อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

ไม่จ่ายค่าปรับเบียดคอสะพานขู่อายัดทะเบียน

เร่งติดตั้งป้ายเตือนก่อนถึงจุดติดกล้องจับเลนเชนจ์ พร้อมใช้งานสิ้นเดือนพ.ย.นี้ ทำผิดกฎแชะภาพส่งใบสั่งถึงบ้านไม่จ่ายใน15วันส่งใบเตือนแจ้งอายัด พุธที่ 15 พฤศจิกายน 2560 เวลา 11.52 น.

รายงานข่าวแจ้งว่า จากที่กองบังคับการตำรวจจราจร (บก.จร.) เตรียมจะนำกล้องตรวจจับฝ่าฝืนช่องเดินรถในเขตห้าม หรือกล้องเลนเชนจ์ มาใช้ใน 15 จุด ทั่วกรุงเทพฯ คือ 1.สะพานแยกบางเขน ถนนงามวงศ์วานขาออก 2.สะพานข้ามแยกศูนย์ราชการ ถนนแจ้งวัฒนะขาออก 3.ทางลอดแยกห้วยขวาง ถนนรัชดาภิเษกขาเข้า  4.สะพานข้ามแยกบรมราชชนนี ถนนบรมราชชนนขออก 5 สะพานข้ามแยกวงเวียนบางเขน ถนนแจ้งวัฒนะขาเข้า  6.สะพานข้ามแยกราชเทวี ถนนเพชรบุรีขาออก 7.แยกสามเหลี่ยมดินแดง ถนนดินแดงขาเข้า 8.สะพานข้ามแยกประชานุกูล ถนนรัชดาภิเษกขาออก 9.สะพานศิริราชด้านถนนอรุณอัมรินทร์ ถนนอรุณอัมรินทร์ขาออก  10.แยกรัชดา-ลาดพร้าว ถนนลาดพร้าวขาออก 11.แยกรัชดา-ลาดพร้าว ถนนลาดพร้าว ขาเข้า 12.สะพานข้ามแยกวงศ์สว่าง ถนนรัชดาภิเษกขาออก 13.สะพานข้ามแยกพระราม 4ถนนรัชดาภิเษกขาออก  14.สะพานพระพุทธยอดฟ้า ถนนประชาธิปกขาเข้า และ 15.สะพานข้ามแยกกำนันแม้น ถนนกัลปพฤกษ์ ขาออก ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

พ.ต.อ.กิตติ อริยานนท์  รองผู้บังคับการตำรวจจราจร(รองผบก.จร.) กล่าวว่า โครงการระบบตรวจจับรถฝ่าฝืนช่องเดินรถในเขตห้ามหรือกล้องเลนเชนจ์  ซึ่งจากการตรวจสอบความคืบหน้าในการติดตั้งระบบกล้องและระบบเชื่อมโยงข้อมูลขณะนี้ทางเอกชนได้เร่งดำเนินการติดตั้งทั้ง 15 จุดให้แล้วเสร็จภายในสิ้นในเดือนพ.ย.60 นี้  หากติดตั้งเสร็จก็จะสามารถบันทึกภาพผู้กระทำความผิดและเชื่อมโยงข้อมูลมายังศูนย์ควบคุมและสั่งการจราจร (บก.02) ที่กองบังคับการตำรวจจราจร ถนนวิภาวดีรังสิต ได้แบบอัตโนมัติ โดยระบบของกล้องตรวจจับนั้นจะทำงานตลอด 24 ชม. โดยหากมีการบันทึกภาพผู้กระทำความผิดปาดเบียดคอสะพาน-ทางลงอุโมงค์ หรือที่คับขันระบบจะส่งภาพมายังศูนย์ควบคุมฯ ทันทีเพื่อให้เจ้าหน้าที่ทำการตรวจประวัติข้อมูลทะเบียนรถเพื่อออกใบสั่งให้มาชำระค่าปรับต่อไป

นอกจากนี้การทำงานของเจ้าหน้าที่ในการตรวจสอบประวัติข้อมูลทะเบียนรถว่าสี ยี่ห้อ ทะเบียน ชื่อผู้ครอบครองตรงกันหรือไม่ หากข้อมูลไม่ตรงกันก็จะแจ้งไปยังเจ้าของทะเบียนรถให้ดำเนินการแจ้งความทันที เพราะรถอาจจะถูกสวมทะเบียน ดังนั้นนอกจากกล้องดังกล่าวจะตรวจจับรถที่แซงในเส้นทึบได้แล้วยังจะมีการตรวจสอบรถสวมทะเบียนได้อีกด้วย ซึ่งเมื่อทราบแล้วก็จะดำเนินการทางกฎหมายต่อไป

พ.ต.อ.กิตติ กล่าวต่อว่า สำหรับการตรวจจับนั้นเจ้าหน้าที่จะมีการติดป้ายแจ้งเตือนประชานผู้ใช้ทางก่อนเข้าเขตควบคุมหรือเขตที่มีการตีเส้นทึบเอาไว้ ซึ่งแต่ละจุดก็อาจจะมีระยะทางที่แตกต่างกันออกไป โดยหากกล้องตรวจพบว่ารถมีการขับทับเส้นทึบหรือแซงบริเวณดังกล่าวจะบันทึกภาพไว้ทันที จากนั้นเจ้าหน้าที่ก็จะส่งใบสั่งไปยังที่อยู่ของเจ้าของรถคันนั้นๆเพื่อให้มาชำระค่าปรับภายใน 15 วัน หากยังไม่มาก็จะสู่ขบวนการการส่งหนังสือเตือนและหากผู้กระทำความผิดยังเพิกเฉยเจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะแจ้งอายัดการชำระภาษีชั่วคราวไปยังกรมการขนส่งทางบก โดยการตรวจจับด้วยกล้องเลนเชนจ์นั้นก็จะเข้าสู่ระบบการอายัดทะเบียนเหมือนกับการกระทำความผิดอื่นๆที่มีการจับผู้กระทำความผิดโดยการบันทึกภาพและส่งใบสั่งทางไปรณีย์เช่นเดียวกันกับ กล้องจับรถฝ่าสัญญาณไฟ  กล้องจับรถขับขี่เร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด เป็นต้น

อย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่ารถที่มีการแซงในเส้นทึบปาดเบียดคอสะพาน  โดยส่วนใหญ่แล้วจะเป็นรถยนต์ซึ่งบริเวณที่พบเป็นประจำคือทางลงอุโมงค์ ทางขึ้นสะพาน จุดที่มีการจราจรหนาแน่น ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวถือว่าส่งผล กระทบต่อสภาพการจราจรเป็นอย่างมาก โดยบก.จร.คาดว่าหากมีกล้องตรวจจับเลนเชนจ์มาบังคับใช้กฎหมายแล้วจะเกิดความเป็นระเบียบรถที่ใช้ถนนจะขับในช่องทางที่ถูกกำหนด ประชาชนมีวินัยจราจรมากขึ้น ทั้งนี้ขอให้ปฎิบัติตามกฎจราจร ซึ่งจะทำให้ปัญหารถติดขัดน้อยลงและลดความเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนบริเวณจุดคับขัน ไม่ต้องเสียเวลา เสียค่าซ่อมรถด้วย.





 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 138