.ทล. ชื่อเล่น “เดี่ยว” เกิดวันที่ 12 เมษายน 2525 พื้นเพเป็นชาวจังหวัดสิงห์บุรี การศึกษาชั้นมัธยมจบจากโรงเรียนสิงห์บุรี สอบเข้าเป็นนักเรียน โรงเรียนเตรียมทหาร (ตท.) รุ่นที่ 43 และ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ (นรต.) รุ่นที่ 59
เริ่มรับราชการ รอง สว.ประจำ รร.นรต., พนักงานสอบสวน (สบ 1) สภ.เมืองสงขลา จว.สงขลา, พนักงานสอบสวน (สบ 1) สภ.เมืองภูเก็ต จว.ภูเก็ต, รอง สว.จร.สภ.เมืองภูเก็ต, รอง สว.กก.ดส.บช.น., สว.ฝอ.7 บก.อก.บช.น., สว.สส.สน.จรเข้น้อย, สว. ฝอ.3 บก.อก.บช.ศ., สว. กก.1 บก.ป., รอง ผกก.1 บก.ป., สวญ.ส.ทล.2 กก.8 บก.ทล., รอง ผกก.5 บก.ปคม. ขึ้น ผกก. กลุ่มงาน ถปภ.บก.ทล. และ มาเป็น ผกก.2 บก.ทล. ในปัจจุบัน

เปิดแฟ้มผลงาน “ผกก.เดี่ยว” บทบาทการปฏิบัติหน้าที่และการปราบปรามอาชญากรรม เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2566 ได้รับความไว้วางใจจากผู้บังคับบัญชา ให้มารักษาการในตำแหน่ง ผู้กำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจทางหลวง (ผกก.2 บก.ทล.) ในช่วงที่เกิดเหตุการณ์สำคัญกรณี “กำนันนก” ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นและความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ จนสามารถคลี่คลายสถานการณ์และนำพื้นที่กลับเข้าสู่ภาวะปกติได้ ต่อมาในเดือนพฤศจิกายน 2566 ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ผกก.2 บก.ทล. อย่างเป็นทางการ และได้กำหนดแนวทางการทำงานโดยให้ความสำคัญกับการปราบปรามอาชญากรรมที่สร้างความเดือดร้อนและความเสียหายให้แก่ประชาชน
โดยเฉพาะอาชญากรรมที่มีลักษณะเป็นขบวนการมีเครือข่ายและมีความเชื่อมโยงทั้งในประเทศและต่างประเทศ ยึดหลัก “กฎหมายต้องใช้กับทุกคนอย่างเสมอภาค ไม่ว่าผู้กระทำผิดจะเป็นใคร หรือมีอิทธิพลมากเพียงใด” โดยได้นำแนวทางการทำงานที่ท่าน พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ได้มอบไว้ขณะดำรงตำแหน่ง ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ว่าตำรวจทางหลวงต้องมุ่งเน้นการทำงานเชิงรุก สืบสวนขยายผล และดำเนินการให้ถึงต้นตอของอาชญากรรม เราจึงปรับแนวคิดจากการเป็นตำรวจทางหลวงที่เน้นการตรวจจับความผิดซึ่งหน้า ไปสู่ “ตำรวจทางหลวงยุคใหม่” ที่ต้องรู้เท่าทันอาชญากรรม มองให้ลึกกว่าคดีที่อยู่ตรงหน้า และขยายผลให้ครบทุกมิติ ทั้งผู้ร่วมขบวนการ ผู้สั่งการ และเครือข่ายที่อยู่เบื้องหลัง เพื่อไม่ให้การปราบปรามหยุดอยู่เพียงปลายเหตุ แต่สามารถตัดวงจรอาชญากรรมและสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชนได้อย่างแท้จริง

จนนำไปสู่การปฏิบัติการสำคัญหลายคดี อาทิ 1. ปฏิบัติการ “Highway Gray Market” ทลายแก๊งหลอกจำนำรถและส่งรถข้ามแดน พบความเสียหายกว่า 100 ล้านบาท 2. ทลายขบวนการ “โจรกรรม-ฟอกขาวรถ” ขบวนการเช่ารถแล้วเชิดหนี ก่อนนำรถไปปลอมแปลงเอกสาร เปลี่ยนแปลงทะเบียน และทำให้รถที่ถูกโจรกรรมกลับมามีสถานะเสมือนถูกต้องตามกฎหมาย 3. ปฏิบัติการ “CAR SCAMS” ทลายเครือข่ายฉ้อโกงประชาชน โดยหลอกจำนำรถแล้วนำไปจำหน่ายในตลาดมืดทั้งในประเทศและต่างประเทศ มูลค่าความเสียหายกว่า 100 ล้านบาท 4. ปฏิบัติการ “Fast Fraud Furious-ล่า Young Mastermind” จับกุมเครือข่ายที่มีผู้วางแผนซึ่งเป็นอดีตแชมป์ประเทศไทยด้านโครงงานธุรกิจของมหาวิทยาลัยชื่อดัง ลักทรัพย์รถยนต์กว่า 24 คัน 5. ปฏิบัติการทลาย “คอกม้าพูลวิลล่า” ทลายขบวนการที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดในพื้นที่พูลวิลล่า ความเสียหายรวมกว่า 30 ล้านบาท
6.ทลายขบวนการ “ฟอกเงิน-ฟอกคน” ขยายผลเครือข่ายอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงินและการนำพาบุคคลเข้าสู่ขบวนการ พบความเสียหายประมาณ 900 ล้านบาท และ 7. ทลายขบวนการฟอกเงินข้ามชาติ “คอกม้ารังมังกร อันดับ 3 ปอยเปต” ขยายผลไปถึงเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ สามารถบุกรวบหัวหน้าเครือข่ายฝั่งไทยและจับกุมตัวการสำคัญระดับสั่งการในประเทศไทย พร้อมเครือข่ายรวม 4 ราย จากการออกหมายจับผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องรวม 10 ราย ซึ่งมีทั้งชาวไทย จีน และกัมพูชา ความเสียหายรวมกว่า 3,000 ล้านบาท 8. ปฏิบัติการ “Highway Scam Hunter EP.4” เดินหน้าปราบปรามเครือข่ายหลอกลวงประชาชน สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 26 ราย พบมูลค่าความเสียหายประมาณ 4,000 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีผลการจับกุมเรื่องยาเสพติดได้อีกเป็นจำนวนมาก อาทิ ตรวจยึดยาบ้ากว่า 68.9 ล้านเม็ด ยาไอซ์กว่า 1.3 ตัน และเฮโรอีนกว่า 62 กิโลกรัม และจับกุมต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองได้ 3,150 คน และจับกุมคนไทยที่ให้การช่วยเหลือหรือเป็นผู้นำพา 155 คน ทั้งนี้ให้ความสำคัญกับการ “ตัดวงจรอาชญากรรมและลดความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับประชาชน”

รางวัลและใบประกาศเกียรติคุณ ดังนี้ 1.ใบประกาศเกียรติคุณ ข้าราชการตำรวจผู้ปฏิบัติงานในสายงานป้องกันปราบปรามดีเด่น ประจำปี 2568 จาก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ 2.เกียรติบัตรผลการปฏิบัติดีเด่น ประจำเดือนมกราคม 2568 (ปฏิบัติการ Highway Gray Market) จับแก๊งหลอกจำนำรถส่งข้ามแดน ความเสียหายกว่า 100 ล้านบาท จาก พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช 3.ใบประกาศเกียรติคุณ ข้าราชการตำรวจผู้ปฏิบัติหน้าที่ “ด้านสืบสวนปราบปรามดีเด่น ระดับ รอง ผบก.-ผกก. อันดับ 1” จาก กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ปี 2569 4. โล่ประกาศเกียรติคุณ “TOP COP’S ประจำปี 2026” จาก นิตยสาร COP’S 5.ใบประกาศเกียรติคุณ ข้าราชการตำรวจที่มีผลการปฏิบัติงานในด้านป้องกันปราบปราม อาชญากรรมดีเด่น ประจำปี พ.ศ. 2568 และ พ.ศ. 2569 จากกองบังคับการตำรวจทางหลวง 6.โล่ประกาศเกียรติคุณ รางวัล “ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ดีเด่น” ด้าน “บริการให้ความปลอดภัยประชาชน บนเส้นทางหลวง” จากสมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย (สนภ.) ในวาระครบรอบ 61 ปี 7. กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจทางหลวง ได้รับรางวัลชนะเลิศ ประเภทหน่วยงาน โครงการ “สุภาพบุรุษจราจร ประชาชนสัญจรปลอดภัย ปีที่ 2” รอบที่ 1 พฤษภาคม-สิงหาคม 2567และรอบที่ 2 กันยายน-ธันวาคม 2567
เมื่อถามถึงก้าวย่างของการมารับหน้าที่ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ผู้กำกับเดี่ยว เล่าว่า “จุดเริ่มต้นของความตั้งใจที่อยากเป็นตำรวจ เกิดขึ้นตั้งแต่สมัยเด็ก จากเหตุการณ์ที่ คุณแม่เคยถูกเพื่อนอาจารย์ด้วยกันฉ้อโกงเงิน แต่ไม่สามารถติดตามเงินที่สูญเสียไปกลับคืนมาได้ เหตุการณ์นั้นทำให้ได้เห็นว่าเมื่อ คนๆ หนึ่งไม่ได้รับความเป็นธรรม ความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นไม่ได้มีเพียงเรื่องของทรัพย์สิน แต่ยังส่งผลต่อความรู้สึกและความเชื่อมั่นในความยุติธรรมด้วย”

ผู้กำกับเดี่ยว เล่าอีกว่า “จากเหตุการณ์ในวันนั้น ทำให้เกิดความคิดตั้งแต่วัยเด็กว่า หากในอนาคตมีโอกาส อยากเป็นคนหนึ่งที่สามารถช่วยเหลือประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม และทำหน้าที่เพื่อให้ข้อเท็จจริงได้รับการพิสูจน์อย่างถูกต้องตามกฎหมาย จึงกลายเป็นแรงบันดาลใจให้ตั้งใจเข้าสู่เส้นทางการรับราชการตำรวจ เพราะมองว่า ตำรวจเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของกระบวนการยุติธรรมที่อยู่ใกล้ชิดกับประชาชน และโดยเฉพาะงานสืบสวนเป็นงานที่ต้องค้นหาความจริง รับฟังทุกฝ่าย และให้ความเป็นธรรมกับทุกคนอย่างเสมอภาค แม้จุดเริ่มต้นจะมาจากเรื่องราวของคนในครอบครัว แต่เมื่อได้เข้ามาเป็นตำรวจจริงๆ ความตั้งใจนั้นได้เปลี่ยน จากความรู้สึกส่วนตัว กลายเป็นความมุ่งมั่นที่จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด เพื่อให้ประชาชนที่เข้ามาพึ่งพากระบวนการยุติธรรมได้รับความช่วยเหลือ และได้รับความเป็นธรรมอย่างที่เขาควรจะได้รับ สำหรับผม การเป็นตำรวจจึงไม่ใช่เพียงอาชีพ แต่เป็นหน้าที่และความรับผิดชอบต่อประชาชน และเป็นโอกาสที่จะได้ใช้ความรู้ ความสามารถ และอำนาจหน้าที่ที่ได้รับ เพื่อปกป้องความถูกต้องและรักษาความยุติธรรมให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม”
เพื่อนร่วมรุ่น อาทิ พ.ต.อ.ภัทรพล ปัทมวงศ์ ผกก.สนับสนุน บก.ป. พ.ต.อ.ธนวัฒน์ หิ้นยกฮิ่น ผกก.5 บก.ป. และ พ.ต.อ.เจษฎา โสมนัส ผกก.ต่อต้านการก่อการร้าย บก.ปพ.

วิสัยทัศน์การทำงาน “ไม่หยุดเรียนรู้ เพื่อให้เท่าทันมิจฉาชีพ” เมื่อเทคโนโลยีก้าวหน้า รูปแบบอาชญากรรมก็เปลี่ยนแปลงตาม ตำรวจจึงต้องพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ เรียนรู้ให้เท่าทันคนร้าย เพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ



