อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 17 ตุลาคม 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 17 ตุลาคม 2561

พบตอม่องานก่อสร้างขวางทางระบายน้ำริมวิภาวดีฯ11จุด

วางมาตราการเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ แก้ปัญหาจุดก่อสร้างรถไฟฟ้าแนวถนนวิภาวดีรังสิตขวางทางระบายน้ำ11จุด เร่งทำท่อแก้จุดติดขัด พุธที่ 13 มิถุนายน 2561 เวลา 14.07 น.

นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ติดตามการแก้ไขปัญหาระบบระบายน้ำ ซึ่งได้รับผลกระทบจากโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีแดงตามแนวถนนวิภาวดีรังสิต และการขุดลอกคูน้ำเปิดทางน้ำไหล ประกอบด้วย การรื้อท่อลอดถนนและขุดลอกเปิดขยายคูน้ำนายกิมสาย 1 การหล่อบ่อพักของกรมทางหลวง บริเวณถนนพหลโยธิน ฝั่งอนุสรณ์สถาน การขุดลอกดินเปิดทางระบายน้ำคูน้ำตามแนวถนนวิภาวดีรังสิต บริเวณหน้าคอนโด MAX ตรวจการดันท่อลอดของกรมทางหลวง ถนนวิภาวดีรังสิต ฝั่งขาเข้า บริเวณปากซอยโชคชัยร่วมมิตร โดยมีคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่สำนักการระบายน้ำ สำนักการโยธา สำนักงานเขตดอนเมือง สำนักงานเขตหลักสี่ สำนักงานเขตจตุจักร ผู้แทนกรมทางหลวง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่และให้ข้อมูล

โดยรองผู้ว่าฯกทม. กล่าวหลังลงพื้นที่ ว่า ได้ติดตามการแก้ไขปัญหาระบบระบายน้ำ ซึ่งได้รับผลกระทบจากโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้า ปัจจุบันในพื้นที่กรุงเทพมหานครมีโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้า รวมทั้งหมด 6 สาย ได้แก่ โครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้ม สายสีเหลือง สายสีชมพู สายสีแดง และสายสีเขียว นอกจากนี้ยังมีโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีทองที่เริ่มดำเนินการอยู่ในขณะนี้ ซึ่งปัญหาที่พบส่วนใหญ่จะเป็นบริเวณที่มีการก่อสร้างฐานรากของสถานีรถไฟฟ้า อย่างไรก็ตามบริเวณถนนวิภาวดีรังสิตเป็นจุดที่มีโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีแดง โครงการดังกล่าวได้มีการก่อสร้างทางขึ้น-ลงสถานีรถไฟฟ้า (Sky Walk) มีโครงสร้างที่กีดขวางการระบายน้ำของคูน้ำตามแนวถนนวิภาวดีรังสิต ทำให้ประสิทธิภาพการระบายน้ำลดลง

ทั้งนี้จากการตรวจสอบล่าสุดพบว่าการก่อสร้างรถไฟฟ้าดังกล่าว ทำให้เกิดปัญหาเรื่องการขีดขวางทางระบายน้ำบริเวณคูน้ำตามแนวถนนวิภาวดีรังสิต รวมทั้งหมด 11 จุด ได้แก่ เขตจตุจักร 2 จุด เขตหลักสี่ 4 จุด และเขตดอนเมือง 5 จุด ที่ผ่านมาสำนักการระบายน้ำ พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สำนักการโยธา สำนักงานเขตหลักสี่ สำนักงานเขตจตุจักร สำนักงานเขตดอนเมือง กรมทางหลวง การรถไฟแห่งประเทศไทย และบริษัทผู้รับจ้าง ได้หารือร่วมกันเพื่อหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาระบบระบายน้ำ ซึ่งได้รับผลกระทบจากโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีแดง โดยได้ข้อสรุปร่วมกันว่าการแก้ไขปัญหาดังกล่าว จะแบ่งออกเป็น 2 ระยะ ระยะแรกคือการแก้ไขปัญหาชั่วคราว โดยการขุดลอกคูน้ำตามแนวถนนวิภาวดีรังสิตบริเวณจุดก่อสร้างทางขึ้น-ลงสถานี รวมทั้งการขุดลอกคูน้ำบริเวณโลคัลโรด ซึ่งมีเศษวัสดุเศษหินดินทรายจากการก่อสร้างไหลลงไปอยู่ในคูน้ำทำให้คูน้ำมีสภาพตื้นเขิน เพื่อเปิดทางน้ำไหลให้น้ำระบายลงสู่คูนายกิมสาย 1 และระบายน้ำลงคลองเปรมประชากร ตลอดจนติดตั้งเครื่องสูบน้ำในจุดที่มีการก่อสร้างดังกล่าว และระยะที่สองคือการแก้ไขปัญหาถาวร โดยดำเนินการวางท่อระบายน้ำอ้อมเสาตอม่อทางขึ้น-ลงสถานี เพื่อเป็นการบล๊อคน้ำบังคับทิศทางการไหลของน้ำให้ไหลผ่านท่อระบายน้ำให้เชื่อมต่อถึงกัน เพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำบริเวณคูน้ำตามแนวถนนวิภาวดีรังสิต นอกจากนี้ได้มอบหมายให้การรถไฟแห่งประเทศไทยจัดทำแผนการทำงานส่งให้กรุงเทพมหานครพิจารณาความเหมาะสม จากนั้นกรุงเทพมหานครจะยื่นเรื่องให้กรมทางหลวงพิจารณาและอนุญาตให้ดำเนินโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีแดง ซึ่งในขณะนี้กรมทางหลวงได้ระงับโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีแดงไว้ชั่วคราว เพื่อกำหนดแผนการทำงานในการแก้ไขปัญหาระบบระบายน้ำที่ชัดเจนต่อไป

รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวเพิ่มเติมว่า ทั้งนี้ถนนวิภาวดีรังสิตบริเวณอนุสรณ์สถาน ซึ่งเป็นพื้นที่รอยต่อของ 2 จังหวัด ส่วนหนึ่งอยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร อีกส่วนหนึ่งอยู่ในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี ซึ่งสำนักการระบายน้ำจะดูแลรับผิดชอบระบบการระบายน้ำในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ส่วนกรมทางหลวงจะเป็นผู้ดูแลระบบการระบายน้ำในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี ซึ่งบริเวณดังกล่าวจะประสบปัญหาน้ำท่วมขังเนื่องจากฝนตกหนักเป็นประจำ ระบบการระบายน้ำจะระบายตามแนวคูน้ำริมถนนวิภาวดีรังสิตไปลงคลองลาดเป็ดและระบายลงสู่คลองเปรมประชากร

อย่างไรก็ตามระยะทางในการระบายน้ำเพื่อไปลงคลองลาดเป็ดและคลองเปรมประชากรมีระยะทางที่ไกล ต้องใช้ระยะเวลานานในการระบายน้ำไปลงคลองดังกล่าว กรมทางหลวงจึงมีโครงการดันท่อลอดจากฝั่งอนุสรณ์สถานลอดใต้ถนนวิภาวดีรังสิตมาฝั่งสนามกีฬาธูปเตมีย์ รวมทั้งก่อสร้างบ่อพักน้ำและติดตั้งเครื่องสูบน้ำในบริเวณดังกล่าว เพื่อดึงน้ำไปลงที่คลองลาดสนุ่นระบายลงสู่คลองสองหรือคลองลาดพร้าวโดยตรง เพื่อเร่งระบายน้ำที่ท่วมขังบนพื้นผิวจราจรลงสู่คลองดังกล่าวให้เร็วยิ่งขึ้น สำหรับถนนวิภาวดีรังสิต เป็นพื้นที่รับผิดชอบของกรมทางหลวง เมื่อปี 2542 กรมทางหลวงได้มอบหมายให้กรุงเทพมหานครดูแลรับผิดชอบระบบระบายน้ำบริเวณคูน้ำตามแนวถนนวิภาวดีรังสิต ซึ่งกรุงเทพมหานครได้ดำเนินการปรับปรุงสถานีสูบน้ำบริเวณคูน้ำตามแนวถนนวิภาวดีรังสิตทั้ง 2 ฝั่ง ความยาวประมาณ 25 กม. จำนวน 14 สถานี จากเดิมอัตรากำลังสูบรวมทั้งหมด 59 ลบ.ม./วินาที ที่ผ่านมากรุงเทพมหานครได้ดำเนินการปรับปรุงเพิ่มอัตรากำลังสูบเป็น 79 ลบ.ม./วินาที อีกทั้งในอนาคตจะเพิ่มอัตรากำลังสูบเป็น 99 ลบ.ม./วินาที ในขณะเดียวกันกรมทางหลวงมีดำเนินโครงการพัฒนาระบบระบายน้ำบริเวณคูน้ำตามแนวถนนวิภาวดีรังสิต หลายโครงการ อาทิ งานขยายขนาดท่อระบายน้ำท่อกลมเป็นท่อเหลี่ยม งานลอกท่อดูดเลน และงานดันท่อลอดใต้ถนนวิภาวดีรังสิต เชื่อมคูน้ำตามแถวถนนวิภาวดีรังสิตทั้ง 2 ฝั่ง ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างกรุงเทพมหานครและกรมทางหลวง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำลงสู่คลองลาดพร้าว และคลองบางซื่อผ่านอุโมงค์ระบายน้ำใต้คลองบางซื่อออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งอุโมงค์ดังกล่าวได้เปิดใช้งานอย่างเต็มระบบแล้วเมื่อการก่อสร้างแล้วเสร็จทั้งหมด จะช่วยป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขัง รองรับปริมาณน้ำฝนบริเวณถนนวิภาวดีรังสิต เพิ่มประสิทธิภาพระบบระบายน้ำได้ดียิ่งขึ้น

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 36