อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 12 ธันวาคม 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 12 ธันวาคม 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

ตำรวจเล็งซื้อเครื่องออกใบสั่งใช้ปี61

บช.น.ปัดฝุ่นโครงการซื้อเครื่องอีทิกเก็ต เล็งชงสตช.จัดหางบประมาณ ชี้หากมีเครื่องมือออกใบสั่งจะทำให้เจ้าหน้าตรวจสอบการกระทำความผิดได้ง่ายขึ้น พุธที่ 22 พฤศจิกายน 2560 เวลา 09.03 น.

พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล(รองผบช.น.) ดูแลงานจราจร กล่าวว่า ขณะนี้กองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.)มีแนวคิดที่จะผลักดันโครงการอิทิกเก็ตหรือเครื่องออกใบสั่งแบบอิเล็กทรอนิกส์เข้ามาใช้ในระบบการออกใบสั่งและบังคับใช้กฎหมายจราจรของเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรในพื้นที่กรุงเทพมหานครอีกครั้ง ซึ่งที่ผ่านมาบช.น.ได้เคยของบประมาณจากกรุงเทพมหานคร(กทม.) แต่ยังไม่ได้รับการพิจารณาดังนั้นบช.น.จึงมีแนวคิดที่จะดำเนินการอีกครั้ง เพราะขณะนี้ระบบฐานข้อมูลอยู่ระหว่างดำเนินการ หากมีเครื่องออกใบสั่งอิเล็กทรอนิกส์กจะสามารถเชื่อมโยงข้อมูลได้และจะเกิดประโยชน์ในการออกใบสั่งและบังคับใช้กฎหมายด้วยเนื่องจากจะสามารถตรวจสอบข้อมูลการกระทำความผิดย้อนหลังได้ ทั้งปัญหาการทำผิดกฎจราจรค้างชำระค่าปรับ การกระทำผิดในต่างพื้นที่ หรือทำผิดข้อหาเดิมซ้ำซึ่งจะมีมาตรการตัดแต้มต่างๆมาดำเนินการให้เกิดประสิทธิภาพในอนาคต โดยเบื้องต้นบช.น.จะต้องศึกษาความเหมาะสมและระบบการทำงานของเครื่องออกใบสั่งแบบอิเล็กทอนิกส์ก่อน หลังจากนั้นจะนำรายละเอียดเสนอของบประมาณเพื่อจัดซื้อต่อไป

ทั้งนี้ตามที่กฎหมายระบุนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจราจรสามารถออกใบสั่งได้ 3 รูปแบบคือ ใบสั่งที่ออกโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจราจร  ใบสั่งที่ออกด้วยเครื่องตรวจจับแบบอิเล็กทรอนิกส์หรือกล้องซีซีทีวี และใบสั่งที่ออกด้วยเครื่องออกใบสั่ง ซึ่งขณะนี้ตำรวจราจรใช้การออกใบสั่งแบบ 2 วิธีเท่านั้น หากมีเครื่องออกใบสั่งแบบอิเล็กทรอนิกส์ก็จะครอบคลุมและทันสมัยมากยิ่งขึ้น ตั้งเป้าหมายว่าในปี 61 ซึ่งคาดว่าจะเชื่อมข้อมูลกับกรมขนส่งทางบกและมีฐานข้อมูลด้านทะเบียนประวัติผู้ขับขี่เพื่อให้การดำเนินการผู้กระทำผิดกฎจราจรได้เข้มงวดมากขึ้น ดังนั้นจำเป็นจะต้องมีการนำเทคโนโลยีมาใช้ในระบบงานจราจรให้เพิ่มมากขึ้น ซึ่งขณะนี้กองบังคับการตำรวจจราจร(บก.จร.)ได้เริ่มปรับปรุงศูนย์ควบคุมและสั่งการจราจร (บก.02) โดยการเพิ่มประสิทธิภาพระบบกล้องซีซีทีวี ระบบการตรวจจับผู้กระทำความผิดด้วยกล้องซีซีทีวี ไม่ว่าจะเป็นกล้องจับฝ่าฝไฟแดง กล้องตรวจจับเลนเชนจ์ ดังนั้นในปี 61 การใช้เทคโนโลยีมาช่วยในการดำเนินการของเจ้าหน้าที่จะทำให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นไปอย่างทั่วถึง และลดการเผชิญหน้าและการปะทะกันกับประชาชน อีกทั้งการนำเทคโนโลยีมาใช้ในงานจราจรจะทำให้เกิดความแม่นยำและตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังรวมทั้งติดตามผู้กระทำความผิดให้มาดำเนินการชำระค่าปรับหรือรับโทษได้เป็นอย่างดี.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    20%
  • ไม่เห็นด้วย
    80%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 29