อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 30 กรกฎาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 30 กรกฎาคม 2564

ตัด'ต้นโพธิ์'ปลูก'ต้นขนุน' ลุยฟื้นอัตลักษณ์คลองหลอด

ตัด”ต้นโพธิ์”ปลูก”ต้นขนุน”ลุยฟื้นอัตลักษณ์คลองหลอดให้สวยภายในเดือน เม.ย. นี้ก่อนพระราชพิธีฯ "เจ้าคุณพิพิธ"แนะเพาะพันธุ์แจกขนุนสมัย ร.5 พุธที่ 20 กุมภาพันธ์ 2562 เวลา 12.37 น.

จากที่กรุงเทพมหานคร โดยคณะกรรมการวิสามัญศึกษาข้อเท็จจริงและกฎหมายที่ใช้ในการบริหารจัดการพื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์ชั้นในและพื้นที่ต่อเนื่องกันของสภากรุงเทพมหานคร สำนักงานเขตพระนคร และสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ได้ร่วมลงพื้นที่และวางแนวทางพัฒนาฟื้นฟูคลองหลอด ซึ่งขณะนี้ได้เริ่มมีการปรับปรุงไปหลายส่วนแล้วโดยความคืบหน้าล่าสุด

นายวุฒิชัย บุญสิทธิ์ ผู้อำนวยการเขตพระนคร เปิดเผยว่า ตามที่ผู้ว่าฯกทม.ได้ให้ความสำคัญในการฟื้นฟูคลองหลอดซึ่งเป็นคลองประวัติศาสตร์อีกทั้งในช่วงเดือนพ.ค.นี้จะมีงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก โดยวางแนวทางในการพัฒนาคลองหลอดเละพื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์ให้มีความสวยงามโดยได้ร่วมกับปลัดกระทรวงกลาโหมมีเป้าหมายเพื่อให้คลองหลอดกลับมามีชีวิตชีวาเหมือนครั้งในอดีต ซึ่งที่ผ่านมาทางสำนักงานเขตพระนคร สำนักการระบายน้ำและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการมีความคืบหน้ามาเป็นลำดับ มีจิตอาสาตามโครงการจิตอาสาเราทำความดีด้วยหัวใจของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพัฒนาคลองต่างๆ มีการผันน้ำดีจากแม่น้ำเจ้าพระยาเข้ามาเจือจางน้ำภายในคลองทำให้สภาพของน้ำดีขึ้น และได้มีการสำรวจตลอดริมคลองหลอดพบว่ามีต้นขนุนขนาดใหญ่ที่คาดว่าได้ปลูกขึ้นในสมัยของรัชกาลที่5 บริเวณหัวสะพานช้างโรงสีทั้ง 2 ฝั่ง ซึ่งเป็นสายพันธุ์ใบยาวและใบกลม 2 ต้นพันธุ์แตกต่างกัน ซึ่งตนได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เขตฯเร่งหาวิธีการอนุรักษ์พันธุ์ โดยขณะนี้จะใช้วิธีทาบกิ่งและเพาะพันธุ์เพื่อให้มีการอนุรักษ์พันธุ์ขนุนริมคลองหลอดที่เป็นสายพันธุ์ดั้งเดิมไว้ และจะประสานงานกับหน่วยงานวิชาการทางด้านเกษตรทำการอนุรักษ์ด้วยวิธีที่มีประสิทธิภาพสูงอย่างการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อต่อไป

นายวุฒิชัย กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้จะคงความเป็นอัตลักษณ์ของคลองหลอดที่เดิมมีการปลูกต้นขนุนไปตลอดแนวทั้ง 2 ฝั่งคลองยาวตั้งแต่ปากคลองตลาดไปออกแม่น้ำเจ้าพระยาด้านบางลำพู ซึ่งจากการสำรวจเบื้องต้นพบว่ามีต้นไม้ใหญ่ที่ไม่ใช่ต้นไม้ที่ปลูกไว้เดิมตั้งแต่มีการพัฒนาคลองในช่วงรัชสมัยของรัชกาลที่5 เช่นต้นโพธิ ต้นมะขามเทศ เป็นต้น ที่มาจากกาฝากต่างๆ และเติบโตขึ้น ซึ่งขณะนี้รากของต้นไม้กำลังสร้างความเสียหายให้กับแนวเขื่อนเดิม จึงมีความจำเป็นที่จะต้องตัดต้นไม้ใหญ่เหล่านี้ออก โดยเบื้องต้นจะมีอยู่ราว 10 กว่าต้น ที่เขตจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเดือนเม.ย.นี้ ซึ่งในส่วนนี้ก็ไม่อยากให้เป็นปัญหากับผู้ที่รักต้นไม้ต่างๆ จึงอยากสร้างความเข้าใจกับประชาชนก่อนที่กทม.จะดำเนินการ



ด้านพระเทพปฏิภาณวาที (เจ้าคุณพิพิธ) วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร กล่าวว่า อาตมาเห็นด้วยกับแนวทางที่จะฟื้นความสวยงามของคลองหลอด ที่เป็นเส้นทางเสด็จฯสำคัญในพระราชพิธีต่างๆ ซึ่งคลองหลอดแต่เดิมนั้นมีการปลูกต้นขนุนมาตั้งแต่สมัยการปรับปรุงคลองในช่วงรัชกาลที่ 5 ในส่วนต้นดั้งเดิมนั้น สนับสนุนให้มีการเพาะพันธุ์ และหากทำได้ก็อยากให้มีการแจกจ่ายให้แก่ประชาชนด้วยจะดีมาก นอกจากการฟื้นต้นขนุนพร้อมๆกับการพัฒนาปรับปรุงความสะอาดของพื้นที่โดยต้องขอความร่วมมือกับประชาชนที่มีบ้านเรือนอยู่ในพื้นที่ด้วยต้องทำบ้านให้สะอาดสวยงาม และทางเขตฯก็ต้องแก้ปัญหาเรื่องของสภาพความไม่เรียบร้อยต่างๆเช่น ปัญหาขอทาน โสเภณี การเททิ้งสิ่งปฎิกูลลงคลอง ที่ซ่องสุมของเก่าต่างๆ และแหล่งเสื่อมโทรม เพื่อให้พื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์มีความสวยงามดังเดิม ตามที่รัชกาลที่5 ได้พัฒนาพระนครให้มีความสวยงามเช่นเดียวกับประเทศยุโรป ทำอย่างไรที่คนมาสนามหลวงก็ให้เห็นต้นมะขามสวยงาม เมื่อมาคลองหลอดก็เห็นต้นขนุนสวย2ฝั่งไปตลอดแนวคลอง

เจ้าคุณพิพิธ กล่าวต่อว่า สำหรับการพัฒนาคลองที่จำเป็นต้องตัดต้นไม้นั้น ต้นโพธิ์ ต้นไทรที่ขึ้นอยู่ในขณะนี้ เป็นต้นโพธิ์ไทรขี้นก รวมทั้งต้นมะขามเทศขนาดใหญ่ ที่ขณะนี้สร้างความเสียหายให้กับกำแพง การตัดต้นไม้นั้นสำหรับผู้ที่รักสิ่งแวดล้อมทั้งหลาย ก็ไม่อยากให้ตัด ทุกครั้งที่กทม.ทำก็เป็นเรื่องเป็นราวทุกที ดังนั้นอาตมาก็เห็นว่าถ้ามีความจำเป็นต้องตัดต้นไม้ก็ต้องทำความเข้าใจกันก่อน ต้นไม้ที่อยู่ผิดที่ผิดทางหรือก่อให้เกิดความเสียหายก็มีความจำเป็นต้องตัด อาตมาก็เป็นคนรักต้นไม้ ซึ่งต้องเข้าใจการทำหน้าที่ของกทม.ด้วย การวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆก็ต้องดูว่าต้นไม้ที่ขึ้นมานั้นเหมาะสมหรือไม่เหมาะสม นอกจากนี้การจะปลูกต้นไม้ต่างๆของกทม.ก็ต้องพิจารณาให้ถี่ถ้วนและให้คิดล่วงหน้าไปอีก100ปี 200 ปี ปลูกให้มีความยั่งยืนไม่ใช่ปลูกแล้วก็ตัด ปลูกแล้วก็ตัด.



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    29%
  • ไม่เห็นด้วย
    71%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 39