อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 28 พฤษภาคม 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 28 พฤษภาคม 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

รื้อ232หลังรุกคลองลาดพร้าว ต้องเคลียร์ให้จบก่อนสิ้นปี

สแกนพบบ้านเช่า-ผู้มีอิทธิพล 232 หลังค้านรื้อบ้านรุกคลองลาดพร้าว กทม.ขู่เตรียมจัดการเป็นพวกแรก ตั้งเป้ารื้อบ้านบุกรุกออกจากแนวคลองทั้งหมดภายในนี้ หากดื้อแพ่งเตรียมใช้ไม้แข็ง ใช้อำนาจตามประกาศคณะปฎิวัติจัดการ จันทร์ที่ 20 มีนาคม 2560 เวลา 08.40 น.


จากกรณีกรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้ดำเนินการก่อสร้างเขื่อนคอนกรีตตลอดแนวคลองลาดพร้าว เป็นระยะทาง 45.30 กิโลเมตร (รวม 2 ฝั่ง) เพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในพื้นที่กรุงเทพฯ ตามนโยบายรัฐบาล พร้อมกับลดผลกระทบประชาชนสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีแก่ชุมชน โดยความร่วมมือระหว่างหลายหน่วยงาน กรมธนารักษ์ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) จัดทำบ้านมั่นคงตามโครงการ “บ้านประชารัฐริมคลอง” ในจุดที่พื้นที่ริมคลองเหลือพอ โดยตามแผน มีระยะเวลาดำเนินการ3 ปี (พ.ศ.2559-2561) มีเป้าหมาย 52 ชุมชน รวม 7,081 ครัวเรือน

ความคืบหน้าล่าสุด นายจรูญ มีธนาถาวร รองปลัดกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยว่า ขณะนี้การทำงานในส่วนของการก่อสร้างเขื่อนริมคลองลาดพร้าว มีความคืบหน้าเพียง 10 เปอรเซ็นต์เท่านั้น ยังล่าช้ากว่าแผน โดยเหตุที่งานล่าช้าเนื่องจากติดปัญหาการรื้อย้ายบ้านเรือนที่ก่อสร้างรุกล้ำคลอง ซึ่งจากการประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้กำหนดแนวทางการดำเนินการรื้อย้ายบ้านเรือนรุกล้ำคลองลาดพร้าว กรณีที่ผู้บุกรุกพื้นที่คลองสาธารณะไม่ยินยอมรื้อย้ายบ้านเรือนออกจากพื้นที่ บ้านดังกล่าวก็ถือเป็น "บ้านที่อยู่อาศัยอย่างผิดกฎหมาย" รุกล้ำพื้นที่สาธารณะก่อสร้างไม่ถูกต้องตามพ.ร.บ.ควบคุมอาคาร ดังนั้น กทม.จะใช้มาตรการทางกฎหมายเข้าทำการรื้อย้าย โดยอาศัยอำนาจตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 44 ลงวันที่ 11 ม.ค. 2502 ที่ให้อำนาจกทม.เข้าไปรื้อย้ายบ้านที่บุกรุกได้เมื่อครบกำหนดตามที่กทม.ติดประกาศแจ้งไว้

นายจรูญ กล่าวต่อว่า สำหรับบ้านเรือนที่อยู่ในสายคลองลาดพร้าว มีจำนวน 7,081 ครัวเรือน โดยเป็นบ้านบนบก 4,294 ครัวเรือน และเป็นบ้านในน้ำ 2,690 ครัวเรือน โดย กทม.ได้กำหนดแนวทางให้สำนักงานเขตในพื้นที่คลองลาดพร้าว ทั้ง 8 เขตคือ เขตดอนเมือง สายไหม หลักสี่ บางเขน จตุจักร ลาดพร้าว ห้วยขวาง และวังทองหลาง ดำเนินการแนวทางเดียวกันทั้งหมด คือต้องรื้อย้ายบ้านเรือนที่รุกล้ำในน้ำ ซึ่งมีที่อยู่อาศัยอยู่ในแนวเขตคลอง ออกทั้งหมดภายในปี 60 นี้ เพื่อจะดำเนินการตอกเสาเข็มตลอดแนวเขื่อนให้ได้ 60,000 ต้น ทั้งนี้ กทม.จะเริ่มใช้มาตรการทางกฎหมาย แจ้งความดำเนินคดี และใช้ปว.44 จัดการรื้อย้ายบ้านที่ไม่ยินยอมโดยเริ่มที่กลุ่มบ้านหลังใหญ่ บ้านเช่า บ้านของกลุ่มแกนนำ และบ้านที่ใช้ในเชิงพาณิชย์ รวม 232 หลัง ซึ่งจะกำหนดกรอบเวลาให้รื้อย้ายภายในปี 60 นี้ หากไม่ดำเนินการ กลุ่มดังกล่าวจะเป็นกลุ่มแรกที่กทม.ใช้มาตรการทางกฎหมายเข้ารื้อย้านบ้านทั้งหมดต่อไป



ด้านนายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวว่า การก่อสร้างเขื่อนขณะนี้ได้ทยอยเข้าพื้นที่ในจุดที่กรมธนารักษ์ได้ส่งมอบที่ดินให้กทม. เมื่อมีการรื้อย้ายบ้านบุกรุกออก ผู้รับเหมาก็จะเข้าดำเนินการทันที โดยล่าสุดเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาได้เข้าพื้นที่เพิ่ม ที่บริเวณวัดลาดพร้าว ซึ่งเป็นระยะทาง 100 ม.ได้เริ่มตอกเสาเข็มแล้วในจุดนี้จะแล้วเสร็จในเดือนมิ.ย. นอกจากนี้ยังได้ลงพื้นที่ไปตรวจความคืบหน้าที่ ชุมชนหลังว.ค.จันทรเกษม เขตจตุจักร และร่วมพิธีขอขมาแม่พระธรณี พิธียกเสาเอกบ้านมั่นคงเป็นสุขสามัคคีในสายคลองลาดพร้าว และเดินเครื่องจักรตอกเสาเข็มต้นแรก พร้อมทั้งตรวจความเรียบร้อยการรื้อย้ายชุมชนที่รุกล้ำแนวเขตคลอง ความยาว 610 เมตร  ที่ขณะนี้ดำเนินการรื้อย้ายเรียบร้อยแล้ว ส่วนชุมชนสะพานไม้ 2 เขตหลักสี่ มีความยาว 921 เมตร พอช. รื้อย้ายและส่งมอบพื้นที่ให้กทม. ความยาว 300 เมตร ดำเนินการตอกเสาเข็มได้ความยาว 265.5 เมตร ชุมชนศาลเจ้าพ่อสมบุญ เขตสายไหม ความยาว 237 เมตร ดำเนินการตอกเสาเข็มเสร็จเรียบร้อยแล้วความยาว 207 เมตร ถือว่ามีความคืบหน้าทุกจุด ซึ่งในส่วนของผู้ที่คัดค้านยืนยันว่าในแนวสายคลองมีการไปยื่นร้องศาลปกครองเพียงจุดเดียวคือที่บริเวณวัดลาดพร้าว แต่ขณะนี้ศาลฯไม่ได้มีคำสั่งใดๆ มายังกทม. ส่วนในชุมชมต่างๆที่มีบ้านบางหลังมีการขึ้นป้ายคัดค้านและให้ไปเจรจากับแกนนำนั้น ได้สั่งการให้เขตฯเดินหน้าเจรจาทำความเข้าใจกับชาวบ้านต่อไป

นายจักกพันธุ์ กล่าวต่อว่า สำหรับการรื้อย้ายชุมชนบุกรุกบริเวณป้อมมหากาฬนั้น ในวันที่ 20 มี.ค.นี้ กทม.ได้รับการประสานจากชาวบ้านในป้อมให้ช่วยรื้อย้ายบ้านออกจากพื้นที่อีก 4 หลัง ซึ่งเจ้าของบ้านเต็มใจที่จะย้ายออก ขณะนี้ถือว่าได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่ายในการเร่งคืนพื้นที่สาธาณะเพื่อให้เป็นพื้นที่ที่ประชาชนสามารถใช้สอยร่วมกันซึ่งตามแผนในบริเวณป้อมมหากาฬกทม.จะปรับปรุงเป็นสวนสาธารณะ โดยจากบ้านที่บุกรุกทั้งหมด 42 หลังในชุมชน ได้รื้อออกไปแล้ว 6 หลัง และจะดำเนินการในวันที่ 20 มี.ค.นี้อีก 4 หลัง เหลือบ้านที่ยังไม่ยินยอมอีก 32 หลัง ซึ่งกทม.จะเดินหน้าในการประสานชาวบ้านเพื่อรื้อย้ายต่อไป อย่างไรก็ตามในส่วนที่เป็นบ้านอนุรักษ์ ก็ได้มีการประสานไปทางหน่วยงานผู้เชี่ยวชาญร่วมตรวจสอบว่าบ้านหลังใดเป็นบ้านเก่าแก่ที่มีคุณค่าในการอนุรักษ์ต่อไป.

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    44%
  • ไม่เห็นด้วย
    56%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 28