อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 18 กันยายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 18 กันยายน 2562

เปิดที่มา'ถนนแพรกบ้านนาย'ย่านบางรัก...ชื่อที่หายไป

เปิดที่มา“ถนนแพรกบ้านนาย” เขตบางรัก ทายาทรอคอย...คืนประวัติศาสตร์ดังเดิม ศุกร์ที่ 24 พฤษภาคม 2562 เวลา 12.47 น.

จากกรณีที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้มีการปักชื่อป้ายซอยวัดมหาพฤฒาราม บริเวณทางเข้าวัดด้านถนนสี่พระยา เขตบางรัก ซึ่งไม่ตรงตามประวัติศาสตร์ ทำให้ทายาทเจ้าของที่ดินผู้บริจาคที่ให้เป็นทางเดินสาธารณะดังกล่าว ทำหนังสือเรียกร้องความเป็นธรรมไปยังกรุงเทพมหานคร และหน่วยงานต่างๆหลายครั้งมานานหลายสิบปี ซึ่งต่อมาแม้จะได้มีการแก้ไขแล้วเป็น “ซอยวัดมหาพฤฒาราม (แพรกบ้านนาย)” แต่ก็ยังไม่ตรงตามความประสงค์ของผู้บริจาคที่ดิน ที่ต้องการคืนชื่อเดิมให้เป็นไปตามโฉนดที่ดินหลักฐานที่ปรากฎมา



ทั้งนี้ ปัญหาดังกล่าว นางสาวพัธนี บำบัดสรรพโรค ได้บอกเล่าว่า ที่ดินซึ่งเป็น“ถนนแพรกบ้านนาย” หรือที่ปัจจุบันกทม.ได้ปักป้ายว่าเป็นซอยวัดมหาพฤฒารามนี้ คุณพัธรินทร์ สุพัฒน์ราชโภค ผู้เป็นทายาทของ คุณแม่ระรื่น  ปาณานนท์  ซึ่งได้รับมรดกที่ดินในซอยดังกล่าวมาจากอำแดงกลิ้ง ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านในพื้นที่ใกล้เคียงกับพระยาพิพัฒโกษา(ซาเวีย ) ที่เป็นเจ้าของที่ดินติดกันในบริเวณย่านวัดมหาพฤฒารามมาแต่ดั้งเดิมในอดีต ที่เริ่มมีการตัดถนนสี่พระยาเกิดขึ้น โดยการบริจาคที่ดินของพระยา 4 ท่านเป็น “ถนนสี่พระยา” คราวนั้นเมื่อท่านพระยาพิพัฒโกษา (ซาเวีย) ทราบเรื่อง ซึ่งท่านมีที่ดินด้านทิศเหนือติดต่อกับที่ดินด้านทิศใต้ของวัดมหาพฤฒาราม จึงได้ขอความร่วมมือกับคุณทวดอำแดงกลิ้งที่เป็นเพื่อนบ้านมีที่ดินติดกัน ร่วมกันตัดที่ดินในโฉนดของตนเองสร้างเป็นถนนผ่านกลางที่ดินของตนเอง ในบริเวณบ้านของตนเอง เพื่อเป็นเส้นทางให้ทายาทผู้รับมรดกที่ดินมีทางออกสู่ถนนสี่พระยาและเพื่อเอื้อประโยชน์ให้แก่ผู้ที่เคยมาขอผ่านทางให้ได้ร่วมใช้ประโยชน์ในเส้นถนนนี้ด้วย บรรพบุรุษทั้งสองท่านจึงได้ร่วมกันตั้งชื่อถนนที่ตนเองร่วมสร้างขึ้นที่ดินของตนเองนี้ว่า “ถนนแพรกบ้านนาย” ตามที่ผู้มาขออาศัยผ่านทางออกถนนได้เรียกขานกันมา



นอกจากนี้ จากการแบ่งแยกโฉนดในบริเวณถนนแพรกบ้านนายให้ทายาทต่อๆมาก็ทำให้โฉนดดั้งเดิมของที่ดินทุกแปลงตลอดเส้นทาง“ถนนแพรกบ้านนาย” ซึ่งเริ่มจากด้านทิศใต้ของวัดมหาพฤฒารามไปจรดถนนสี่พระยาเช่น โฉนดที่ดิน 1797,1773, 1774, 10666, 5594,1798 เจ้าพนักงานกรมที่ดินได้ระบุไว้ว่ามีเขตติดต่อ“ถนนแพรกบ้านนาย” ทั้งสิ้น (โดยในโฉนด 1798 ออกโดยกรมที่ดิน เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน ศก 129 หรือเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ.2453)  ดังนั้นทางทายาทจึงต้องการให้กรุงเทพมหานครปักป้ายชื่อซอยให้ตรงตามเดิมว่า “ซอยถนนแพรกบ้านนาย” แต่เพียงชื่อเดียวโดยไม่มีชื่ออื่นใด  หรือชื่อวัดเข้ามาร่วมด้วย  ให้เป็นไปตามเจตนารมย์ของบรรพบุรุษทั้งสองท่าน  ซึ่งคุณทวดอำแดงกลิ้งเป็นบุตรของนายนิ่มและอำแดงปาน  ซึ่งไม่มีบรรดาศักดิ์อันใดและได้ร่วมกับพระยาพิพัฒน์โกษา(ซาเวีย) ช่วยเหลือราชการทำคุณประโยชน์ในการให้ประชาชนได้เดินทางออกสู่ถนนสี่พระยาได้รับความสะดวก  เพราะหากไม่มีเส้นทางนี้ต้องเดินผ่านวัดฯไปออกถนนมหาพฤฒาราม ไปออกถนนเจริญกรุงแล้วจึงจะมาเข้าถนนสี่พระยา ดังนั้นจึงอยากขอเรียกร้องให้ทางกรุงเทพมหานครควรยกย่องให้เกียรติแก่บรรพบุรุษด้วยการยังคงชื่อ“ซอยถนนแพรกบ้านนาย”ไว้ตามเดิมไม่สมควรเปลี่ยนแปลงและถ้าต้องการให้ประชาชนได้ทราบว่าเส้นทางนี้สามารถเดินทางเข้าวัดได้ด้วยก็จะปักป้ายเพิ่มอีก 1ป้าย บอกว่าเป็น“ทางเข้าวัดมหาพฤฒาราม”ด้วยก็ได้ซึ่งได้มีการทำหนังสือผู้ว่าฯกทม.เป็นฉบับที่4เมื่อวันที่ 25 เม.ย.62และรอคอยที่จะให้กทม.ดำเนินการแก้ไข”



การดำเนินการที่ผ่านมาซึ่งกทม.เปลี่ยนชื่อซอยหลายครั้งตั้งแต่“ซอยมหาพรึธาราม” มาเป็น“ซอยวัดมหาพฤฒาราม(ตรอกเฟรเซอร์แอนด์นีฟ) ที่เป็นชื่อบริษัทน้ำอัดลมที่เลิกกิจการไปกว่า 40 ปีแล้ว  และเปลี่ยนเป็น“ซอยวัดมหาพฤฒาราม (แพรกบ้านนาย)”  โดยที่ผ่านมาก็ทำให้เห็นว่าตั้งแต่เริ่มต้นที่มีการปักป้ายชื่อซอยหากมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการให้ถูกต้องตรงตามประวัติศาสตร์แต่เริ่มแรก ก็คงไม่เป็นปัญหาให้มีการปรับเปลี่ยนแก้ไขกันภายหลัง  ซึ่งในการแก้ไขชื่อซอยครั้งหลังที่ผ่านมาแม้ว่าจะเป็นมติจากการประชุมคณะกรรมการผู้เกี่ยวข้อง  โดยใช้วิธีการสำรวจความคิดเห็นกับผู้คนมาประกอบแต่ก็มีข้อโต้แย้งจากทายาทเจ้าของที่ดินว่าผลสำรวจเป็นความเห็นของผู้ที่ไม่ได้อยู่แต่เดิมและดำเนินการไม่ได้ครอบคลุมครบถ้วน  อีกทั้งจัดทำขึ้นมาทั้งๆที่ซอยดังกล่าวก็มีชื่ออยู่แล้ว ตามปรากฎตามหลักฐานทางราชการที่สืบค้นได้มีอายุมายาวนานกว่า108 ปี ประกอบกับข้อมูลคำบอกเล่าจากเจ้าของที่ดินเดิมที่ถ่ายทอดกันมารุ่นต่อรุ่น กลับเป็นสิ่งที่ทางคณะกรรมการของกทม.ไม่รับฟัง"



เป็นสิ่งที่ดูย้อนแย้งกับยุคที่ผู้คนเรียกร้องให้อนุรักษ์รักษาประวัติศาสตร์ดั้งเดิม เหตุการณ์นี้น่าคิดว่าการใช้หลักการตามข้อสรุปของที่ประชุมที่ระบุว่า ให้ใช้ตามชื่อที่ประชาชนนิยม จะเป็นการยึดเอาความเห็นของคนปัจจุบันมาลบล้างสิ่งที่มีมาแต่อดีตหรือไม่

ทั้งนี้ หากเป็นกรณีของซอยที่ไม่ได้มีชื่อเรียกกันมาแต่เก่าก่อน มาตั้งขึ้นใหม่ก็คงไม่เกิดปัญหา และสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ก็ยังทำให้เห็นว่าแม้จะมีหลักฐานราชการซึ่งเป็นโฉนดที่ดินอายุกว่าร้อยปีก็ยังไม่สามารถคืนความถูกต้องให้เป็นไปตามอดีตที่เป็นมาได้ เรื่องนี้จึงทำให้เกิดการตั้งคำถามในสังคมต่อไปเช่นกัน.

ทีมข่าวกทม./รายงาน


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 67