อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 30 พฤศจิกายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 30 พฤศจิกายน 2564

ปี 58 เมืองกรุงรถติดขึ้นอีก

ปัจจุบันในพื้นที่กรุงเทพมหานครมีถนนหนทางเพียงแค่ 5,400 กิโลเมตร แต่กลับมีจำนวนรถยนต์ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุก ๆ ปี ซึ่งจากสถิติของกรมการขนส่งทางบก พบว่า ในปี 57 ที่ผ่านมา พฤหัสบดีที่ 1 มกราคม 2558 เวลา 09.32 น.

ปี 58 เมืองกรุงรถติดขึ้นอีก เหตุอภิมหาโครงการก่อสร้างยังยืดเยื้อ

คาดวิกฤติสุดย่านรอยต่อโซนกรุงเทพนนท์-ปทุมฯ

นับวันปัญหารถติดในกรุงเทพมหานครก็ยิ่งดูเหมือนจะทวีความรุนแรงมากขึ้น สารพันโครงการแก้ปัญหาในหลาย ๆ รูปแบบที่หลากหลายหน่วยงานช่วยกันผุดขึ้นนั้น ดูเหมือนจะเป็นการแก้ปัญหาได้แค่เศษเสี้ยว เพราะแท้จริงแล้ว ต้นเหตุของปัญหารถติด เกิดจากเมืองที่มีจำนวนถนนที่ไม่สัมพันธ์กับปริมาณรถยนต์ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ปัจจุบันในพื้นที่กรุงเทพมหานครมีถนนหนทางเพียงแค่ 5,400 กิโลเมตร แต่กลับมีจำนวนรถยนต์ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุก ๆ ปี ซึ่งจากสถิติของกรมการขนส่งทางบก พบว่า ในปี 57 ที่ผ่านมา พื้นที่กรุงเทพฯ มีปริมาณรถยนต์สะสมถึงจำนวน 8,638,204 คัน ซึ่งเพิ่มมากขึ้นจากปี56ที่มีปริมาณรถสะสมอยู่ที่ 8,216,829 คัน ทั้งนี้ในปี 57มีการจดทะเบียนรถใหม่เฉลี่ยวันละ1,249 คัน เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับปี 56ซึ่งเป็นปีที่มีโครงการรถคันแรก จะมีการจดทะเบียนรถใหม่เฉลี่ยวันละ1,623 คัน ซึ่งแสดงให้เห็นว่าในปี 57มีจำนวนการจดทะเบียนรถน้อยลงกว่าปี 56 เฉลี่ยวันละ374 คัน แต่หากนำมาเปรียบเทียบกับจำนวนการจดทะเบียนรถใหม่ในปี 55ที่ไม่มีโครงการรถคันแรก จะพบว่าสถิติการจดทะเบียนรถใหม่ในปี 57ยังคงเพิ่มขึ้น

ทั้งนี้สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.)ได้ทำการสำรวจความเร็วเฉลี่ยของรถยนต์ในแต่ละปี เพื่อนำมาประเมินผลการแก้ปัญหาการจราจรติดขัดในพื้นที่กรุงเทพฯ ซึ่งจากการสำรวจอัตราความเร็วเฉลี่ยของรถยนต์ในปี 57ยังพบว่า ถนนสายหลัก6กลุ่มพื้นที่ ได้แก่ 1. พื้นที่ทิศเหนือ คือถนนพหลโยธิน วิภาวดีรังสิต ประชาชื่นพระราม 5 2. พื้นที่ทิศใต้ คือถนนสมเด็จพระเจ้าตากสิน กรุงธนบุรี มไหศวรรย์ เจริญกรุง 3. พื้นที่ทิศตะวันออก คือถนนพระราม 9เพชรบุรี สุขุมวิท พระราม 4ลาดพร้าว4. พื้นที่ทิศตะวันตก คือถนนสิรินธร บรมราชชนนี ราชวิถี เพชรเกษม สมเด็จพระปิ่นเกล้า 5. พื้นที่ภายในวงแหวนชั้นใน คือ ถนนพระราม 4พระราม 5พระราม 1 ราชดำเนินกลาง อโศก-ดินแดง ราชวิถี พญาไท เพชรบุรี สุขุมวิท เพลินจิต 6. พื้นที่เฉพาะวงแหวนชั้นใน คือ ถนนรัชดาภิเษก พระราม 3 มไหศวรรย์ จรัญสนิทวงศ์ ยังคงเป็นพื้นที่ที่มีการจราจรหนาแน่น รถสามารถเคลื่อนตัวได้ช้า มีความเร็วเฉลี่ยของรถ ในช่วงเร่งด่วนเช้าประมาณ 15.8กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งลดลงจากความเร็วเฉลี่ยของรถ ในปี 56ประมาณ 0.2กม. ต่อ ชม. ส่วนในช่วงเร่งด่วนเย็น รถมีความเร็วเฉลี่ยอยู่ที่22.4กม. ต่อ ชม. ซึ่งลดลงจากความเร็วเฉลี่ยของรถ ในปี 56ประมาณ0.9กม. ต่อ ชม. จึงสรุปได้ว่าในปี 57เป็นปีที่มีรถติดเพิ่มมากขึ้น

โดยถนนที่มีรถติดมากที่สุดนั้น สนข.ก็ได้ทำการสำรวจ แบ่งออกเป็น ช่วงเร่งด่วนเช้า (ขาเข้าเมือง) ถนนที่มีรถติดมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ อันดับที่ 1ถนนกรุงธนบุรี ช่วงถนนกรุงธนบุรี-สุรศักดิ์ มีความเร็วเฉลี่ย6กม. ต่อ ชม. อันดับที่ 2ถนนเจริญกรุง ช่วงถนนตก-สุรวงศ์ มีความเร็วเฉลี่ย 9.9กม. ต่อ ชม. อันดับที่ 3ถนนราชวิถีชั้นใน ช่วงถนนอุภัย -อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ มีความเร็วเฉลี่ย10.7กม. ต่อ ชม. อันดับที่ 4ถนนพระราม 9ช่วงถนนรามคำแหง-พระราม 9มีความเร็วเฉลี่ย10.9กม. ต่อ ชม. และอันดับที่ 5ถนนอโศก-ดินแดง ช่วงถนนพระราม 9-อนุสาวรีย์ชัยฯ มีความเร็วเฉลี่ย11กม. ต่อ ชม.

ส่วนในช่วงเร่งด่วนเย็น (ขาออกเมือง) ถนนที่มีรถติดมากที่สุด5 อันดับแรก ได้แก่ อันดับที่ 1ถนนเจริญกรุง ช่วงถนนสุรวงศ์-ถนนตก มีความเร็วเฉลี่ย9.4กม. ต่อ ชม. อันดับที่ 2ถนนราชวิถี ช่วงถนนอุภัย-บางพลัด มีความเร็วเฉลี่ย10.1กม. ต่อ ชม. อันดับที่ 3ถนนสุขุมวิทชั้นใน ช่วงถนนนานา-อโศก มีความเร็วเฉลี่ย10.7 กม. ต่อ ชม. อันดับที่ 4ถนนมไหศวรรย์ ช่วงถนนตก-มไหศวรรย์ มีความเร็วเฉลี่ย11.1 กม.ต่อ ชม. และอันดับที่ 5ถนนประชาชื่น ช่วงถนนเฉลิมพันธ์-พงษ์เพชร มีความเร็วเฉลี่ย11.6กม. ต่อ ชม.

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลให้เกิดปัญหารถติดบนท้องถนนก็เนื่องจากอภิมหาโครงการก่อสร้างต่าง ๆ ที่เบียดบังพื้นผิวการจราจรไปจำนวนหนึ่ง ทำให้รถไม่สามารถใช้ถนนได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ซึ่งมีดังนี้1. โครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงบางใหญ่-บางซื่อ ซึ่งจะกระทบการจราจรในย่านนนทบุรี บางบัวทอง 2. โครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ช่วงหัวลำโพง-บางแค-บางซื่อ-ท่าพระ ซึ่งจะกระทบต่อสภาพการจราจรในพื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นใน อาทิถนนเจริญกรุง ถนนอิสรภาพ ถนนเพชรเกษม ถนนจรัญสนิทวงศ์3. โครงการก่อสร้างทางลอดแยกไฟฉาย ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อถนนจรัญสนิทวงศ์ และถนนพรานนก4. โครงการสร้างทางลอดแยกมไหศวรรย์ ซึ่งทำให้ถนนตากสิน และถนนรัชดาภิเษกเกิดการจราจรติดขัดอย่างหนัก5. โครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียวเหนือ ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ ซึ่งกระทบโดยตรงต่อการจราจรในเส้นสุขุมวิท ยาวไปถึงการจราจรในจังหวัดสมุทร ปราการ6. โครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-รังสิต ที่ทำให้ถนนโลคัลโรดรถติดยาวตลอดทั้งเส้นทาง7. โครงการก่อสร้างทางพิเศษศรีรัช-วงแหวนรอบนอก ซึ่งทำให้การจราจรในถนนราชพฤกษ์ จรัญสนิทวงศ์ สิรินธร บรมราชชนนี และกำแพงเพชร หนาแน่นและติดขัดตลอดเส้นทาง ทั้งนี้โครงการดังกล่าวถือว่าเป็นโครงการที่ต้องใช้ระยะเวลาในการก่อสร้าง และในปี 58โครงการเหล่านี้ก็ยังไม่มีท่าทีว่าจะแล้วเสร็จ ซึ่งก็จะยังคงส่งผลกระทบต่อสภาพการจราจรต่อไปในอนาคต

ตำรวจจราจรถือเป็นหน่วยงานหนึ่ง ที่เข้ามามีบทบาทในการแก้ไข บรรเทาปัญหาการจราจรในกรุงเทพมหานคร โดยปี 57ที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่า ตำรวจจราจรพยายามคิดหาโครงการแก้รถติดต่าง ๆ มากมาย ซึ่งหลาย ๆ โครงการก็ดูเหมือนว่าจะช่วยแก้ปัญหาการจราจรได้บ้าง ไม่มากก็น้อย

พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ดูแลงานจราจร กล่าวถึงปัญหาการจราจรในพื้นที่กรุงเทพฯ ว่า ที่ผ่านมากรุงเทพมหานครถูกจัดอันดับให้เป็นเมืองที่มีปัญหารถติดอันดับต้น ๆของโลก ซึ่งถือว่า เป็นปัญหาที่ยากแก่การแก้ไข เนื่องจากกรุงเทพฯ มีจำนวนถนนเท่าเดิม แต่มีจำนวนรถเพิ่มขึ้นในทุก ๆ วัน แต่ทั้งนี้ บช.น.ก็พยายามหาแนวทางต่าง ๆ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากปัญหารถติดให้แก่ประชาชน ไม่ว่าจะเป็นมาตรการการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดเพื่อให้ประชาชนเกิดวินัยการจราจร มาตรการปรับเส้นทางการเดินรถเฉพาะจุด ซึ่งจะเน้นในจุดที่มีการจราจรหนาแน่น แต่มาตรการต่าง ๆ ก็เพียงแค่ช่วยปัญหารถติดทุเลาลงเท่านั้น แต่หากระบบขนส่งมวลชนในกรุงเทพฯ ดำเนินการเสร็จสิ้น และครอบคลุมไปในทุก ๆ พื้นที่ ตนเชื่อว่าสิ่งนี้จะเป็นตัวช่วยแก้ปัญหาการจราจรให้ดีขึ้นได้

พล.ต.ต.อดุลย์ กล่าวต่อว่า สำหรับปี 58หลายโครงการก่อสร้างระบบขนส่งมวลชนยังดำเนินการไม่เสร็จสิ้น การจราจรในพื้นที่ต่าง ๆ จึงยังคงต้องติดขัดกันต่อไป โดยพื้นที่ที่ตนคาดว่าจะมีปัญหาการจราจรติดขัดมากที่สุด คือจุดที่เป็นรอยต่อระหว่างกรุงเทพฯและปริมณฑล เนื่องจากปัจจุบันประชาชนมีการอพยพไปสร้างที่อยู่อาศัยย่านชานเมืองกันจำนวนมาก โดยจุดที่คาดว่าจะมีการจราจรวิกฤติมากขึ้นในปี 58 คือบริเวณโซนตะวันตกของฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ในรอยต่อระหว่างกรุงเทพฯ และจังหวัดนนทบุรี ปทุมธานี ที่มีการก่อสร้างบ้านจัดสรร คอนโดมิเนียมเพิ่มขึ้นจำนวนมาก เนื่องจากย่านนี้จะมีรถไฟฟ้าได้ใช้แน่ ๆ ในอีกไม่ช้า แต่ในช่วงนี้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณดังกล่าว ยังต้องขับรถ เพื่อเดินทางเข้ามาทำงานในตัวเมือง นอกจากนี้อีกหนึ่งสาเหตุที่จะส่งผลให้พื้นที่กรุงเทพฯ โซนตะวันตกมีการจราจรหนาแน่น เนื่องจากสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาเพื่อเข้ามายังฝั่งพระนครมีจำนวนไม่เพียงพอต่อจำนวนรถ ซึ่งทำให้แต่ละสะพานถูกใช้งานเกินขีดความสามารถ จึงส่งผลกระทบกับการจราจรเป็นวงกว้าง

อย่างไรก็ตาม การเตรียมความพร้อมแก้ปัญหารถติดในปี 58 ของตำรวจจราจรนั้น สามารถทำได้เพียงการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้นเพื่อปรับพฤติกรรมการใช้รถใช้ถนน ให้เคารพกฎจราจรมากขึ้น อีกทั้งปี 58 เป็นปีที่ประเทศไทยจะก้าวเข้าสู่การเป็นประชาคมอาเซียนโดยสมบูรณ์ ซึ่งจะทำให้ประชากรจาก 10 ประเทศในอาเซียนหลั่งไหลเข้ามาในประเทศไทย โดยเฉพาะพื้นที่กรุงเทพมหานครที่เป็นเมืองหลวง ดังนั้นปัญหาการจราจรติดขัดก็จะต้องทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น ตำรวจจราจรจึงต้องมุ่งเน้นการแก้ปัญหารถติด ด้วยการใช้เทคโนโลยีด้านการจราจรที่ทันสมัยมาช่วยบังคับใช้ และลดบทบาทของตำรวจจราจรลงให้มุ่งเน้นงานบริการประชาชนแทน

สภาพรถติด ไม่ว่าจะเป็นปีไหน ๆ ก็ยังคงไม่มีท่าทีว่าจะทุเลา ลงได้ คนกรุงยังคงต้องผจญกับปัญหานี้ไปอีกนานแสนนาน ซึ่งนอกเหนือจากสภาพท้องถนนที่ไม่เอื้ออำนวยต่อจำนวนรถ ที่มากมายมหาศาล และการขาดแคลนระบบขนส่งมวลชนที่ไม่เข้าถึงในทุกพื้นที่แล้ว อีกส่วนหนึ่งก็เกิดจากคน ที่ขับรถตามใจฉันไม่เคารพกฎจราจร ถึงเวลาแล้วที่ประชาชนควรหันมาใส่ใจ เคารพกฎจราจร เคารพกฎของสังคมกัน

คงต้องถามตัวเองดูว่า ทุกวันนี้ทำผิดกฎจราจรอะไรบ้าง เพื่อที่จะตั้งต้นในปีใหม่นี้ แก้ไขปัญหา ไม่ทำให้สังคมบอบช้ำอีกต่อไป.

.................................................................................................

โครงการถนนสะพานที่จะก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2558

1. โครงการก่อสร้างถนนพหลโยธิน-ถนนรัตนโกสินทร์สมโภชน์ เพื่อเพิ่มโครงข่ายถนน แก้ไขปัญหาด้านการจราจร ระหว่างถนนพหลโยธิน (บริเวณซอยพหลโยธิน 50) กับถนนวัชรพล และถนนสุขาภิบาล 5 ขณะนี้ก่อสร้างไปแล้ว 91% เสร็จกลางปี 58

2. โครงการก่อสร้างถนนเชื่อมถนนรัชดาภิเษกกับถนนลาดพร้าว-วังหิน ก่อสร้างถนนเชื่อมถนนรัชดาภิเษกกับถนนลาดพร้าว-วังหิน แก้ปัญหาจราจรบริเวณถนนรัชดาภิเษกกับถนนลาดพร้าว-วังหิน และพื้นที่ต่อเนื่องใช้เป็นเส้นทางลัดโดยผ่านซอยอาภาภิรมย์ (ซอยรัชดาภิเษก 32) ก่อสร้างแล้วเสร็จไปแล้ว 72% คาดเปิดใช้บริการ เดือน ก.พ. 2558

3. โครงการก่อสร้างปรับปรุงถนนสุขาภิบาล 2 ช่วงจาก ถนนอ่อนนุชถึงถนนวงแหวนรอบนอก ขยายผิวจราจรเดิม 2 ช่องจราจรเป็น 4 ช่องจราจร พร้อมทางเท้าและท่อระบายน้ำเพื่อรองรับปริมาณจราจรที่เพิ่มมากขึ้น โดยเชื่อมระหว่างถนนอ่อนนุชถึงถนนวงแหวนรอบนอก ก่อสร้างแล้วเสร็จต้นปี 2558 ดำเนินก่อสร้าง แล้ว 88%

4. โครงการก่อสร้างทางต่างระดับถนนพัฒนาการ-ถนนอ่อนนุช ดำเนินการปรับปรุงจุดตัดบริเวณทางแยกถนนพัฒนาการ- ถนนอ่อนนุช เพื่อแก้ไขปัญหาจราจรเร่งด่วนของกรุงเทพมหานคร ก่อสร้างแล้วเสร็จ มี.ค. 58 งานเสร็จสมบูรณ์ปลายปี 58 ดำเนินก่อสร้างแล้ว 55%

5. โครงการก่อสร้างปรับปรุงซอยเฉลิมพระเกียรติ ร.9 ซอย 28 ช่วงจากวงเวียน ถึงจุดที่ปรับปรุงแล้ว ปรับปรุงถนนเดิมเป็นถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก มีทางเท้าและท่อระบายน้ำ เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการจราจรในบริเวณนี้ และแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ก่อสร้างแล้วเสร็จ ปลายปี 58 ดำเนินก่อสร้างแล้ว 47%

6. โครงการก่อสร้างสะพานต่างระดับถนนจรัญสนิทวงศ์-ถนนกาญจนาภิเษก ปรับปรุงจุดตัดบริเวณทางแยกถนนจรัญฯ ถนนกาญจนาภิเษก ก่อสร้างแล้วเสร็จมีนาคม 2558 ขณะนี้ได้ดำเนินการก่อสร้างไปแล้ว 86%

7.โครงการก่อสร้างทางลอดถนนตากสินกับถนนรัชดา ภิเษก เพื่อแก้ไขปัญหาจราจรบริเวณทางแยก (แยกมไหศวรรย์) ก่อสร้างเสร็จปลายปี 2558 ดำเนินการก่อสร้างแล้ว 50%

8. โครงการก่อสร้างปรับปรุงซอยประชาอุทิศ 90 ช่วงจากถนนประชาอุทิศถึงคลองเก้าห้อง ขยายผิวจราจรเดิม 2 ช่อง เป็น 4 ช่องจราจรพร้อมเพิ่มทางเท้าและท่อระบายน้ำ ก่อสร้างเสร็จ ก.พ. 2558 ดำเนินการก่อสร้างแล้ว 70%

9. โครงการก่อสร้างปรับปรุงถนนทวีวัฒนา ช่วงจากถนนอุทยานถึงถนนเพชรเกษม เป็นการก่อสร้างเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของถนนให้สอดคล้องกับการพัฒนาพื้นที่และเหมาะสมตามสภาวะ ของปัญหาทางด้านการจราจรและสภาพทางเศรษฐกิจ แล้วเสร็จกลางปี 2558 ดำเนินการก่อสร้าง 69%.

ทีมข่าวกทม. / จราจร



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 0