อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 24 กรกฎาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 24 กรกฎาคม 2562

จ่อฟ้อง157ผู้ว่าฯละเลยไม่จัดการบ้านขวางคลองลาดพร้าว

เครือข่ายพัฒนาชุมชนฯกว่า100คน ยื่นหนังสือเรียกร้องผู้ว่าฯกทม.บังคับใช้กฎหมาย เดินหน้าสร้างเขื่อนสร้างบ้านมั่นคงริมคลองลาดพร้าว หลังงานล่าช้ากว่า2ปี คนให้ความร่วมมือรอเก้อ ยังไม่ได้เข้าอยู่บ้านใหม่เพราะติดบ้านขวางคลอง จ่อฟ้องผู้ว่าฯฐานละเว้นปฎิบัติหน้าที่ จันทร์ที่ 24 มิถุนายน 2562 เวลา 16.19 น.

เมื่อวันที่ 24 มิ.ย.62 ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร(กทม.) เครือข่ายพัฒนาชุมชนและสิ่งแวดล้อมคูคลองประมาณ 100 คน  ซึ่งเป็นตัวแทนจาก เขตสายไหมวังทองหลาง บางซื่อ สายไหม ห้วยขวาง ลาดพร้าว จตุจักร บางเขนและดอนเมือง  เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯกทม.เนื่องจากเดือดร้อนจากการที่ กทม.ก่อสร้างเขื่อนริมคลองลาดพร้าวและคลองบางซื่อเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วม และจัดระเบียบชุมชนริมคลองที่ล่าช้าเกินกว่าเป้าหมายไปมากเนื่องจากมีผู้บุกรุกริมคลองบางส่วนไม่ยอมย้ายออกจึงทำให้ไม่สามารถก่อสร้างบ้านมั่นคงให้ประชาชนอยู่ได้ โดยมีนายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าฯกทม. เป็นผู้แทนรับหนังสือ ทั้งนี้ ทางเครือข่ายฯเป็นตัวแทนของชาวบ้านที่เข้าร่วมโครงการกว่า 52 ชุมชน 7,314 ครัวเรือน ที่ประสบปัญหา   โดยปัญหาการก่อสร้างเขื่อนริมคลองที่ล่าช้านั้นมีปัญหาและสาเหตุหลักใหญ่ใหญ่อยู่เพียงสาเหตุเดียวคือการที่มีบ้านเรือนไม่ยอมเข้าร่วมโครงการเชื่อคำยุยงของคนบางกลุ่มเป็นผลให้การหรือย้ายบ้านเรือนที่รุกล้ำคลองความล่าช้าจนส่งผลกระทบต่อการก่อสร้างเขื่อนริมคลองทำให้เกิดเกิดการกระทบกระทั่งกันของชาวบ้านของทั้ง2 ฝ่าย 

ดังนั้นทางเครือข่ายฯจึงขอ แสดงจุดยืนการสนับสนุนโครงการดังนี้ 1.พี่น้องเครือข่ายพร้อมให้ความร่วมมือกับรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่ 2.ให้รัฐบาลเร่งดำเนินการโดยมีมาตรการกับผู้คัดค้านเพื่อให้สามารถดำเนินงานเป็นไปตามแผนงานและมีประสิทธิภาพอย่างเต็มที่ ทั้งนี้หาก กทม. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกหน่วยงานไม่ดำเนินการอย่างจริงจังและเด็ดขาดไม่ว่าจะเป็นการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดโดยเฉพาะการบังคับใช้กฎหมาย พรบ.ควบคุมอาคารและ ปว.44 กับกลุ่มผู้ไม่เข้าร่วมโครงการ เครือข่ายพัฒนา ทั้งนี้หากทางผู้บริหารกทม.ไม่เร่งดำเนินการ ทางเครือข่ายซึ่งประกอบด้วยชาวบ้านที่เข้าร่วมโครงการ จากทั้ง 52 ชุมชน7,314 ครัวเรือนจะ แจ้งความดำเนินคดีกับผู้ว่าฯกทม. และผู้อำนวยการในการเขตทุกเขตในข้อหาตามมาตรา 157 ฐานละเว้นปฎิบัติหน้าที่ต่อไป  

นางพรสุดา ศรีอุบล ผู้แทนเครือข่ายฯ กล่าวว่า ชาวบ้านที่เข้าร่วมโครงการส่วนใหญ่ย้ายออกจากพื้นที่เพื่อให้ภาครัฐสร้างบ้านมั่นคง แต่กลับมีบ้านบางหลังที่ไม่ยอมรื้อย้ายออกทำให้โครงการล่าช้ามา2ปี   โดยเฉพาะในหลายชุมชนที่บ้านสามารถสร้างได้บางส่วน แต่ไม่สามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จทั้งชุมชนเพราะติดปัญหาคนที่ไม่เข้าร่วมไม่กี่หลัง ทำให้คนที่รื้อย้ายและให้ความร่วมมือกับภาครัฐต้องรับภาระการเช่าบ้านมาจนถึงปัจจุบัน บางคนต้องเช่าบ้านมาเกือบ 2 ปีแล้ว ขณะที่ตามระเบียบได้รับการสนับสนุนค่าเช่าระหว่างการรอบ้านใหม่ก่อสร้าง เพียงไม่กี่เดือน โดยขณะนี้ต้องการให้แก้ไขปัญหาเร่งด่วนในพื้นที่ 5 เขต ที่บ้านเสร็จไปบางส่วน แล้วเพื่อให้สามารถสร้างบ้านส่วนที่เหลือให้ครบเพื่อที่ชาวบ้านจะได้เข้าอยู่ คือ 1.เขตห้วยขวาง ประกอบด้วย ชุมชนรัชดาภิเษก ชุมชนไทยญี่ปุ่น และชุมชนรัชดาฯ 34 2.เขตจตุจักร ได้แก่ ชุมชนพหลฯ32 ชุมชนวังหิน ชุมชนหลังกระทรวงวิทย์ ชุมชนวัดบางบัว 3. เขตหลักสี่ ชุมชนสะพานไม้2 4.เขตบางเขน ชุมชนร้อยกรอง ชุมชนพัฒนาเหนือ, พัฒนากลางและชุมชนพัฒนาใต้ และ5.เขตดอนเมือง ที่ชุมชนร่วมมิตรแรงศรัทธา

ทั้งนี้เครือข่ายฯต้องการให้กทม. ดำเนินการกับผู้ที่ยังสร้างปัญหาและทำให้ประชาชนที่เข้าโครงการบ้านมั่นคง แต่กลับยังไม่ได้อยู่บ้านตามที่ภาครัฐได้ดำเนินการ ส่วนคนที่ไม่ยอมย้ายออกกลับไม่ต้องเสียอะไร ถือว่าไม่เป็นธรรม  อีกทั้งการใช้กฎหมายออกมาควบคุม เช่น พรบ.ควบคุมอาคารและ ปว.44 ออกมา บางเขตออกคำสั่งมาแปะไว้แต่กลับไม่มีการดำเนินการอะไรต่อ   ไม่บังคับใช้กฎหมายดังกล่าวอย่างจริงจังซึ่งอาจจะเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ จึงขอเรียกร้องให้ผู้ว่าฯ กทม.เร่งรัดและมีคำสั่งอย่างเด็ดขาดไปยังสำนักงานเขตทุกเขตให้ปฏิบัติตามคำสั่งโดยเร็วโดยให้มีกำหนดระยะเวลา เรื่องนี้นอกจากสร้างปัญหากระทบกระทั่งในชุมชนแล้ว หากภาครัฐไม่เดินหน้าอย่างจริงจังจะทำให้คนที่ให้ความร่วมมือเปลี่ยนใจได้และส่งผลต่อภาพรวมทั้งโครงการแทนที่จะเกิดสิ่งดีๆกับกรุงเทพฯก็ต้องกลับมาจมอยู่กับปัญหาแบบเดิม เพราะปัญหานี้เป็นหน้าตาของประเทศชาติ ไม่ใช่เรื่องเฉพาะของคนใดคนหนึ่งเป็นเรื่องของคนส่วนรวม

ขณะที่นายจักกพันธุ์ รองผู้ว่าฯที่ได้มารับหนังสือและข้อร้องเรียนจากทางเครือข่ายฯ แจ้งว่าจะรับเรื่องไปตรวจสอบและพูดคุยกับผอ.เขตในพื้นที่ที่ทางชุมชนได้รับความเดือดร้อน โดยเรื่องนี้กทม.ได้มีการติดตามเร่งรัดมาอย่างต่อเนื่อง โดยหลังจากนี้จะลงไปดูปัญหารายชุมชนเพื่อให้เขตฯเร่งดำเนินการในส่วนที่ติดขัดปัญหาต่างๆโดยเร็ว  เนื่องจากในส่วนของกทม.ก็จะต้องมีการก่อสร้างเขื่อนในแนวคลองไปพร้อมๆกับการแก้ปัญหาชุมชนที่ทางภาครัฐโดยหน่วยงานพอช. และหน่วยงานความมั่นคงร่วมกันทำงานอยู่.

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 39