อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 26 พฤษภาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 26 พฤษภาคม 2562

ชงรัฐบาลบังคับรถยนต์ต้องติดกล้องหน้ารถทุกคัน

ชี้กล้องช่วยลดปัญหารถติดและอาชญากรรมได้ แนะรัฐหาแรงจูงใจให้ประชาชนอยากติดกล้อง อังคารที่ 14 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 08.15 น.



     นพ.แท้จริง ศิริพานิชย์ เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับ กล่าวว่าที่ผ่านมามูลนิธิได้สนันสนุนให้ผู้ใช้รถทุกคันติดตั้งกล้องหน้ารถมาโดยตลอดเพื่อบันทึกเหตุการณ์ต่างๆที่จะเกิดขึ้นบนท้องถนนโดยเฉพาะปัญหาด้านการจราจร และการทะเลาะวิวาทกันบนท้องถนนซึ่งที่ผ่านมาก็ได้มีการเสนอให้รัฐบาลรับแนวคิดไปบังคับใช้หรือกำหนดเป็นมาตรการเพื่อให้ประชาชนได้เห็นถึงความสำคัญของกล้องหน้ารถ เพราะที่ผ่านมาหลายๆเหตุการณ์บนท้องถนนเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถคลี่คลายคดีและตามตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษได้เพราะมีการบันทึกภาพไว้และนำมาโพสต์ลงบนโซเซียลมีเดียซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถใช้เป็นหลักฐานสำคัญ ตนเชื่อว่าหากรถทุกคันติดกล้องจะทำให้ปัญหาต่างบนท้องถนนลดลงไปได้ด้วย นอกจากนี้ยังจะช่วยลดปัญหาอาชญากรรมต่างๆลง เพราะแน่นอนว่าหากมีการบันทึกภาพประชาชนจะเกิดความตื่นกลัวและเกรงว่าจะมีการนำภาพไปโพสต์ลงโซเซียลและถูกประจานซึ่งการแก้ไขปัญหาดังกล่าวถือว่าเป็นการใช้หลักจิตวิทยาเพื่อช่วยลดปัญหา
     นพ.แท้จริง กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตามรัฐบาลจะต้องเร่งพิจารณาเรื่องดังกล่าวโดยอาจจะหามาตรการส่วนลดหรือสนับสนุนหาแรงจูงใจให้ประชาชนอยากติดตั้งกล้อง รวมทั้งควรจะขอความร่วมมือกับบริษัทผลิตรถยนต์ให้ติดตั้งกล้องหน้ารถมาจากโรงงานซึ่งเป็นเรื่องที่สามารถดำเนินการได้ เพราะปัจจุบันถึงแม้ว่าทั่วพื้นที่จะมีกล้องซีซีทีวีแต่ในการขอหลักฐานแต่ละครั้งมีความลำบากอีกครั้งการขอหลักฐานภาพวีดีโอจากเจ้าหน้าที่ยังไม่มีความโปร่งใส เนื่องจากบางกรณีสามารถขอให้เจ้าหน้าที่ลบภาพออกได้เพราะระบบการทำงานของประเทศไทยยังมีระบบการคอรัปชั่น แต่หากมีกล้องหน้ารถคอยบันทึกภาพและโพสต์ลงโซเซียลผู้กระทำก็จะไม่สามารถลบภาพได้ซึ่งตนเห็นว่ากล้องหน้ารถนั้นมีประโยชน์อย่างมาก ดังนั้นรัฐบาลจึงต้องให้ความสำคัญและดำเนินการอย่างเร็วที่สุดไม่ว่าจะเป็นการออกมาตรการหรือข้อบังคับ ซึ่งหากเป็นไปได้ตนอยากให้พิจารณาใช้กฎหมายม.44ดำเนินการ เชื่อว่าหากรถทุกคับมีกล้องหน้ารถช่วงเทศกาลสงกรานต์รัฐไม่จำเป็นจะต้องออกมาตรการอะไรมามากมายเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ.

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    33%
  • ไม่เห็นด้วย
    67%

บอกต่อ : 17