อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 22 กันยายน 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 22 กันยายน 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

ดำเนินคดีอีก57รายขัดขวางบ้านริมคลองลาดพร้าว

พอช.-กรมธนารักษ์ ฟ้องร้องบ้านรุกล้ำคลองลาดพร้าวอีก 57ครัวเรือน หลังเจรจาไม่ยอมย้ายออก กระทบบ้านหลังอื่น ทำเขื่อนสร้างชุมชนใหม่ไม่ได้ ยันเป้าหมายเดิมสิ้นปีนี้ต้องรื้อบ้านให้ได้ 3.6พันหลัง พุธที่ 13 กันยายน 2560 เวลา 18.43 น.

เมื่อวันที่ 13ก.ย. นายสมคิด สมศรี อธิบดีกรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการร่วมพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองและริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา นายธนัช นฤพรพงศ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(องค์การมหาชน) (พอช.) ร่วมกับผู้แทนจากกรมธนารักษ์ เข้าแจ้งความร้องทุกข์ ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ ดำเนินคดีกับผู้บุกรุกปลูกสร้างที่อยู่อาศัยริมคลองลาดพร้าว จำนวน 57ครัวเรือน ที่สถานีตำรวจนครบาลบางเขน เขตบางเขน กรุงเทพฯ

โดยพล.ต.ต.สมพงษ์  ชิงดวง รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล(รองผบช.น.) กล่าวว่า  การแจ้งความในวันนี้  กรมธนารักษ์ในฐานะเจ้าของที่ดินราชพัสดุได้แจ้งข้อกล่าวว่าตามประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา 9  โดยการเข้าไปยึดถือครองที่ดินของรัฐ  ซึ่งเป็นที่ดินสาธารณประโยชน์ที่ประชาชนใช้ร่วมกัน  เช่น  ที่ริมตลิ่ง  ทางน้ำ  คลอง  ฯลฯ  ซึ่งมีโทษตามกฎหมายที่ดินและกฎหมายอาญา  มีอัตราโทษจำคุก  3 ปีถึง  5 ปี  ทั้งนี้ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ได้แจ้งความร้องทุกข์ไปแล้ว 2   ครั้ง  รวม 16 ราย  ซึ่งทั้ง  16 รายได้เข้ามามอบตัวและรับทราบข้อกล่าวหาแล้ว  และเข้าใจว่าตนไม่มีสิทธิที่จะอยู่  และยินดีที่จะเข้าร่วมโครงการกับรัฐ  ยอมรื้อถอนบ้าน ซึ่งในส่วนนี้ทางเจ้าหน้าที่ก็จะช่วยหาทางบรรเทาความเดือดร้อนสำหรับผู้ที่ขาดเจตนาหรืออยู่อาศัยมานานตั้งแต่รุ่นพ่อรุ่นแม่

พล.ต.ต.สมพงษ์กล่าวต่อว่า ส่วนผู้รุกล้ำที่รู้ตัวว่าไม่มีเอกสารสิทธิครอบครองพื้นที่  แต่มีเจตนาจะดื้อดึง  ขัดขวางการพัฒนาคลอง  กรมธนารักษ์เป็นผู้เสียหายจึงมาแจ้งความในวันนี้  และจะส่งหมายเรียกไปยังผู้ที่ถูกข้อกล่าวหาโดยเร็ว  หากเรียกไปแล้วครั้งที่ 1 ยังไม่มา  ครั้งที่ 2 ยังไม่มา  ก็จะต้องออกหมายจับต่อไป  โดยเฉพาะพวกนายทุน  เจ้าของห้องเช่า เก็บเงินค่าเช่าเดือนละ 2-3 พันบาทต่อเดือน  มีห้องเช่าเป็นสิบห้อง  พวกบ้านใหญ่ที่ไม่ยอมรื้อย้าย  ก็จะเร่งดำเนินคดีโดยเร็วที่สุดต่อไป นอกจากนี้ในกลุ่มแกนนำหรือผู้ที่หวังผลประโยชน์ทางการเมืองและไปให้ข้อมูลที่ผิดๆ กับประชาชน  หรือยุยงให้ประชาชนคัดค้านหรือไม่ยอมเข้าร่วมโครงการ  เจ้าหน้าที่กำลังพิจารณาว่าเข้าข่ายผิดกฎหมายหรือไม่  หากมีความผิดก็จะพิจารณาดำเนินคดีต่อไป

นายธนัช  กล่าวว่า การแก้ปัญหาบ้านเรือนรุกล้ำคลองลาดพร้าว เป็นการแก้ปัญหาการบุกรุกพื้นที่สาธารณะในโครงการนำร่อง ที่รัฐบาลต้องการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ประชาชน และแก้ปัญหาบ้านเรือนกีดขวางเส้นทางระบายน้ำ รัฐบาลจึงมีนโยบายในการจัดระเบียบและแก้ไขปัญหาชุมชนที่บุกรุกลำคลองและทางระบายน้ำ โดยชาวบ้านที่รุกล้ำพื้นที่ จะต้องรื้อย้ายบ้านเรือน เข้าร่วมโครงการบ้านมั่นคง ก่อสร้างบ้านหลังใหม่ที่มีการจัดระบบต่างๆเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น และให้ประชาชนมีที่อยู่อาศัยที่ถูกต้องตามกฎหมาย สำหรับการรื้อย้ายบ้านรุกล้ำในคลองลาดพร้าว ต้องทำการรื้อย้ายบ้านเรือนประชาชนที่ก่อสร้างบ้านรุกล้ำพื้นที่คลองสาธารณะเพื่อก่อสร้างแนวเขื่อนริมคลอง ทั้งสิ้น 52ชุมชน รวม 7,081ครัวเรือนนั้น ขณะนี้พอช.สามารถรื้อย้ายบ้านรุกล้ำ และสร้างบ้านมั่นคงให้แก่ประชาชนแล้ว จำนวน 846 ครัวเรือน อีกทั้งยังมีบ้านอยู่ระหว่างก่อสร้างแต่ยังไม่แล้วเสร็จอีก 830 หลัง รวมบ้านสร้างเสร็จและระหว่างก่อสร้าง 1,676 หลัง และมีบ้านเรือนที่อยู่ระหว่างการจัดสรรพื้นที่ และดำเนินการรื้อย้ายบ้านอีก 555 ครัวเรือน โดยเป้าหมายการรื้อย้ายบ้านรุกล้ำ ก่อสร้างบ้านมั่นคงในปลายปี 2560 จะต้องสามารถดำเนินการได้รวม จำนวน 33 ชุมชน 3,672 ครัวเรือน และการรื้อย้ายบ้านรุกล้ำทั้งหมดจะแล้วเสร็จ 52 ชุมชน รวม 7,018 ครัวเรือน ประมาณสิ้นปี 2561

อย่างไรก็ตามการรื้อย้ายบ้านเรือนออกจากพื้นที่รุกล้ำคลองของแต่ละชุมชนนั้น เกิดปัญหาเนื่องจากมีบางหลังคาเรือนในชุมชนต่อต้านทำให้พื้นที่ที่พร้อมดำเนินการจะเหลือเป็นฟันหลอ ซึ่งทำให้การจัดสรรที่ดินเดิม เพื่อก่อสร้างบ้านมั่นคงให้แก่ประชาชน และการก่อสร้างเขื่อนไม่สามารถดำเนินการได้ โดยที่ผ่านมานั้น คณะทำงานซึ่งมีทั้งเจ้าหน้าที่พอช. สำนักงานเขตพื้นที่ ทหาร ตำรวจ ได้ร่วมเจราจรกับประชาชนกลุ่มต่อต้านอย่างต่อเนื่อง แต่ด้วยบางครัวเรือนที่เกิดปัญหาไม่ยินยอมย้ายออกและสร้างผลกระทบทำให้งานก่อสร้างดำเนินการต่อไปไม่ได้ จึงต้องมีการฟ้องร้องดำเนินคดีตามกฎหมาย ในการบุกรุกพื้นที่สาธารณะ ซึ่งกรมธนารักษ์ ในฐานะเจ้าของพื้นที่ เป็นผู้ดำเนินการฟ้องร้องดำเนินคดี โดยที่ผ่านมา กรมธนารักษ์ และพอช. ร่วมกับฟ้องร้องผู้บุกรุกไปแล้ว 16ราย และในวันนี้ (13ก.ย.) ได้ดำเนินการแจ้งความดำเนินคดีกับกลุ่มผู้บุกรุกเพิ่มเติมอีก 57ราย ซึ่งอยู่อาศัยในพื้นที่ 15ชุมชน ในเขต สายไหม หลักสี่ ดอนเมือง บางเขน จตุจักร และห้วยขวาง
นายธนัชกล่าวต่อว่า เมื่อฟ้องร้องดำเนินคดีแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเป็นผู้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป โดยชาวบ้านกลุ่มดังกล่าว บุกรุกพื้นที่ ก่อสร้างบ้านอย่างผิดกฎหมาย ท้ายที่สุดก็ต้องมีการรื้อย้ายบ้านออกจากพื้นที่ ดังนั้น พอช.จึงอยากให้ประชาชนเข้าใจ และเข้าร่วมโรงการบ้านมั่นคง รื้อย้ายบ้าน เพื่อก่อสร้างบ้านที่ดี มีคุณภาพ อยู่อาศัยอย่างถูกต้อง เพื่อให้โงการขับเคลื่อนไปได้อย่างเป็นระบบ และไม่เกิดผลกระทบกับประชาชนที่ต้องการพัฒนาที่อยู่อาศัยรายอื่นๆ โดยจากนี้ หากยังมีบ้านรุกล้ำไม่ยินยอมรื้อย้ายออกจากคลอลาดพร้าว และเกิดผลกระทบกับการดำเนินโรงการ พอช.ก็จะประสานกรมธนารักษ์ เจ้าของพื้นที่ เพื่อฟ้องร้องดำเนินคดีต่อไปเช่นกัน

นายธนัช กล่าวต่อว่า ขอยืนยันว่า จากการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนและปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดินคณะที่ 5 (คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาการรุกล้ำลำน้ำสาธารณะ คลองลาดพร้าว) ซึ่งมีพลเอกประวิตร  วงษ์สุวรรณ  รองนายกรัฐมนตรี  เป็นประธาน มีข้อสรุปว่า การจ่ายเงินช่วยเหลือบ้านเรือนที่รุกล้ำพื้นที่สาธารณะนั้น ไม่มีกฎหมายรองรับ  เนื่องจากเป็นการรุกล้ำและบุกรุก  ซึ่งไม่ถูกต้องตามกฎหมาย โดยรัฐบาลไม่มีการจ่ายเงินช่วยเหลือใดๆทั้งสิ้น ดังนั้น ตนจึงขอให้ประชาชนเข้าใจ และเข้าร่วมการสร้างบ้านมั่นคง ซึ่งรัฐบาลจะมีแนวทางช่วยเหลือในการสร้างบ้านหลังใหม่ที่เหมาะสม และเกิดประโยชน์แก่ประชาชนมากที่สุด
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    14%
  • ไม่เห็นด้วย
    86%

บอกต่อ : 8