อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 20 กันยายน 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 20 กันยายน 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

สั่งไล่ออกรองปลัด-3อดีตขรก.กทม. เซ่นจัดซื้อรถดับเพลิง

สั่งไล่ออก "รองปลัด กทม." พร้อมอดีตข้าราชการกทม.อีก 3 ราย เซ่นพิษ "รถดับเพลิงฉาว" ยืนตามป.ป.ช.และมติครม. ก่อนชงเสนอผู้ว่าฯ “อัศวิน” ออกคำสั่งเป็นทางการ ทั้งเรียกเงินบำนาญคืนพร้อมริบเครื่องราชฯ ศุกร์ที่ 21 เมษายน 2560 เวลา 10.40 น.


เมื่อวันที่ 20 เม.ย.ที่ผ่านมา ที่ศาลาว่าการกทม. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางวรรณวิไล พรหมลักขโณ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร (ก.ก.) โดยมีวาระการพิจารณา "โทษทางวินัย" ต่อผู้ที่เกี่ยวข้องกรณีการจัดซื้อรถดับเพลิงและเรือดับเพลิงพร้อมอุปกรณ์บรรเทาสาธารณภัย ของกทม. ตามที่พล.ต.อ.วัชรพล ประสานราชกิจ ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีหนังสือด่วน ที่ ปช.0015/487 ลงวันที่ 28 ก.พ.60 ที่ผ่านมา ถึงผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ขอให้ดำเนินการพิจารณาโทษทางวินัยต่อผู้ที่เกี่ยวข้อง กรณีการจัดซื้อรถดับเพลิงและเรือดับเพลิง พร้อมอุปกรณ์บรรเทาสาธารณภัยในราคาสูงเกินความเป็นจริงมีพฤติการณ์เอื้อประโยชน์ให้แก่ผู้เสนอราคารายใดรายหนึ่งโดยให้ดำเนินการทางวินัยกับข้าราชการกทม.ที่เกี่ยวข้อง 4 ราย คือ นายสุวิทย์ (ทรรน) ศิลาทอง, นางสาวสุทิพย์ ทิพย์สุวรรณ์, พ.ต.อ.พิชัย เกรียงวัฒนศิริ และพ.ต.ท.รักศิลป์ รัตนวราหะ ในฐานะกรรมการจัดซื้อโดยวิธีพิเศษขณะนั้น โดยปัจจุบันเกษียณไปแล้ว 3 คน เหลือเพียง "พ.ต.อ.พิชัย" ที่ยังรับราชการอยู่ในตำแหน่ง รองปลัดกทม. เพียงรายเดียว ซึ่งป.ป.ช.กำหนดให้ดำเนินการทางวินัยให้แล้วเสร็จภายใน 30 วันนับแต่ที่ได้รับเรื่อง แต่เนื่องจากการพิจารณาโทษทางวินัยของกทม. ใช้เวลาดำเนินการหลายขั้นตอน โดยได้ส่งเรื่องให้คณะอนุกรรมการวิสามัญเกี่ยวกับวินัยและการออกจากราชการ (อ.ก.ก.วินัย) พิจารณาซึ่งผลไม่เป็นเอกฉันท์ จึงต้องนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการ ก.ก. ในวันนี้ ซึ่งผลการประชุมได้มีมติให้ไล่ออกข้าราชการทั้ง 4 รายด้วยคะแนนเสียงเอกฉันท์ โดยกรณีข้าราชการที่ถูกพิจารณาโทษไล่ออกนั้นตามระเบียบข้าราชการ จะงดจ่ายเงินบำนาญและจะ จะต้องถูกเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์พ.ศ.2548 รวมทั้งงดสวัสดิการต่างๆ อาทิค่ารักษาพยาบาลต่างๆด้วย โดยข้าราชการเกษียณทั้ง 3 รายนั้นนอกจากการงดเงินบำนาญที่จะมีผลทันทีที่ผู้ว่าฯกทม.ออกคำสั่งแล้ว เงินบำนาญที่ได้รับไปนับแต่เกษียณอายุ ก็จะถูกเรียกคืนทั้งหมด

นางวรรณวิไล เปิดเผยภายหลังว่า ที่ประชุม ก.ก.มีผลออกมาอย่างเป็นเอกฉันท์และมีการรับรองที่ประชุมเรียบร้อยแล้ว แต่ผลการพิจารณาดังกล่าวนั้นเป็นเรื่องลับของทางราชการ จึงไม่สามารถเปิดเผยได้ จากนี้จะนำผลการพิจารณาส่งมอบให้พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯกทม.เป็นผู้พิจารณาและออกคำสั่ง ซึ่งเป็นอำนาจของผู้ว่าฯกทม.จึงจะถือว่าคำสั่งนั้นเป็นผล อย่างไรก็ตามแม้การพิจารณาจะล่าช้ากว่า ที่ป.ป.ช. กำหนดไว้ แต่ผู้ว่าฯกทม. ก็มีการประสานกับ ป.ป.ช.อย่างต่อเนื่อง ว่าการดำเนินการอยู่ในขั้นตอนอย่างไรบ้าง เหตุใดจึงล่าช้า จึงไม่น่าจะเป็นปัญหาแต่อย่างใด ทั้งนี้ความจริงแล้วตามมติคณะรัฐมนตรี(ครม.) มีคำสั่งออกมาชัดเจนแล้วตั้งแต่ต้น รวมถึงคำสั่งของ ป.ป.ช.ตามหนังสือคำสั่งที่ได้แจ้งมายัง กทม.ก่อนหน้านี้ ด้วย จึงไม่น่ามีความเปลี่ยนแปลงอะไร สำหรับผู้ที่ถูกพิจารณาทั้ง 4 รายนั้น ส่วนใหญ่เป็นผู้ที่เกษียณอายุราชการไปแล้ว ผลการพิจารณาจึงยืนตามคำสั่ง ป.ป.ช.

ทางด้านนายทรรน ศิลาทอง อดีตข้าราชการกทม.ที่ถูกพิจารณาโทษ กล่าวว่า ขณะนี้ตนรอหนังสือคำสั่งจากผู้ว่าฯกทม. ซึ่งหากมีหนังสือสั่งไล่ออกมา ก็จะใช้สิทธิอุทธรณ์ตามกระบวนการ หากไม่ได้รับความเป็นธรรมก็จะสู้ถึงศาลปกครอง ยืนยันว่าในการเป็นคณะกรรมการจัดซื้อรถและเรือดับเพลิงนั้น ในการพิจารณาของคณะกรรมการฯได้มีตัวแทนของสำนักงานอัยการสูงสุดร่วมประชุมในเรื่องของระเบียบพัสดุที่ต้องดำเนินการจัดซื้อตามในรูปแบบรัฐต่อรัฐ ที่กทม.รับมาดำเนินการตามข้อตกลงระดับรัฐบาลเป็นการจัดซื้อวิธีพิเศษ จึงไม่มีการสืบราคาสินค้ารายอื่นมาประกอบ โดยตนไม่ได้มีส่วนได้เสียใดๆกับการจัดซื้อครั้งนี้และจะขอต่อสู้จนถึงที่สุด สำหรับผู้ที่ถูกลงโทษในกรณีนี้อีก3ท่านนั้นก็ยังไม่ได้มีการหารือกันแต่อย่างใด.


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    67%
  • ไม่เห็นด้วย
    33%

บอกต่อ : 430