อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 18 กรกฎาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 18 กรกฎาคม 2562

'อัศวิน'ชี้อุโมงค์ยักษ์ไร้ไฟสำรอง น้อมรับบกพร่องน้ำท่วม

น้อมรับความบกพร่องทำน้ำท่วม...“อัศวิน” เผยอุโมงค์ยักษ์บางซื่อไม่มีระบบสำรองไฟฟ้า แต่ใช้การวางระบบรับกระแสไฟจาก2 แหล่งจ่าย แต่เกิดเหตุกระแสไฟมีปัญหาทำให้ระบบตัดต้องเซ็ตใหม่ จันทร์ที่ 10 มิถุนายน 2562 เวลา 15.33 น.

เมื่อวันที่ 10 มิ.ย. ที่อาคารธานีนพรัตน์ ศาลาว่าการกทม.2 (ดินแดง)พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯกทม. กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะผู้บริหาร ถึงกรณีฝนตกเมื่อวันที่ 7 มิ.ย. ที่ผ่านมา ส่งผลให้มีน้ำท่วมขังหลายจุดในพื้นที่กรุงเทพฯ ว่า ได้หารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถึงสาเหตุของปัญหาน้ำท่วมขังเกิดจากอะไร ซึ่งพบว่าปริมาณฝนที่ตกจำนวนมาก ทำให้ระบายน้ำไม่ทันและอุโมงค์ระบายน้ำบางซื่อ ขัดข้อง จึงได้เชิญการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) มาร่วมกันตรวจสอบ โดยพบว่าฟิวส์ (Fuse) ซึ่งทำหน้าที่ป้องกันอุปกรณ์ไฟฟ้าหรือระบบจากภาวะกระแสเกินพิกัด ของสถานีจ่ายไฟสามเสนและสถานีจ่ายไฟบางซ่อน ชำรุดจึงได้สั่งการให้เปลี่ยนฟิวส์ของสถานีจ่ายไฟทั้ง2แห่ง จำนวน 6 ตัว พร้อมเพิ่มกำลังไฟเป็นขนาด 200 แอมป์ จากเดิม 100 แอมป์ เพื่อป้องกันปัญหาไฟตก ซึ่งจะส่งผลให้อุโมงค์ระบายน้ำบางซื่อ ไม่สามารถทำงานได้  และ กทม.ไม่สามารถหาไฟฟ้าสำรองได้ เนื่องจากอุโมงค์ระบายน้ำจะต้องใช้ไฟฟ้า จากสถานีจ่ายไฟ ที่มีกำลังจ่ายไฟขนาดใหญ่  จึงได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งหาแนวทางและศึกษาวิธีหาไฟฟ้าที่มีกำลังไฟขนาดใหญ่ 6,600 โวลต์ เพื่อสำรองในการทำงานของอุโมงค์ระบายน้ำ  

ทั้งนี้นอกจากการแก้ปัญหาระบบไฟฟ้าแล้ว ในช่วงฤดูฝน นี้ ได้ประสาน กฟน. ให้จัดเตรียมเจ้าหน้าที่ประจำจุดทุกอุโมงค์ระบายน้ำและพื้นที่ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ เพื่อเตรียมพร้อมหากเกิดปัญหาไฟฟ้าเจ้าหน้าที่จะสามารถแก้ปัญหาได้ทันที ตัดปัญหาการเข้าพื้นที่ล่าช้าเมื่อมีสถานการณ์ฝนตก โดย กทม.จะรับผิดอบภาระค่าใช้จ่ายทั้งหมด อย่างไรก็ตามยืนยันว่าอนาคตจะไม่มีปัญหาเครื่องสูบน้ำหรืออุโมงค์ระบายน้ำชำรุดเช่นเดิมอีกอย่างแน่นอน ส่วนระบบป้องกันน้ำท่วมอื่นๆ เช่น การขุดลอกทำความสะอาดคูคลอง การติดตั้งเครื่องสูบน้ำ การซ่อมแซมเครื่องสูบน้ำให้พร้อมใช้งาน กทม. ได้มีการเตรียมพร้อมไว้เรียบร้อยแล้ว คาดว่าจะไม่มีปัญหาขึ้นอีก



ส่วนกรณีที่นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยเผยแพร่ภาพถ่าย ปัญหาน้ำท่วม เกิดจากการทิ้งเศษวัสดุก่อสร้าง และดิน ลงในคลองลาดพร้าวนั้น เป็นภาพเก่าเมื่อปี 2560-2561 ปัจจุบันไม่มีแล้ว ต้องขอบคุณ ที่ช่วยติดตามและสะท้อนปัญหาให้แก้ไข ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดี อย่างไรก็ตามทั้งหมดที่ชี้แจง ไม่ใช่ข้อแก้ตัว แต่ยอมรับเป็นข้อบกพร่องของ กทม.เอง 
ส่วนกรณีการวิพากษ์วิจารณ์และเสนอให้ตนลาออกจากตำแหน่งผู้ว่าฯกทม. เพื่อแสดงความรับผิดชอบนั้น  พล.ต.อ.อัศวิน กล่าวว่า ไม่อยากตอบโต้ เข้าใจว่าประชาชนได้รับความเดือดร้อนแต่หากลาออกไปแล้วใครจะทำ ถ้าตนลาออกแล้วน้ำไม่ท่วม ก็คงลาออกได้ แต่สุดท้ายแล้ว ตนก็ต้องออกไปตามวาระอยู่ดี ตนไม่ได้ยึดติดกับตำแหน่งอยู่แล้ว

ด้านนายจาตุรงค์ สุริยาศศิน ผู้ช่วยผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง ในฐานะโฆษก กฟน. กล่าวว่า กฟน. เข้าตรวจสอบที่อุโมงค์ส่งน้ำคลองบางซื่อ แยกเกียกกาย ซึ่งเป็นพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร พบว่า กระแสไฟฟ้ายังสามารถจ่ายที่อุปกรณ์ได้ตามปกติ เนื่องจากการจ่ายไฟฟ้าอุโมงค์ดังกล่าวได้ออกแบบให้มีระบบสำรองไฟด้วย 2 สายป้อนไฟฟ้าเพื่อความมั่นคง   แต่เจ้าหน้าที่ดูแลอุโมงค์ของกรุงเทพมหานคร แจ้งว่ายังไม่สามารถจ่ายไฟฟ้าให้กับปั๊มสูบน้ำได้   เจ้าหน้าที่กฟน. จึงเร่งตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง พบว่าระบบควบคุมมีการสั่งตัดไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ   เนื่องจากตรวจสอบพบความผิดปกติของกระแสไฟจากอุปกรณ์ไฟฟ้าในพื้นที่ดังกล่าวฯ  เจ้าหน้าที่จึงได้ดำเนินการปลดสวิตช์ และสั่งให้รีเซ็ตระบบควบคุมใหม่อีกครั้ง ทำให้ระบบสามารถจ่ายไฟกลับคืนสภาวะปกติได้ในเวลา 18.20 น.  



อย่างไรก็ตามกฟน.ยืนยันว่าไฟฟ้าที่จ่ายให้ระบบเป็นปกติ แต่ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดว่าเพราะเหตุใดระบบถึงไม่ทำงาน     โดย กฟน.ได้ตรวจสอบอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง และดำเนินการเปลี่ยนฟิวส์ไฟฟ้าแรงสูงใหม่ เพื่อให้ระบบจ่ายไฟฟ้าอุโมงค์ส่งน้ำมีความมั่นคงและมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น    หลังจากนี้จะต้องมีการตรวจสอบหาอุปกรณ์ไฟฟ้าที่เป็นต้นเหตุให้เกิดปัญหากับระบบไฟฟ้าในบริเวณอุโมงค์ระบายน้ำบางซื่ออีกครั้ง   รวมทั้งจะจัดเจ้าหน้าที่เพื่อเตรียมพร้อมทันทีหากมีฝนตกหนัก เพราะขั้นตอนการแก้ไขนั้นไม่นาน แต่กลับล่าช้าในขั้นตอนการเดินทางเข้าไปช่วยตรวจสอบ เนื่องจากสภาพการจราจรที่ติดขัดอย่างหนัก.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง...
อุโมงค์ยักษ์บางซื่อตัวช่วยใหม่ ลดน้ำท่วมกรุงซ้ำซาก

เปิดใช้แล้วอุโมงค์ยักษ์บางซื่อ 6เขตน้ำแห้งเร็ว


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    100%