อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 11 ธันวาคม 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 11 ธันวาคม 2561

เทศกิจคิดส่งใบสั่ง'ขี่รถทางเท้า'ถึงบ้าน ผิดซ้ำๆชงยึดรถ

เทศกิจคิดส่งใบสั่งถึงบ้าน จัดการ”ขี่รถบนทางเท้า”ทำแบบตำรวจ เพิ่มค่าปรับแล้วยังไม่เข็ดเตรียมสั่งยึดรถ ศุกร์ที่ 30 พฤศจิกายน 2561 เวลา 08.30 น.

นายสกลธี ภัททิยกุล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยภายหลังการประชุมแนวดิ่งเทศกิจ 50 เขตว่า  ที่ผ่านมาแม้กทม.จะออกมาตรการอย่างเข้มงวด ตามโครงการจับจริง ปรับจริง ทำให้ในรอบ 4 เดือน สามารถจับผู้ทำผิดข้อหาต่างๆรวมการขับขี่รถบนทางเท้าได้กว่า 10,000 ราย และปรับเป็นเงินได้กว่า 4 ล้านบาท แต่จำนวนผู้กระทำผิดกลับไม่ลดลงเลย โดยเฉพาะบริเวณที่ไม่มีเจ้าหน้าที่เทศกิจประจำจุด จำเป็นต้องเพิ่มมาตรการให้เข้มงวดขึ้น โดยจะเพิ่มค่าปรับจากอัตราต่ำสุด 500 บาทเป็น 1,000 บาท ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เนื่องจากเชื่อว่าการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงด้วยค่าปรับที่สูงขึ้น จะสามารถแก้ไขปัญหาได้ แม้ว่าที่ผ่านมาผู้ว่าฯกทม.ได้เคยมอบนโยบายถึงการปรับขั้นต่ำ 500 บาท โดยไม่ได้มีจุดประสงค์เพื่อปรับหรือเพิ่มภาระใช้จ่าย อย่างไรก็ตาม หากการปรับอัตราเพิ่มขึ้นเป็น 1,000 บาท หากไม่เห็นผลอีกจะพิจารณาปรับขึ้นอีก รวมถึงให้เจ้าหน้าที่ยึดรถจักรยานยนต์ หรือสิ่งของที่ใช้กระทำความผิดตามกฎหมาย สำหรับผู้ไม่สามารถจ่ายค่าปรับได้ และมอบรถคืนจนกว่าจะมาชำระค่าปรับ ทั้งนี้ตนยอมรับเสียงสะท้อนถึงกรณีข้อละเลยการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่เทศกิจ แต่ขอให้สังคมได้ให้ความเป็นธรรมต่อเจ้าหน้าที่ด้วย เนื่องจากอัตรากำลังที่มีอยู่อย่างจำกัด โดยแต่ละเขตจะมีเจ้าพนักงานราว 50-60 คน แต่ด้วยถนนในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่มีถนน ตรอกซอยจำนวนมาก เจ้าหน้าที่คงไม่สามารถประจำได้ทุกจุดและตลอด 24 ชั่วโมงในทุกวัน บางจุดจึงเล็ดลอดสายตาไปบ้าง ยกเว้นจุดที่ กทม.กำชับให้กวดขันบนถนนสายหลัก 233 สาย หากยังเกิดกรณีดังกล่าวอยู่อาจจะต้องมีการคาดโทษเจ้าหน้าที่เทศกิจต่อไป

นายสกลธี กล่าวว่า  นอกจากนี้ ในที่ประชุมยังมีการหารือถึงการเพิ่มโครงการคู่ขนานกับการนำกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (ซีซีทีวี)  จับภาพผู้กระทำผิด พร้อมส่งใบสั่งเป็นจดหมายไปยังที่พักอาศัย โดยได้มอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายของสำนักเทศกิจหารือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อศึกษารายละเอียดดังกล่าว ทั้งนี้ แม้ปัจจุบันกทม.จะกล้องซีซีทีวีในพื้นที่กรุงเทพฯถึง 50,000 ตัว แต่กล้องดังกล่าวเพื่อความปลอดภัย ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อจับผู้กระทำผิด ขณะเดียวกัน ยังมอบหมายให้สำนักการจราจรและขนส่งเขียนโครงการเสนอเสนอผู้บริหารเพื่อขอจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติม รวมถึงเบื้องต้น กทม.จะต้องประสานกับทางกรมขนส่งทางบกเกี่ยวกับการขอเลขทะเบียนรถเพื่อนำมาดำเนินการตามกฎหมาย

ทั้งนี้ในที่ประชุมยังหารือกรณีจุดจอดรถจักรยานยนต์รับจ้าง (วินมอเตอร์ไซค์)  ที่แต่เดิมกำหนดให้จอดบนทางซึ่งประสบปัญหากีดขวางการจราจรในบางจุด   จึงได้มอบนโยบายสำนักเทศกิจ สำรวจทางเท้าที่มีขนาดกว้าง ดำเนินการปาดเกาะ เหมือนจุดจอดรถแท็กซี่ ไม่ให้รถจักรยานยนต์รับจ้างนำยานพาหนะไปจอดบนทางเท้าหรือกีดขวางการจราจรบนถนน เบื้องต้นสำรวจ 50 เขต พบมีจำนวน 400 จุด ส่วนทางเท้าที่มีขนาดแคบ ต้องหาทางแก้ไขในระยะยาว เช่น ย้ายจุดจอดหรือขอใช้พื้นที่เอกชน  แต่คงไม่สามารถจะยกเลิกวินรถจักรยานยนต์ได้ เพราะเกรงว่าจะกระทบกับการใช้บริการประชาชนได้.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    46%
  • ไม่เห็นด้วย
    54%

บอกต่อ : 149