อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 16 ธันวาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 16 ธันวาคม 2562

อีก 2 ปี...กรุงเทพฯจะเป็น"มหานคร"ไร้สาย(รกๆ)

ขอคืนวิวสวยๆเมืองกรุง เดินหน้าเก็บสายสื่อสารพะรุงพะรังกว่า 2พันกม.ถนนสายหลักสายรองซอยลัดลงใต้ดินทั้งหมด กทม.จับมือกสทช. และผู้ประกอบการโทรคมนาคมดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในปี 2564 มูลค่าโครงการกว่า 2หมื่นล้าน จันทร์ที่ 24 มิถุนายน 2562 เวลา 12.45 น.

ที่ผ่านมาเราคงเคยได้ยินและได้เห็นผ่านหูผ่านตากันมาบ้างกับโครงการนำสายไฟลงดินบ้าง นำสายสื่อสารลงดินบ้าง จากการเจริญเติบโตของเทคโนโลยีที่พัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง โดยเฉพาะด้านการสื่อสารโทรคมนาคม แต่การเติบโตของสิ่งต่างๆ เหล่านี้ก็มาพร้อมกับปัญหาด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความไม่ปลอดภัย หรือเวลามีรถมาเกี่ยวสายพะรุงพะรัง พากันดึงเอาเสาไฟล้ม บานปลายไปทำไฟฟ้าดับและยังแถมมาด้วยสภาพความไร้ระเบียบ ไม่น่าดู จนชาวต่างชาติเห็นเป็นที่ขบขัน

ปัญหานี้หลายคนอาจจะยังสงสัยว่า สายอะไรเป็นสายอะไร วิธีสังเกตง่ายๆ สายไฟจะเส้นกลม ส่วนสายสื่อสารจะเล็กๆ เป็นเส้นแบนๆ สายไฟที่มีกระแสไฟฟ้าแล่นผ่านนั้น ถือเป็นสายที่อันตรายการติดตั้งอยู่บนจุดที่อยู่สูงๆ ของเสา โดยทั่วไปแล้วแต่ละเสาจะมีสายไฟอยู่ไม่เกิน 10 เส้น หรือจะสังเกตจากที่เราจะเห็นว่า แต่ละสายนั้นจะมียางแบนๆ เหมือนถ้วยเป็นฉนวนรองอยู่ ส่วนที่กระจุกพันยุ่งเหยิงนั้นส่วนใหญ่ คือ สายสื่อสาร และมักจะมาพาดอยู่ล่างสุดของเสาไฟ  ซึ่งมีทั้งการพาดแบบแจ้งขออนุญาตหรือเช่าเสาไฟถูกต้อง แต่ส่วนมากที่ดูนุงนังจนสางไม่ออกนั้น คือการแอบมาพาดสายเอง และที่พอกพูนรุมสุมกันมากมายนั้น ก็เพราะว่าต่างคนต่างพาด จนเวลาสายโทรศัพท์หรือสายสื่อสารของใครข่ายไหนมีปัญหา ก็จนปัญหาที่จะหาสายของตนเอง แทนที่จะแกะดูสายเก่า ก็จะใช้วิธีการพาดสายใหม่เพิ่มเข้าไปเป็นทางออกที่ง่ายที่สุด แต่เป็นการกระทำที่ไร้ความรับผิดชอบ เอาแต่ประโยชน์ส่วนตน



โดยที่ผ่านมาที่เราได้เห็นการดำเนินการไปแล้วเป็นในส่วนของ การไฟฟ้านครหลวง หรือ กฟน. ซึ่งมีแผนงานในโครงการเปลี่ยนระบบสายไฟฟ้าอากาศเป็นสายไฟฟ้าใต้ดิน รองรับการเป็นมหานครแห่งอาเซียน เพิ่มความมั่นคงและมีเสถียรของระบบไฟฟ้าให้พ้นจากการรบกวนของสภาพแวดล้อม โดยทำการรื้อทั้งสายไฟและขุดเอาเสาไฟฟ้าออกไปซึ่งเมื่อจะต้องนำสายไฟทั้งหมดลงใต้ดิน สายอื่นๆ ที่อยู่กับเสาไฟก็จะไม่มีที่อยู่ จำเป็นต้องลงไปอยู่ใต้ดินพร้อมกับท่อของระบบไฟฟ้าด้วย โดยดำเนินการในถนนสายสำคัญและย่านธุรกิจต่างๆ รวมทั้งสิ้นกว่า 200 กิโลเมตร ซึ่งแบ่งการดำเนินการใน 3 ระยะ โดยระยะแรก จะนำสายไฟฟ้าและสายสื่อสารลงดินเป็นระยะทาง 40.6 กิโลเมตร ขณะที่ระยะที่ 2 จะรื้อถอนสายไฟฟ้าและเสาไฟฟ้าระยะทาง 40.6 กิโลเมตร และ ระยะที่ 3 ดำเนินโครงการมหานครอาเซียนใน 39 เส้นทางระยะทาง 127.3 กิโลเมตร ขณะนี้ได้นำสายไฟฟ้าและสายสื่อสารลงดินพร้อมรื้อถอนเสาไฟฟ้าบนถนนเสร็จแล้วบางส่วน และบางส่วนอยู่ระหว่างดำเนินการซึ่งตามแผนการเร่งรัดของนายกรัฐมนตรีและกระทรวงมหาดไทยที่ได้ขอปรับแผนให้แล้วเสร็จเร็วขึ้นจากเดิมแผน 10 ปีให้แล้วเสร็จภายใน 5 ปีคือภายในปี 2564

แต่การนำสายไฟลงดินของ กฟน. เป็นคนละส่วนกับโครงการล่าสุดที่เกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่ กรุงเทพมหานคร ได้มอบหมายให้บริษัทกรุงเทพธนาคม (เคที) ซึ่งเป็นวิสาหกิจของกทม. ดำเนินโครงการส่งเสริมพัฒนาและกำหนดแนวทางการนำสายสื่อสารลงใต้ดินในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร เป็นความร่วมมือระหว่างกรุงเทพมหานครและสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ซึ่งเป็นผู้ควบคุมกำกับดูแลผู้ประกอบการด้านการสื่อสารโทรคมนาคม ที่ใช้สายสื่อสารต่างๆ พาดอยู่บนเสาไฟฟ้ามาร่วมกันย้ายสายต่างๆ ของตนเองลงไปอยู่ในท่อใต้ดินที่ กทม. เป็นผู้ดำเนินการและผู้ประกอบการต้องเสียค่าเช่าให้แก่ภาครัฐตามอัตราที่ กสทช. กำหนด ดังนั้นในแนวเส้นทาง จึงยังคงมีเสาสายไฟฟ้าอยู่บนดินเช่นเดิม แต่จะไม่เห็นความรกรุงรังของสายสื่อสารที่พันกันเป็นกระจุกอยู่ใต้แนวสายไฟอีกต่อไป จะดำเนินการในถนนสายหลักสายรอง รวมถึงเส้นทางลัดและเส้นทางในซอยที่มีการพาดสายทั่วกรุงเทพฯลงใต้ดิน รวม 2,450 กิโลเมตรให้แล้วเสร็จภายในกำหนด 2 ปี หรือต้องแล้วเสร็จภายในปี 2564



ทั้งนี้เพื่อให้การทำงานเดินหน้าได้อย่างรวดเร็ว จึงได้แบ่งพื้นที่ดำเนินการออกเป็น 4 พื้นที่ได้แก่ กรุงเทพเหนือ 620 กิโลเมตร, กรุงเทพตะวันออก 605 กิโลเมตร, กรุงธนเหนือ 605 กิโลเมตร และกรุงธนใต้ 620 กิโลเมตร แต่ละพื้นที่ก็จะเฉลี่ยโครงการพื้นที่เขตชุมชนหนาแน่นและพื้นที่ประชาชนเบาบาง แต่ละโซนจะมีท่อร้อยสาย 14 ท่อ แต่ละท่อจะมี 8 subduct และแต่ละ subduct จะมี fiber 224 เส้น ซึ่งจะเพียงพอสำหรับการขยายโครงข่ายสื่อสารในอนาคตได้ตลอดระยะเวลา 30–50 ปี และยังใช้ในงานภารกิจสาธารณของกทม.เช่น ซีซีทีวี รวมถึงงานด้านความมั่นคงด้วย

โดย กรุงเทพธนาคม ดำเนินการโดยใช้รูปแบบโมเดลทางธุรกิจ โดย เคที เป็นผู้สำรวจออกแบบก่อสร้างและบริหารจัดการให้บริการแก่ผู้ใช้บริการ  โดยก่อนหน้านี้ได้มีการเชิญผู้ประกอบการโทรคมนาคมมาหารือร่วมกัน ซึ่งทางกลุ่มบริษัททรูได้เสนออัตราค่าเช่าท่อจำนวน 10 ท่อเป็นผู้เช่ารายใหญ่ ซึ่ง เคทีจะเก็บค่าเช่าล่วงหน้าจากทรูเป็นเวลา 30 ปี เพื่อนำมาใช้ลงทุนก่อสร้างในโครงการดังกล่าวโดยที่ไม่ต้องใช้งบประมาณของทางราชการ โดยยังเหลืออีก 4 ท่อที่เคทีจะบริหารจัดการให้รายย่อยเช่าหรือบริการแก่หน่วยงานราชการต่างๆ ซึ่งการดำเนินการในลักษณะนี้ทรัพย์สินทั้งหมด ยังคงถือว่าเป็นทรัพย์สินของ กทม. ตลอดเวลาที่ดำเนินการ



สำหรับการก่อสร้างนั้นจะใช้บริเวณใต้ดินของแนวทางเท้าการก่อสร้าง โดยขุดเจาะเปิดหน้าดินกว้างไม่เกิน 30 ซม.ลึกไม่เกิน 80 ซม.เพื่อให้ผลกระทบต่อผู้ใช้ทางน้อยที่สุด โดยใช้หัวเจาะแบบเจาะลากท่อ Horizontal Directional Drill (HDD) อายุการใช้งานนาน 50 ปีทั้งนี้จะเริ่มดำเนินการในเดือนก.ค.นี้ ตั้งเป้าหมายดำเนินการขุดวางท่อร้อยสายและนำสายสื่อสารลงใต้ดินให้ได้อย่างน้อยพื้นที่ละ 150 กิโลเมตรภายในปี 2562 และเร่งดำเนินการทุกพื้นที่ให้แล้วเสร็จตามกำหนดภายใน 2 ปี

ทั้งหมดนี้หากแล้วเสร็จตามแผนที่วางไว้ เท่ากับว่าในปี 2564 จะเป็นปีที่กรุงเทพมหานครจะเปลี่ยนโฉมไปอย่างสิ้นเชิง และเราจะได้เห็น กทม. ในมุมของเมืองมหานครที่มีความสวยงามเป็นระเบียบไร้สาย (รกรุงรัง) เสียที.
............................................
พัชรินทร์ ธรรมรส /รายงาน


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    93%
  • ไม่เห็นด้วย
    7%

บอกต่อ : 74