อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 21 มิถุนายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 21 มิถุนายน 2564

กทม.การันตีปลอดภัยแน่นอนเตาเผาขยะผลิตไฟฟ้าแห่งแรกในกรุง

กทม.การันตีปลอดภัยแน่นอนเตาเผาขยะผลิตไฟฟ้าแห่งแรกในกรุง กรองก๊าซพิษได้99.99เปอร์เซนต์ ด้านชาวบ้านเผยตั้งแต่เดินเครื่องเตาเผายังไม่ได้กลิ่นไม่เห็นควัน อังคารที่ 10 พฤษภาคม 2559 เวลา 00.25 น.

          เมื่อวันที่ 10พ.ค. ที่ศูนย์กำจัดมูลฝอยหนองแขม ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เป็นประธานเปิดโรงกำจัดขยะผลิตไฟฟ้าเพื่อสิ่งแวดล้อมแห่งแรกของกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นต้นแบบโครงการกำจัดมูลฝอยที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

          สำหรับโรงกำจัดขยะผลิตไฟฟ้ากทม.ได้ลงนามสัญญจ้างให้ บริษัท ซีแอนด์จี เอ็นไวรอนเมนทอล โปรเท็คชั่น (ประเทศไทย) จำกัด เป็นผู้ดำเนินโครงการโดยก่อสร้างเป็นเตาเผาขนาด 500 ตันต่อวัน บนพื้นที่ภายในศูนย์จัดเก็บมูลฝอยหนองแขมซึ่งเป็นที่ดินของกทม. โดยเอกชนเป็นผู้ลงทุนก่อสร้างโรงงานและบริหารจัดการ งบประมาณทั้งสิ้น 2,124ล้านบาท โดยมีระยะเวลาดำเนินโครงการได้ต่อเนื่อง 20ปี รวมทั้งได้รับผลพลอยได้จากกระแสไฟฟ้าที่ผลิตได้ โดยสามารถผลิตไฟฟ้าได้ที่ 5 เมกกะวัตต์ต่อวัน โดยโรงงานกำจัดขยะดังกล่าว จะใช้อุณหภูมิในการเผาขยะไม่ต่ำกว่า 850องศาเซลเซียส ซึ่งความร้อนจากการเผาจะกลายเป็นไอน้ำ ที่มีอุณหภูมิสูง และถูกป้อนสู่ชุดเครื่องกำเนินไฟฟ้า เพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้า ทั้งนี้กทม.จะเป็นผู้จ่ายค่ากำจัดขยะ 970บาทต่อตัน ซึ่งได้เริ่มก่อสร้างโรงกำจัดขยะดังกล่าวมาตั้งแต่ปี 55 และได้เริ่มเดินระบบการเผาขยะเพื่อผลิตไฟฟ้าไปแล้ว ตั้งแต่วันที่ 23 มี.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งโรงงานกำจัดขยะดังกล่าว ถือเป็นโรงงานกำจัดขยะมูลฝอยทั่วไปด้วยระบบเตาเผาเป็นครั้งแรก ของกทม. จากที่ที่ผ่านมาได้มีการว่าจ้างเอกชนกำจัดโดยการนำไปฝังกลบมาโดยตลอด

            ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์กล่าวว่า กรุงเทพฯต้องรับมือกับปริมาณขยะที่เพิ่มมากขึ้นตามการเติบโตของเศรษฐกิจ ซึ่งปัจจุบันกทม.สามารถจัดเก็บขยะได้ที่เฉลี่ยวันละ 9,900 -10,000 ตัน  ดังนั้นหากประชาชนยังคงไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการช่วยกันลดปริมาณขยะ ก็จะเกิดมลพิษต่อเมืองขึ้น ทั้งนี้วิธีการกำจัดขยะของกทม.ที่ผ่านมาเป็นการฝังกลบ ซึ่งพื้นที่ดินที่จะนำไปฝังกลบก็ไม่เพียงพอต่อปริมาณขยะที่มากยิ่งขึ้น อีกทั้งการฝังกลบยังเป็นปัญหากระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างมาก ดังนั้นการนำเทคโนโลยีการสร้างโรงงานเตาเผาขยะเพื่อมาแบ่งเบาวิธีการกำจัด ขยะแบบเดิมจึงเป็นส่วนในการช่วยกำจัดขยะที่ส่งผลดีต่อสภาพแวดล้อม     

            ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์กล่าวต่อว่า สำหรับเทคโนโลยีกำจัดขยะด้วยความร้อนสูงนั้นเป็นเทคโนโลยีหนึ่งที่ใช้ในการ กำจัดขยะในหลายเมืองทั่วโลก โดยนอกจากกำจัดขยะแล้วยังสามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าได้อีกด้วย โดยในส่วนความกังวลของประชาชนในเรื่องของมลพิษจากการเผาขยะนั้น ยืนยันว่าได้มีการตรวจสอบควบคุมให้เป็นไปตามมาตรฐานสิ่งแวดล้อม มีการตรวจวัดค่ามลพิษ ก๊าซต่างๆ ที่จะปล่อยออกมาจะต้องไม่เกินค่ามาตรฐาน และกทม.จะมีการกำกับควบคุมอย่างเข้มงวด ทั้งยังมีการรายงานผลการตรวจวัดมลพิษต่างๆไปยังกรมโรงงานอุตสาหกรรมในรูปแบบ เรียวไทม์เพื่อตรวจสอบควบคุมให้เป็นไปตามความเหมาะสมอีกด้วย ซึ่งระบบการจัดการโรงงาน จะใช้เทคโนโลนีขั้นสูงในการกรองมลพิษ ออกสู่บรรยากาศภายนอก โดยกรองได้กว่า 99.99 เปอร์เซ็นต์ จึงปลอดภัยต่อประชาชนในพื้นที่อย่างแน่นอน อีกทั้งเพื่อเป็นการดูแลประชาชนโดยรอบ กทม.จัดดำเนินการจัดตั้งกองทุนโรงงานไฟฟ้าและมูลนิธิรักกันเราทำได้ เพื่อการพัฒนาชุมชนในพื้นที่โดยรอบ และเปิดศูนย์การเรียนรู้เพื่อให้นักเรียน นักศึกษา ผู้ที่สนใจได้เยี่ยมชมโรงงาน เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจในการกำจัดขยะต่อไปอีกด้วย   ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โดยรอบพื้นที่โรงงานกำจัดขยะผลิตไฟฟ้าดังกล่าวมีบ้านเรือนประชาชนอยู่อาศัย บางส่วน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นไปในรูปแบบบ้านจัดสรร หมู่บ้าน ซึ่งอยู่ห่างจากโรงงานดังกล่าวกว่า 3-4 กิโลเมตร จึงทำให้ไม่ได้รับผลกระทบใดๆจากการกำจัดขยะโดยการเผา โดยชาวบ้านในพื้นที่ เปิดเผยว่า การเผาขยะของกทม.ไม่ส่งผลรบกวนใดๆ เนื่องจากไม่เคยได้กลิ่นเหม็น หรือมีควันใดๆออกมา อย่างไรก็ตาม ก็อยากให้กทม.ดูแลควบคุมคุณภาพเตาเผาให้มากที่สุด เพราะหากมีสารพิษหลุดรอดออกมา ชาวบ้านอาจเป็นอันตรายได้ เพราะสารพิษบางอย่างก็ไม่มีกลิ่น หรือมีควันให้เห็น.



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น