อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 19 ตุลาคม 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 19 ตุลาคม 2561

ผู้ว่าฯพร้อมรื้อ5ตลาดแต่ขออุทธรณ์ไม่จ่ายค่าชดเชย

ผู้ว่าฯกทม.พร้อมปฎิบัติตามคำสั่งศาลฯรื้อ 5 ตลาดล้อมบ้านป้า แต่ขอพิจารณาอุทธรณ์กรณีต้องชดใช้ค่าสินไหมเนื่องจากเป็นงบหลวง ให้ฝ่ายกฎหมายพิจารณารายละเอียดก่อน พุธที่ 16 พฤษภาคม 2561 เวลา 14.52 น.

จากกรณีที่ศาลปกครองกลางได้พิพากษาคดีกรณีการก่อสร้างบ้านล้อมรอบที่พักของนางนางสาวบุญศรี  แสงหยกตระการ กับพวกรวม 4คน ว่ากทม.ปล่อยให้มีการสร้างตลาดโดยไม่ถูกต้องโดยให้ไปดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายและให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้ฟ้องคดี

พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) กล่าวถึงผลการตัดสินของศาลปกครองกลางดังกล่าวว่า ตนยังไม่ได้รับข้อมูลรายละเอียดผลการตัดสินของศาลอย่างครบถ้วน ซึ่งจะต้องให้สำนักงานกฎหมายและคดี สรุปผลการพิจารณาของศาลเสนอให้รับทราบอย่างชัดเจนอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นนั้น กทม.ได้ดำเนินการยุติกิจการตลาดทั้ง5แห่ง และรื้อโครงสร้างตลาดบางส่วนไปแล้ว เหลือโครงสร้างตลาดบางส่วนอีก 2 แห่งที่ยังไม่ได้ดำเนินการรื้อถอน เนื่องจากต้องรอผลการพิจารณาของศาลฯ โดยเมื่อศาลฯมีคำพิพากษาให้รื้อถอนอาคารกำหนดระยะเวลา 60 วันนั้น กทม.ก็จะเร่งดำเนินการต่อไป ส่วนการดูแลพื้นที่โดยรอบให้เหมาะสมนั้น ขณะนี้ กทม.โดยสำนักงานเขตประเวศได้ดำเนินการดูแลพื้นที่ ให้มีความสะอาดเรียบร้อยอย่างเหมาะสมอย่างเต็มที่  สำหรับกรณีที่ศาลสั่งให้กทม.ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้ฟ้องร้องคดีทั้ง 4รายนั้นถือเป็นเงินหลวง เป็นงบประมาณของกทม. ซึ่งตนเห็นว่าไม่มีเหตุผลที่กทม.ต้องจ่ายในส่วนดังกล่าว โดยในส่วนของการรื้อย้ายตลาด การแก้ปัญหาในพื้นที่โดยรอบบ้าน กทม.พร้อมดำเนินการตามคำสั่งศาล แต่ค่าสินไหมทดแทนที่จะให้กทม.จ่ายนั้น ตนจะต้องอุทรณ์ผลการตัดสินต่อไป โดยตนจะให้สำนักงานกฎหมายและคดี ทำเรื่องอุทรณ์ผลการพิจารณาต่อศาลเป็นเรื่องๆไปตามความเหมาะสม 

พล.ต.อ.อัศวินกล่าวต่อว่า สำหรับกรณีการตั้งคณะกรรมการเอาผิดทางวินัยต่อข้าราชการที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ในการปล่อยปละละเลยให้มีการกระทำจัดตั้งตลาดโดยไม่มีใบอนุญาตนั้น เป็นหน้าที่ของฝ่ายข้าราชการประจำที่มีนายภัทรุตม์ ทรรทรานนท์ ปลัดกทม. เป็นประธานดำเนินการ ซึ่งเบื้องต้นพบว่ามีข้าราชการที่เกี่ยวข้อง มีความผิดทางวินัยจำนวน6-7ราย อยู่ในระดับผู้อำนวยการเขต เจ้าหน้าที่ฝ่ายโยธา ฝ่ายรักษาความสะอาด และฝ่ายสิ่งแวดล้อม ซึ่งตามความเห็นส่วนตัวของตนนั้น เห็นว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้น ข้าราชการกทม.มีความผิด แต่อาจเป็นความผิดที่ไม่ร้ายแรง อย่างไรก็ตาม กทม.ก็มีข้อกฎหมายการพิจารณาเอาผิดทางวินัยไม่ร้ายแรงข้าราชการ ในส่วนของข้าราชการที่เกษียณอายุราชการเกินกว่า 1ปีไปแล้ว ก็จะไม่สามารถเอาผิดได้ ซึ่งก็ต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการฝ่ายข้าราชการประจำ เป็นผู้ดำเนินการตามระเบียบที่เหมาะสม

ส่วนการดูแลตลาดในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่ตนได้สั่งการให้สำนักงานเขตพื้นที่ ทั้ง 50 เขต ทำการสำรวจตลาดในพื้นที่ทั้งหมด เพื่อดูแลตลาดให้ถูกต้องตามกฎหมายพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535  กฎกระทรวงว่าด้วยสุขลักษณะของตลาด พ.ศ. 2551  และ ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง ตลาด พ.ศ.2544 ซึ่งตามบทบัญญัติมาตรา 34 กำหนดให้ผู้ที่ต้องการจัดตั้งตลาด ต้องขออนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นก่อน รวมทั้งผู้ที่ได้รับอนุญาตแล้วจะเปลี่ยนแปลง ขยายหรือลดสถานที่ตลาดก็ต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นก่อน จึงดำเนินการได้  ซึ่งถ้าผู้ใดฝ่าฝืน มาตรา 34 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท นั้น ขณะนี้ ในตลาดที่ไม่ถูกต้อง ประกอบกิจการโดยไม่ได้รับอนุญาตนั้น ตนได้เร่งให้สำนักงานเขตให้ข้อมูลเจ้าของตลาดเพื่อทำการปรับปรุงแก้ไขให้ถูกต้องก่อนในเบื้องต้น เนื่องจากการประกอบกิจการตลาด ข้อมูลบางอย่างเจ้าของพื้นที่อาจไม่รับทราบถึงหลักเกณฑ์ตามกำหมายกำหนด ดังนั้น กทม.จึงต้องให้โอกาสผู้ค้า เจ้าของกิจการ เพื่อปรุงแก้ไข เนื่องจากตลาดก็ถือเป็นพื้นที่สำคัญเป็นแหล่งทำกินของประชาชน แต่การแก้ไขปรับปรุงตลาดทุกแห่งทั่วพื้นที่ ทั้งตลาดที่มีใบอนุญาตการประกอบกิจการอย่างถูกต้อง แต่อาจไม่ผ่านเกณฑ์ประเมิน และตลาดที่ประกอบกิจการอย่างไม่ถูกต้อง มีได้รับใบอนุญาตนั้น เป้าหมายของตน ตลาดทุกแห่ง จะต้องแก้ไขปรับปรุงตลาด ให้ดำเนินการตามเกณฑ์ประเมิน และมีใบอนุญาตถูกต้อง ภายในปลายปี 2561นี้ 

ด้านนายภัทรุตม์ ทรรทรานนท์ ปลัดกทม. กล่าวว่า การตั้งคณะกรรมการเอาผิดทางวินัยต่อข้าราชการที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ในการปล่อยปละละเลยให้มีการกระทำจัดตั้งตลาดโดยไม่มีใบอนุญาตนั้น เบื้องต้นคณะกรรมการดังกล่าวได้พิจารณาผลความผิดทางวินัยเสร็จสิ้นแล้ว โดยความผิดทางวินัยที่เกิดขึ้น นั้นจะเป็นความผิดทางวินัยไม่ร้ายแรง ซึ่งกทม.จะเร่งดำเนินการเอาผิดผู้ที่เกี่ยวข้องตามขั้นตอนต่อไป.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    100%

บอกต่อ : 9