อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 12 ธันวาคม 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 12 ธันวาคม 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

แก่,ง่วง,ป่วยห้ามขับรถตำรวจเสนอเข้มลดอุบัติเหตุ

ตำรวจเสนอ"แก่มาก"ห้ามขับรถ คนง่วง - ป่วยต้องโดนกักตัวห้ามขับจนกว่าจะหาย ด้านทล.ออกแบบนวัตกรรใหม่ๆให้ถนนปลอดภัยลดอุบัติเหตุ พฤหัสบดีที่ 7 ธันวาคม 2560 เวลา 15.28 น.

เมื่อวันที่6 ธ.ค.60ที่ไบเทคบางนาจัดงานสัมนาวิชาการระดับชาติเรื่องความปลอดภัยทางถนนครั้งที่13เพื่อความปลอดภัยทางถนนที่ยั่งยืนภายใต้หัวข้อการเสวนาเรื่องง่วง-ขับแนวทางการแก้ไขด้วยกฎหมายและวิศวกรรมจราจร นพ.มนูญลีเชวงวงศ์ ประธานกองทุนง่วงอย่าขับในพระอุปถัมภ์กล่าวว่า สาเหตุการเกิดอุบัติเหตุต้นต้นในประเทศไทยจากการสำรวจพบว่า  ร้อยละ30เกิดจากการหลับในเป็นหลักซึ่งในประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายควบคุมห้ามคนง่วงแล้วขับโดยจากการสำรวจจากผู้ขับขี่4,000 คนพบว่าผู้ที่ขับรถโดยสารมีอัตราการหลับในมากถึงร้อยละ28 คนขับรถบรรทุกร้อยละ53คนขับรถเก๋งร้อยละ56และวินมอเตอร์ไซค์ร้อยละ38ซึ่งถือว่าเป็นจำนวนที่มากพอสมควรโดยในต่างประเทศจะมีการควบคุมกรณีง่วงแล้วขับหรือหลับในโดยเฉพาะการปรับปรุงวิศวกรรมจราจรโดยการทำแถบเซาะร่องและที่พักรถขนาดใหญ่เพื่อเป็นการป้องกันในขณะที่ผู้ขับขี่มีอาการหลับในและขับรถออกนอกเส้นทางจราจรไปในประเทศไทยพบว่าอุบัติเหตุที่เกิดจากการง่วงแล้วขับหรือหลับในนั้นยังไม่ได้รับการแก้ไขที่ถูกต้องเพราะที่ผ่านมาอุบัติเหตุจากการหลับในหากเกิดขึ้นแล้วจะมีการสันนิษฐานว่าเกิดจากปัจจัยอื่นเช่น ถนนไม่มีความปลอดภัยสภาพรถไม่พร้อมใช้งาน

ด้านพล.ต.ต.เอกรักษ์ลิ้มสังกาศ ผู้บังคับการตำรวจสันติบาล3สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.)กล่าวระหว่างการเสวนาว่าสาเหตุของการหลับในนั้นโดยทั่วไปแล้วจะมีการแยกประเภทได้2 อย่างคือหลับในจากการเจ็บป่วยซึ่งขณะนี้สตช.อยู่ระหว่างหารือร่วมกับกรมการขนส่งทางบก(ขบ.)พื่อที่จะผลักดันกฎหมายควบคุมไม่ให้ผู้ที่ไม่พร้อมจะขับรถอาทิเช่น ผู้ให้มีโรคประจำตัวร้ายแรงหรือผู้ที่มีอายุมากๆห้ามสอบใบขับขี่โดยเด็ดขาดเพราะปัจจุบันไม่ได้มีการควบคุมอายุผู้ที่จะมาสอบใบขับขี่แต่มีเพียงการจำกัดอายุใบขับขี่จากตลอดชีพมาเป็น5 ปีเท่านั้นเบื้องต้นอาจกำหนดให้ผู้ที่สอบใบขับขี่ที่มีอายุ60-65ปีต้องมีการตรวจความพร้อมร่างกายเข้มข้นขึ้นและกำหนดอายุขั้นสูงที่ห้ามขับรถ

นอกจากนี้ในส่วนของสตช.เองยังอยู่ระหว่างการผลักดันขอให้คณะกฤษฎีกาพิจารณาให้อำนาจตำรวจจราจรกักขังผู้ขับรถที่ไม่มีความพร้อมจะขับขี่นอกเหนือจากการเมาแล้วขับไว้ที่หน้าด่านตรวจจนกว่าจะมีความพร้อมจึงจะปล่อยให้ขับรถเช่นคนที่ง่วงหรือมีอาการป่วยซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาเพื่อผลักดันให้เป็นมาตรการควบคุมและบังคับใช้ต่อไปเพราะที่ผ่านมาต้องยอมรับว่าประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายห้ามคนง่วงขับรถจึงก่อให้เกิดปัญหาการหลับในและส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิต สำหรับกรณีที่ 2เกิดจากกายภาพของถนนซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าปัจจุบันถนนหลวงในประเทศไทยมีจุดพักรถสำหรับผู้ขับขี่น้อยมากซึ่งบางครั้งจะเห็นว่าผู้ขับขี่มักจะจอดรถนอนข้างทางส่งผลให้รถที่วิ่งมาชนท้ายทำให้เกิดอุบัติเหตุโดยที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการควบคุมไม่ให้จอดรถพักข้างทางโดยเด็ดขาด

ด้านนายสุจิณ มั่งนิมิตร ผู้อำนวยการสำนักความปลอดภัย กรมทางหลวง(ทล.) กล่าวว่า ทล.ในฐานะที่เป็นผู้ออกแบบถนนหลวงทั่วประเทศมีการออกแบบสัญญาณเตือนผู้ขับขี่เพื่อป้องกันการหลับในโดยการติดไฟกระพริบเพื่อกระตุ้นให้ผู้ขับขี่รู้ตัว เพราะจากการวิจัยพบว่าไฟกระพริบที่มีอัตราเร็วกว่าอัตราการเต้นของหัวใจจะช่วยกระตุ้นได้ นอกจากนี้ยังอยู่ระหว่างการศึกษาการทำที่เซาะร่องริมถนนเหมือนของประเทศสหรัฐอเมริกาแต่ในประเทศไทยยังพบว่ามีข้อจำกัด คือฝุ่นเยอะ  และมีรถมอเตอร์ไซค์ร่วมใช้เส้นทางจำนวนมาก ซึ่งอาจจะไม่ปลอดภัยเพราะร่องลึก 1 เมตร หากมอเตอร์ไซต์ตกลงไปอาจจะมีอันตรายได้ รวมทั้งการศึกษาตีเส้นนูนริมถนนเพราะหากผู้ขับขี่ที่หลับในขับออกนอกเส้นทางและเหยียบเส้นสันนูนจะเกิดการสะเทือนและรู้สึกตัวโดยขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการศึกษาตีเส้นสันนูนในถนนหลวง  โดยในต่างประเทศพบว่าเส้นสันนูนสามารถลดอุบัติเหตุได้เพิ่มขึ้นร้อยละ 25  อย่างไรก็ตามทล.ยังได้มีการเก็บสถิติช่วงเวลาที่ผู้ขับขี่หลับในมากที่สุดจะอยู่ในช่วงเวลา02.00น.ต่อเนื่องถึง05.00น. ส่วนช่วงเวลากลางวันจะอยู่ที่เวลา14.00น. ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันอุบัติเหตุจากการหลับในซึ่งปัจจุบันเกิดขึ้นมากกว่าร้อยละ 28 ของการเกิดอุบัติเหตุทั้งหมด การออกแบบถนนของทล.ต้องออกแบบเพื่อลดความรุนแรงของการเกิดอุบัติเหตุ.

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    100%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 30