อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 4 เมษายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 4 เมษายน 2563

จับคนทำผิดด้วยกล้องเวิร์ค20วันใบสั่งปลิวว่อนกว่า3หมื่น

จับคนทำผิดด้วยกล้องเวิร์ค20วันใบสั่งปลิวว่อนกว่า3หมื่นหนุนเต็มสูบติดกล้องในรถยนต์ พุธที่ 22 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 10.34 น.

พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล(รองผบช.น.) ดูแลงานจราจร กล่าวว่าสำหรับผลการปฏิบัติในการกวดขันจับกุมผู้กระทำผิดกฎหมายจราจรด้วยกล้องบันทึกภาพซึ่งทางกองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.)ได้กำชับให้ตำรวจราจรทั้ง 88 สน.ดำเนินการกวดขันวินัยจราจรมาตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. 60 จนถึงปัจจุบันดำเนินการมาแล้วกว่า 20  วัน ซึ่งขณะนี้มีผลการตรวจจับผู้กระทำความผิดด้วยกล้องตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. -20 ก.พ. 60 พบว่ามีการออกใบสั่งไปทั้งหมดจำนวนกว่า 31,264 ราย โดย 5 ข้อหาที่พบผู้กระทำความผิดสูงสุดได้แก่อันดับ 1 .ข้อหาฝ่าฝืนเครื่องหมายจราจรหรือเครื่องหมายบนพื้นทาง 24,619 ราย อันดับ 2 .ขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนดจำนวน 2,966 ราย  อันดับ 3 ข้อหาขับรถฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจรสีแดง 772 รายอันดับ 4.ข้อหาอื่นๆเช่น ขับรถย้อนศร ฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงานจำนวน 492 ราย อันดับ 5 ข้อหาไม่ขับรถใกล้ขอบทางเดินรถด้านว้ายจำนวน 467 ราย โดยจากการตรวจสอบพบว่าประชาชนเริ่มตื่นตัวและเดินทางเข้ามาชำระค่าปรับกับทางสน.พื้นที่ที่ออกใบสั่งและจ่ายค่าปรับผ่านทางธนาคารอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ถือว่ามาตรการดังกล่าวประสบความสำเร็จเพราะตนได้ย้ำกับผู้ปฏิบัติมาอย่างต่อเนื่องว่ามาตรการดังกล่าวไม่ได้ต้องการทำยอดใบสั่งให้ได้จำนวนมาก แต่เน้นการลดการกระทำความผิดของประชาชนลงแม้ว่าจะไม่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจยืนควบคุม
พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ยังกล่าวถึงกรณีที่มูลนิธิเมาไม่ขับมีข้อเสนอให้รถยนต์ทุกคันติดกล้องหน้าร ว่า บช.น.เห็นด้วยกับมาตรการดังกล่ าวเพราะหากเกิดเหตุก็จะเป็นหลักฐานช่วยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการสอบสวนได้ง่ายขึ้น ทั้งเรื่องอาชญากรรมและเรื่องการทำผิ ดกฎหมายจราจรได้ด้วย โดยตนเห็นว่าการติดตั้งกล้องหน้ารถมีความจำเป็นเพราะปัจจุบันยังมี คนบางกลุ่มที่มักจะขับรถฝ่าฝื นกฎหมายจราจรเช่นขับรถปาดหน้า และขับรถยะประชิด อีกทั้งขับรถด้วยอารมณ์ฉุนเฉียวทำให้รถติดและเกิดอุบัติเหตุ รวมทั้งยังช่วยเป็นการรณรงค์ให้ประชาชนปฏิบัติ ตามกฎหมาย เพราะภาพที่บันทึกสามารถอั พโหลดให้คนในสังคมเห็นพฤติกรรมที่ไม่ดีของผู้ขับขี่ได้ ที่ผ่านมามีหลายคดี และหลายเหตุการณ์ที่สามารถคลี่คลายลงได้เพราะกล้องหน้ารถดังนั้นในอนาคตต่อไปหากรถยนต์ทุกคันมีกล้องก็จะถือว่าช่วยเป็นหูเป็นตาในการทำงานของเจ้าหน้าที่ และเจ้าหน้าที่สามารถพึ่งพาหลั กฐานจากกล้องหน้ารถเพื่อนำข้อมู ลมาดำเนินการกับผู้กระความผิด และที่สำคัญเมื่อผู้ใช้รถใช้ ถนนทราบว่ารถทุกคันมีกล้องก็ จะกระทำผิดน้อยลงซึ่งจะส่งผลให้ อุบัติเหตุและปั ญหาการจราจรติดขัดลดลงได้ด้วย.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    59%
  • ไม่เห็นด้วย
    41%