อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 20 สิงหาคม 2562

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 20 สิงหาคม 2562

โชว์ไอเดียสุดล้ำอุโมงค์เก็บน้ำใต้สวนเบญจกิติแก้ท่วมกลางกรุง

สจล.เปิดตัวโมเดลแก้น้ำท่วมกรุง อุโมงค์ใต้ดินเก็บน้ำใต้สวนเบญจกิติแก้ท่วม4พื้นที่เขตย่านเศรษฐกิจใจกลางกรุง ศุกร์ที่ 12 กรกฎาคม 2562 เวลา 15.50 น.

เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2562 ที่สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) เสนอแผนการก่อสร้าง “แก้มลิงใต้ดิน BKK”  นวัตกรรมไขปัญหาฝนตกน้ำท่วมสำหรับชาวกรุงเทพฯ ในรูปแบบอ่างเก็บน้ำใต้ดิน เพื่อลำเลียงน้ำฝนบนพื้นถนน ไปกักเก็บไว้ใต้ดินเพื่อรอระบายไปยังแหล่งน้ำ โดยมีแนวคิดการพัฒนานำร่องในพื้นที่สวนเบญจกิติ ช่วยลำเลียงน้ำรอระบายลงสู่ใต้ดินได้ 100,000 ลูกบาศก์เมตร บนขอบเขตการให้บริการครอบคลุมพื้นที่ 900,000 ตารางเมตร ใน 4 เขต คือ เขตคลองเตย เขตวัฒนา เขตสาทร และเขตยานนาวา จัดการปัญหาน้ำท่วมขังอย่างมีประสิทธิภาพได้ภายใน 15 นาที ด้วยต้นทุนการก่อสร้างราว 1,000 ล้านบาท แต่สามารถลดมูลค่าการสูญเสียด้านเวลา และเศรษฐกิจกว่า 500 ล้านบาท ต่อน้ำท่วมขังหนึ่งครั้งในระยะเวลา 2 ชั่วโมง

ศ.ดร.สุชัชวีร์ กล่าวว่า โครงสร้างกรุงเทพฯ เป็น แอ่งกระทะ ถนนต่ำกว่าระดับแหล่งน้ำ เมื่อฝนตกลงมา น้ำจึงระบายไม่ได้ เพราะท่อระบายน้ำอยู่สูงกว่าซอย สูงกว่าถนน และแม้ว่ากรุงเทพฯ จะมี ‘อุโมงค์ยักษ์ระบายน้ำ’ เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วม แต่อย่างไรก็ตาม ด้วยขีดความสามารถในการระบายน้ำที่จำกัด และปัญหาขยะอุดตัน ทำให้ไม่สามารถลำเลียงน้ำไประบายได้เต็มประสิทธิภาพ เทคโนโลยีที่จะนำมาแก้ไขปัญหาดังกล่าว ก็คือการสร้าง แก้มลิงใต้ดินตามแนวพระราชดำริของรัชกาลที่ 9 ซึ่งที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่นเอง ก็มีการสร้างแก้มลิงเก็บกักน้ำไว้ใต้ดิน และสามารถเก็บน้ำได้มากถึง 350,000 ลูกบาศก์เมตร

โดยแก้มลิงใต้ดิน BKK เป็นนวัตกรรมอ่างเก็บน้ำใต้ดิน ซึ่งใช้วิธีเปิดหน้าดินเป็นช่องเล็กๆ แล้วใช้เครื่องมือเจาะคว้านดินด้านใน สร้างเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ใต้ดินขึ้น และสร้างท่อระบายน้ำหลัก 4 ท่อ พร้อมเชื่อมกับระบบท่อระบายอื่นๆ ของกทม. เพื่อลำเลียงน้ำฝนบนพื้นถนน ไปกักเก็บไว้ใต้ดินเพื่อรอระบายไปยังแหล่งน้ำ สจล. มีแนวคิดการพัฒนานำร่องในพื้นที่สวนเบญจกิติ บนพื้นที่กว่า 130 ไร่ มีขอบเขตการให้บริการครอบคลุมพื้นที่ 900,000 ตารางเมตร ใน 4 เขต คือ เขตคลองเตย เขตวัฒนา เขตสาทร และเขตยานนาวา ครอบคลุมย่านเศรษฐกิจชั้นในทั้งย่านพระราม 4 สุขุมวิท คลองเตย และสาทร ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวจะปราศจากปัญหาเมื่อทำการก่อสร้าง และปัญหาเวนคืนที่ดิน โดยสามารถรองรับปริมาณน้ำได้กว่า 100,000 ลูกบาศก์เมตร ช่วยจัดการปัญหาน้ำท่วมขังอย่างมีประสิทธิภาพได้ภายใน 15 นาที โดยคาดคะเนมูลค่าการลงทุนก่อสร้างราว 1,000 ล้านบาท ซึ่งหากแล้วเสร็จ จะทำให้พื้นที่เศรษฐกิจกรุงเทพฯ ชั้นใน ย่านดังกล่าว ไม่มีปัญหาน้ำท่วมขังเนื่องจากน้ำรอระบายอีกต่อไป

ศ.ดร.สุชัชวีร์  ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า จากการวิจัยพบว่า หากมีพื้นที่น้ำท่วมขังราว 50% ของพื้นที่กรุงเทพ เป็นระยะเวลา 120 นาที จะก่อให้เกิดมูลค่าการสูญเสียทางเวลาและเศรษฐกิจสูงกว่า 500 ล้านบาท ซึ่งหากเราลดระยะเวลาน้ำท่วมขังในพื้นที่ลงมาเหลือ 15 นาที จะมีมูลค่าการสูญเสียเพียง 60 ล้านบาท หรือเท่ากับสามารถลดมูลค่าการสูญเสียได้กว่า 440 ล้านบาท ในทุกครั้งที่ฝนตกน้ำท่วม.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    95%
  • ไม่เห็นด้วย
    5%

บอกต่อ : 68