อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 22 สิงหาคม 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 22 สิงหาคม 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

ตำรวจใช้ไม้แข็งจัดการแท็กซี่4ข้อหาผิดครั้งเดียวอดวิ่ง

ตำรวจใช้ไม้แข็งจัดการแท็กซี่4ข้อหาประกาศิตผิดครั้งเดียวฟันทันที เพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ พุธที่ 15 มีนาคม 2560 เวลา 12.12 น.

พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล(รองบช.น.) ดูแลงานจราจร กล่าวว่า จากกรณีที่มีปัญหาแท็กซี่ปฏิเสธผู้โดยสาร ไม่กดมอเตอร์ หรือโก่งราคาในพื้นที่กรุงเพทมหานครทางกองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.)จึงได้ร่วมหารือกับกรมการขนส่งทางบก(ขบ.)ซึ่งเป็นผู้ควบคุมรถแท็กซี่ในพื้นที่กรุงเทพ โดยได้ข้อสรุปว่าต่อไปนี้บช.น.และขบ.จะดำเนินการร่วมกันโดยให้ตำรวจราจรเป็นผู้บังคับใช้กฎหมายและส่งข้อมูลผ่านระบบของขนส่งเพื่อแจ้งรายละเอียดและประวัติการกระทำความผิดของผู้ขับขี่ ซึ่งทางขบ.อนุญาตให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถขอรหัสผ่านเพื่อเข้าระบบทะเบียนของกรมการขนส่งฯได้ โดยเมื่อตรวจจับแล้วจะต้องกรอกข้อมูลชื่อคนขับ เลขทะเบียน และชื่อสหกรณ์ที่ให้เช่ารถให้แก่ขบ.เพื่อนำไปพิจารณาประกอบการพักใช้และเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ โดยต่อไปนี้หากแท็กซี่ทำผิด 4 ข้อหา 1.ปฏิเสธไม่รับผู้โดยสาร 2.ไม่กดมอเตอร์ 3.เก็บค่าโดยสารเกินราคา และ4.ปล่อยผู้โดยสารลงก่อนถึงจุดหมาย จะถูกเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ทันทีหากมีการตรวจสอบแล้วพบว่ามีความผิดจริง นอกจากนี้บช.น.ยังได้เสนอให้ขบ.พิจารณากำหนเวลาส่งรถแท็กใหม่โดยปกตอจะให้ส่งในช่วงเวลา 16.00น.-18.00น. ซึ่งตรงกับเวลาเร่งด่วนประชาชนเลิกงานทำให้ไม่ได้รับความสะดวกโดยบช.น.เสนอว่าอาจจะมีการกำหนดเลื่อนเวลาส่งรถให้เร็วขึ้นก็ช้าลงกว่าเวลาเดิม ซึ่งขบ.ได้รับแนวคิดไปพิจารณาต่อว่าจะดำเนินการอย่างไร
พล.ต.ต.จิรพัฒน์ กล่าวต่อว่า ในส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจราจรนั้นตนได้กำชับทั้ง 88 สน.กวดขันอย่างเข้มงวดอย่างพร้อมเพียงตามพ.ร.บ.รถยนต์ 2522 โดยเฉพาะในจุดที่มีแท็กซี่บริการเป็นจำนวนมากและในกรณีที่ได้รับแจ้งจากประชาชนจะต้องเร่งติดตามนำผู้กระทำคาวมผิดมาดำเนินคดีอย่างเร่งด่วน ทั้งนี้ประชาชนสามารถแจ้งข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ได้ทันทีไม่ว่าจะเห็นการเข้าไปแจ้งในป้อมจราจรตามทางแยก หรือหากพบเจ้าหน้าที่ยืนปฏิบัติงานบนท้องถนนก็สามารถเข้าไปให้ข้อมูลได้ เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาและทำให้ประชาชนหันมาใช้รถสาธารณะเพื่อเป็นการลดปริมาณรถที่จะออกมาบนท้องถนนโดยถือว่ามีความสอดคล้องกับนโยบายการลดปริมาณรถ และยังเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่การท่องเที่ยวของประเทศด้วย.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    86%
  • ไม่เห็นด้วย
    14%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 207