อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 7 ธันวาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 7 ธันวาคม 2562

เร่งเปิดรีเวิร์สด่วนอาจณรงค์ขุดก่อสร้างรถติดสาหัส

บก.จร.เร่งศึกษาความเหมาะสม พร้อมประสานกับการทางฯให้เปิดได้เร็วที่สุด หวั่นในพื้นราบติดขัดมากขึ้น อาทิตย์ที่ 25 มีนาคม 2561 เวลา 16.30 น.

พล.ต.ต.ธีรศักดิ์ สุริวงศ์ ผู้บังคับการตำรวจราจราจร (ผบก.จร.) กล่าวถึงความคืบหน้าในการเปิดการจราจรช่องทางพิเศษบนทางด่วนรามอินทรา-เอกมัย ว่า ภายหลังจากที่กองบังคับการตำรวจจราจร (บก.จร.) ได้มีการศึกษาความเหมาะสมในการเปิดช่องทางพิเศษ หรือรีเวิร์สซิเบิลเลนส์ บนทางด่วนรามอินทรา-เอกมัย เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัด เนื่องจากได้รับผลกระทบมาจากการปิดก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันออก ในถนนรามคำแหง เพราะประชาชนโดยส่วนมากจะเลี่ยงเส้นทางดังกล่าว และหันมาใช้ทางด่วนและถนนประดิษฐ์มนูธรรมเพิ่มมากขึ้น โดยจากการศึกษาเบื้องต้น เห็นว่าสามารถดำเนินการได้ ซึ่งทางตำรวจราจรได้เสนอไปยังการทางพิเศษพิเศษแห่งประเทศไทยแล้ว เพื่อขอดำเนินการปรับกายภาพด้านบนโดยการปรับปรุงและเปิดแบริเออร์ออก เพื่อใช้เป็นช่องทางกลับเข้าสู่ช่องทางปกติ และช่องทางออกสู่ช่องรีเวิร์สซิเบิลเลน โดยขณะนี้การทางพิเศษฯแจ้งว่าอยู่ระหว่างการจัดสรรงบประมาณในการดำเนินการ เนื่องจากการปรับปรุงจะต้องมีค่าใช้จ่าย   
   
 พล.ต.ต.ธีรศักดิ์ กล่าวอีกว่า ในส่วนของตำรวจจราจร ได้กำชับให้ไปเตรียมความพร้อมในด้านการตรวจสอบปริมาณการจราจร และเวลาที่จะเปิดช่องทางพิเศษว่าควรจะดำเนินการในช่วงใดเพื่อให้เกิดความเหมาะสม รวมทั้งการปรับสัญญาณไฟจราจรตามทางแยกต่างๆ ในพื้นราบที่ต่อเนื่อง และเป็นจุดรับรถที่ลงจากทางด่วน ในการเตรียมความพร้อมนั้นจะต้องใช้เวลาศึกษาความเหมาะสมสักระยะก่อน เนื่องจากการเปิดช่องทางพิเศษบนทางด่วนนั้นจะต้องมีความพร้อม ทั้งการรับรถและความปลอดภัย อย่างไรก็ตาม ทางบก.จร.และการทางพิเศษฯจะเร่งดำเนินการและประสานงานกันอย่างใกล้ชิด เพื่อที่จะได้เปิดใช้งานช่องทางพิเศษได้เร็วขึ้น เพราะขณะนี้การก่อสร้างรถไฟฟ้าสายต่างๆ เริ่มเข้าพื้นที่ไปแล้ว โดยเฉพาะในโซนพื้นที่ฝั่งตะวันออกของกรุงเทพมหานครที่ตำรวจราจรเกรงว่าจะเกิดปัญหาการจราจรติดขัดมากกว่าพื้นที่อื่นๆ เพราะมีทั้งรถไฟฟ้าสายสีชมพูที่ไปตามแนวถนนแจ้งวัฒนะ-รามอินทรา  รถไฟฟ้าสายสีเหลืองที่ก่อสร้างในแนวถนนลาดพร้าว ถนนศรีนครินทร์.

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 12