อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 26 มีนาคม 2562

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 26 มีนาคม 2562

“รถดับเพลิง”จ่ายทางแพ่ง6รายกระอัก คุณหญิง"ณัษฐนนท"โดนด้วย

คดีรถดับเพลิงฉาวพ่นพิษ หลังศาลตัดสินโทษทางอาญาไปแล้ว เหลือชดใช้ทางแพ่งต่อ ล่าสุดคณะกรรมการเอาผิดทางละเมิด ตามเรียกเงิน6เจ้าหน้าที่รัฐทั้ง “โภคิน-ประชา-วัฒนา–อธิลักษณ์-สมัคร-อภิรักษ์” ต้องจ่ายคนละกว่า 1,296 ล้านบาท ขณะที่อดีตปลัดกทม.“ณัษฐนนท” โดนหางเลขด้วยฐานประมาทเลินเล่อ โดนเกือบ 400 ล้าน อังคารที่ 5 พฤศจิกายน 2556 เวลา 06.00 น.

หลังจากที่ศาลฎีกา แผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้พิพากษาตัดสินความผิดกรณีการจัดซื้อรถและเรือดับเพลิง มูลค่า กว่า6พันล้านบาท โดยมีผู้ถูกพิพากษาจำคุก แค่ 2 ราย คือ นายประชา มาลีนนท์ อดีตรมช. มหาดไทย และพล.ต.ต.อธิลักษณ์ ตันชูเกียรติ อดีตผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัย(สปภ.) จากผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด 6 คน ซึ่งถือเป็นการเอาผิดทางอาญา แต่ในส่วนของความผิดทางแพ่ง ที่อยู่ในการพิจารณาของคณะกรรมการความผิดทางละเมิด ต้องพิจารณาหาผู้ชดใช้กับค่าเสียหายดังกล่าวนั้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (สปภ.) กรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้เชิญคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิด กรณีการจัดซื้อรถดับเพลิงและเรือดับเพลิงพร้อมอุปกรณ์บรรเทาสาธารณภัยของกรุงเทพมหานคร มาประชุมหารือแนวทางดำเนินการหลังจากที่กระทรวงการคลังได้แจ้งผลการพิจารณาความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องกระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ในกรณีการจัดซื้อดังกล่าวเป็นเหตุให้มีการจัดซื้อสูงเกินความเป็นจริง ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ราชการ โดยกระทรวงการคลัง ลงนามโดยนางสาวสุภา ปิยะจิตติ หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านรายจ่ายและหนี้สิน ปฎิบัติราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้มีหนังสือถึงกรุงเทพมหานคร (กทม.)

ทั้งนี้สำหรับผลการพิจารณาความรับผิดที่กระทรวงการคลังได้แจ้งมายังกทม. คือ กระทรวงการคลังเห็นว่าเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องดำเนินโครงการโดยไม่เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง และเป็นเหตุให้กทม.ได้รับความเสียหายเป็นความเสียหายทั้งโครงการไม่ใช่เกิดจากการซื้อของแพง เพราะจนถึงขณะนี้กทม.ก็ยังไม่สามารถนำรถดับเพลิง เรือดดับเพลิงและอุปกรณ์ที่ซื้อมาใช้ประโยชน์ได้ ทั้งที่กทม.ได้จ่ายเงิน ให้กับบริษัท สไตร์เออร์ เดมเลอร์ พุค สเปเชียล ฟาห์ซอยก์ จำกัดไปทั้งหมดแล้ว นอกจากนี้ยังปรากฎว่ากทม.ยังต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เป็นผลมาจากการดำเนินโครงการ โดยมีรายการค่าเสียหายที่สรุปเบื้องต้นเมื่อปี 2553 เป็นเงินทั้งหมดประมาณ 7,780 ล้านบาท ประกอบด้วย 1.ค่าสินค้าที่จ่ายไปถึงงวดที่ 8 เป็นเงิน 5,741.58 ล้านบาท 2.ค่าภาษีอากร ค่าภาษีมูลค่าเพิม และเงินเพิ่มค่าภาษี เป็นเงิน 1,523.02 ล้านบาท 3.ค่าเก็บรักษาสินค้า เป็นเงิน 516.15 ล้านบาท และ4.ค่าใช้จ่ายอื่นๆ 13,457 บาท โดยกระทรวงการคลังได้พิจารณาจากพฤติกรรมของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง

โดยในกลุ่มของผู้ที่เกี่ยวข้องทั้ง 6 คน ประกอบด้วย 1.นายโภคิน พลกุล อดีต รมว.มหาดไทย 2. นายประชา มาลีนนท์ อดีต รมช.มหาดไทย 3.นายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์ 4. พล.ต.ต.อธิลักษณ์ ตันชูเกียรติ อดีตผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร 5.นายสมัคร สุนทรเวช อดีตผู้ว่ากทม. และ6. นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน อดีตผู้ว่ากทม. ซึ่งมีลักษณะเป็นการกระทำที่แต่ละคนอาศัยโอกาสที่ตนมีตำแหน่งหน้าที่ดำเนินการ เพื่อให้การจัดซื้อรถและเรือดับเพลิงสำเร็จลุล่วงให้ได้เป็นการจงใจกระทำ ละเมิดก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการ แต่ เมื่อไม่ปรากฏ ว่าบุคคลทั้ง6รายกระทำให้เกิดความเสียหายมากกว่ากันจึงให้รับผิดชดใช้เต็มจำนวนในความเสียหายที่กทม.ได้รับโดยให้รับผิดในอัตราส่วนคนละ เท่าๆกันตามนัย

รวมทั้งให้เพิ่มการเรียกค่าเสียหายกับ คุณหญิง ณัษฐนนท ทวีสิน ปลัดกทม.ในขณะนั้นอีก1คน เนื่องจากมีพฤติการณ์ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง จากกรณีที่ได้เสนอขอความเห็นชอบโครงการและขออนุมัติก่อหนี้ผูกพันอย่างเร่ง รีบโดยเสนอผู้ว่ากทม.ในวันเดียวกับที่สำนัก สปภ. เสนอมาทั้งๆที่เป็นโครงการมูลค่าถึง6,687 ล้านบาท จึงมีส่วนทำให้เกิดความเสียหายต่อกทม.ด้วย จึงให้คุณหญิงณฐนนท รับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนในอัตราร้อยละ5 ของค่าเสียหายทั้งหมดคิดเป็นเงินไม่น้อยกว่า 389 ล้านบาท ซึ่งเป็นมูลค่าความเสียหาย ณ ปี 2553 โดยหากฝ่ายที่เกี่ยวข้องตรวจสอบค่าเสียหาย ณ ปีปัจจุบัน จะเป็นมูลค่าสูงกว่าตัวเลขข้างต้น

นายซีรอซันคาร ปาทาน ผู้ตรวจราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ในฐานะคณะกรรมการสอบสวนความรับผิดทางละเมิด ในคดีดังกล่าว เปิดเผยว่า จากที่ สปภ. กทม. ได้เชิญคณะกรรมการสอบสวนทางละเมิดฯ ประชุมเพื่อหารือและขอแนวทางในการปฎิบัติต่อกรณีการเรียกค่าชดใช้ความเสียหาย ตนได้แจ้งต่อที่ประชุมว่า การทำหน้าที่ในส่วนของกรรมการละเมิดฯได้ เสร็จสิ้นแล้ว ขั้นตอนหลังจากนี้เป็นหน้าที่ของหน่วยงานจะต้องดำเนินการตามผลการพิจารณา ของกระทรวงการคลัง ซึ่งต้องแจ้งให้ทั้ง7คนมาชดใช้ความเสียหายโดยเร็วเนื่องจากจะครบอายุความ1ปี นับแต่กทม.ได้รับหนังสือแจ้งจากกระทรวงการคลัง โดยจะครบ1ปีในเดือนเม.ย.57 อย่างไรก็ตามนอกจากความเสียหายเบื้องต้นตามที่กทม.จ่ายไปเกี่ยวกับโครงการแล้ว ตนมองว่าขณะนี้กทม.อยู่ระหว่างการต่อสู้คดีในศาลอนุญาโตตุลาการต่างประเทศ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายทั้งค่าทนายความ ค่าการเดินทางของผู้ที่เกี่ยวข้องไปในการดำเนินคดี ตรงนี้ต้องนำมาคิดเป็นค่าเสียหายที่ต้องเรียกจากผู้กระทำละเมิดด้วย อย่างไรก็ตามเนื่องจากในการต่อสู้คดีฯกทม.จะสู้เพื่อที่จะเรียกค่าซื้อรถคืนและ โดยคืนรถเรืออุปกรณ์กลับไปให้บริษัทฯ ซึ่งตรงนี้อาจเป็นส่วนที่เจ้าหน้าที่ที่ถูกเรียกชดใช้ความผิดทางละเมิดยกเป็นข้อต่อสู้ในศาลฯได้เนื่องจากยังอยู่ระหว่างคดีฯที่ยังไม่ได้ข้อสรุปว่าในที่สุดกทม.จะได้เงินค่าสินค้าคืนหรือไม่และจะเหลือความรับผิดชอบที่ผู้กระทำละเมิดฯต้องจ่ายเป็นจำนวนเงินเท่าใด

ด้าน พ.ต.อ.พิชัย เกรียงวัฒนศิริ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (สปภ.) กทม. กล่าวว่า ขณะนี้ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องสรุปตัวเลขรายละเอียดความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมดว่าเป็นจำนวนเท่าใด ก่อนที่จะเสนอผู้ว่าฯกทม.ออกคำสั่งเรียกค่าชดใช้ความเสียหาย ไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องตามขั้นตอน

รายงานข่าวแจ้งว่า คณะกรรมการพิจารณาความรับผิดทางละเมิดดังกล่าว เป็นคณะกรรมการฯที่ตั้งขึ้นโดยมติครม.ในช่วงที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะเป็นนายกรัฐมนตรี โดยมีนายจำเริญ ศิริพงษ์ติกานนท์ ผู้ตรวจราชการกทม.เป็นประธาน ร่วมพิจารณาจากกรรมการ ที่ประกอบด้วยผู้แทนสำนักนายกรัฐมนตรี ผู้แทนกรมป้องกันและบรรเทาสาธารภัย กระทรวงมหาดไทย ผู้แทนกระทรวงพาณิชย์ และผู้ตรวจฯกทม.อีก 1 คน เป็นคณะกรรมการพิจารณาความรับผิดทางละเมิดตามกฎหมาย โดยตามขั้นตอนเมื่อได้ผลการพิจารณาแล้ว จะต้องเสนอไปยังกระทรวงการคลัง และการแจ้งผลการพิจารณาความรับผิดทางละเมิดจากกระทรวงการคลังถือเป็นที่สิ้นสุด ซึ่งกทม.ในฐานะหน่วยงานเจ้าของเรื่องต้องปฎิบัติตาม ในการออกคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ที่ทำละเมิดมาชดใช้ หากไม่ชดใช้ก็ต้องบังคับเอาทรัพย์ขายทอดตลาดและนำเงินมาชดใช้ความเสียหาย แต่ทางผู้ที่ถูกแจ้งให้มาชดใช้ความเสียหายสามารถไปยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง ไม่ปฎิบัติตามคำสั่งของกทม.ซึ่งต้องไปต่อสู้คดีกันในศาลปกครอง

ทั้งนี้หลังจากที่มีการพิจารณาความรับผิดทางละเมิดฯ เมื่อเดือนพ.ย.53 กทม.ได้มีหนังสือแจ้งไปยังเจ้าหน้าที่รัฐ 6 คนที่เกี่ยวข้องให้ชดใช้ค่าเสียหายไปแล้วครั้งหนึ่ง โดยการออกหนังสือแจ้งในครั้งนั้นได้ทำไปก่อนที่กระทรวงการคลังจะมีหนังสือแจ้งผลการพิจารณามาเนื่องจากเพื่อไม่ให้คดีขาดอายุความจากการที่นายสมัคร สุนทรเวช อดีตผู้ว่าฯกทม. ซึ่งเป็น 1ในผู้เกี่ยวข้องที่ต้องชดใช้ตามการพิจารณาของคณะกรรมการละเมิดฯได้เสียชีวิตลง ซึ่งกทม.จะต้องยื่นฟ้องเรียกค่าเสียหายจากผู้จัดการมรดก ภายใน1ปีนับแต่นายสมัครเสียชีวิต โดยได้แจ้งไปทั้งหมด 6 คนรวม นายโภคิน นายประชา นายวัฒนา พล.ต.ต.อธิลักษณ์ และนายอภิรักษ์ด้วยโดยให้ชดใช้ความเสียหายในสัดส่วนเท่าๆ กันซึ่งขณะนั้นมูลค่าความผิดทั้งโครงการยังอยู่ที่ 5,741.58 ล้านบาท ต่อมาเมื่อทางกระทรวงการคลังได้มีหนังสือแจ้งผลอย่างเป็นทางการในขณะนี้แล้ว กทม.จึงต้องไปสรุปค่าเสียหายที่ชัดเจนทั้งหมดอีกครั้งซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องต่างๆเพิ่มขึ้น เช่น ค่ารถเรือดับเพลิงที่จ่ายไปครบจำนวนทั้งหมดแล้ว ค่าปรับดอกเบี้ย ค่าภาษีต่าง ๆ เพื่อแจ้งไปยังผู้เกี่ยวข้องในคดีทั้ง6 คน รวมทั้งเรียกค่าชดใช้จากคุณหญิง ณัษฐนนท เพิ่มอีก 1 คนตามการพิจารณาของกระทรวงการคลังดังกล่าว.


.



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

คำสำคัญ

บอกต่อ : 0