อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 25 พฤษภาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 25 พฤษภาคม 2563

'ฝนถล่มกรุง'ระดมสูบน้ำ เช็กพื้นที่เสี่ยง14จุดท่วมซ้ำซาก 

กทม.ติดตั้งเครื่องสูบน้ำรับมือฝนถล่มกรุง โดยเฉพาะพื้นที่ 14 จุดเสี่ยงน้ำท่วมขังซ้ำซาก พร้อมเร่งตรวจสอบความแข็งแรงของป้าย เพื่อความปลอดภัยคนเมือง ศุกร์ที่ 20 กันยายน 2562 เวลา 14.00 น.

จากกรณี กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเรื่องสภาพอากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทยตอนบน (มีผลกระทบถึงวันที่ 25 ก.ย.) ฉบับที่ 2 ลงวันที่ 19 ก.ย. ระบุว่า ในช่วงวันที่ 19-22 ก.ย.นี้ ประเทศไทยตอนบนมีฝนตกชุกหนาแน่น กับมีฝนตกหนักหลายพื้นที่และมีฝนตกหนักมากบางแห่งโดยกรุงเทพมหานครและปริมณฑลนับเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบด้วย โดยมีลมกระโชกแรงในช่วงวันที่ 21-22 ก.ย. ทำให้กรุงเทพมหานครต้องวางแผนรับมือสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น  

นายศักดิ์ชัย บุญมา รองผู้ว่าราชการจังหวัดกรุงเทพมหานคร เปิดเผยได้มีการประชุมร่วมกับสำนักการระบายน้ำเกี่ยวกับเรื่องพื้นที่ที่เป็นจุดอ่อนหรือจุดที่มีน้ำท่วมซ้ำซาก ตอนนี้สามารถแก้ไขไปได้แล้วหลายจุด เหลือเพียง 14 จุด ที่เป็นจุดอ่อนเสี่ยงน้ำท่วมขัง โดยจุดที่เป็นจุดอ่อนเหล่านี้อยู่ระหว่างการก่อสร้างท่อระบายน้ำเพิ่มเติมด้วยวิธีดันท่อลอด หรือไปป์แจ็คกิ้ง (pipe jacking) ขณะที่อีกส่วนหนึ่งได้มีการติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพิ่ม ซึ่งตอนนี้ได้มีการติดตั้งเครื่องสูบน้ำตั้งไว้เต็มพื้นที่แล้วในจุดเสี่ยงน้ำท่วม ส่วนในจุดอื่นนั้นสามารถระบายน้ำได้ตามปกติอยู่แล้วแต่ตอนนี้ต้องยอมรับว่า ระบบท่อของเรามีปัญหาจากระบบท่อเป็นระบบท่อเดิมที่เป็นขนาดเล็ก เมื่อสำนักการระบายน้ำเข้าไปตรวจพบว่าไม่สามารถขยายขนาดได้เพราะติดระบบสาธารณูปโภคต่างๆที่อยู่ใต้ดิน การที่จะบอกว่าน้ำไม่ท่วมคงเป็นไปไม่ได้ เพราะหากปริมาณน้ำฝนเกิน 60 มิลลิเมตรก็จะเกิดน้ำท่วมขัง แต่จะสามารถทำให้น้ำท่วมนั้นแห้งเร็วได้มากกว่าปกติ ตอนนี้มีปัญหาเหล่านี้อยู่ฉะนั้นทางแก้ในตอนนี้คือการติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพิ่ม ส่วนการขยายท่อเพื่อไม่ให้น้ำท่วมจะต้องไปคุยกับเจ้าของระบบสาธารณูปโภค ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานครที่จะนำสายสาธารณูปโภคอยู่ในท่อรวม  

สำหรับ 14 จุดเสี่ยงน้ำท่วม คือ 1. ถนนแจ้งวัฒนะ ช่วงจากคลองประปาถึงคลองเปรมประชากร ( เขตหลักสี่)  2. ถนนรัชดาภิเษก บริเวณหน้าธนาคารกรุงเทพ ( เขตจตุจักร) 3. ถนนพหลโยธิน บริเวณหน้าตลาดอมรพันธุ์และแยกเกษตร ( เขตจตุจักร) 4. ถนนประชาราษฎร์ สาย 2 บริเวณแยกเตาปูน (เขตบางซื่อ) 5. ถนนราชวิถี บริเวณหน้าราชภัฏสวนดุสิตและเชิงสะพานกรุงธน (เขตดุสิต)6.ถนนพญาไท บริเวณหน้ากรมปศุสัตว์ ( เขตราชเทวี ) 7.ถนนศรีอยุธยา บริเวณหน้า สน.พญาไท ( เขตราชเทวี) 8.ถนนจันทร์ ช่วงจากซอยบำเพ็ญกุศลถึงที่ทำการไปรษณีย์ยานนาวา (เขตสาทร) 9.ถนนสวนพลู ช่วงจากถนนสาทรใต้ถึงถนนนางลิ้นจี่ (เขตสาทร) 10.ถนนสาธุประดิษฐ์ บริเวณแยกถนนจันทร์ (เขตสาทร) 11. ถนนสุวินทวงศ์ ช่วงจากคลองสามวาถึงคลองแสนแสบ (เขตมีนบุรี ) 12.ถนนเพชรเกษม ช่วงจากคลองทวีวัฒนาถึงคลองราชมนตรี ( เขตบางแค) 13.ซอยหมู่บ้านเศรษฐกิจ จากถนนเพชรเกษมถึงวงเวียนกาญจนาภิเษก (เขตบางแค) 14.ถนนบางขุนเทียน-ชายทะเล ช่วงจากถนนพระรามที่ 2 ถึงคลองสะแกงาม (เขตบางขุนเทียน) 

ส่วนปัญหาลมกระโชกแรงนั้น รองผู้ว่าราชการจังหวัดกรุงเทพมหานคร ระบุว่าได้มีการสั่งการให้สำนักการโยธาฯ ไปตรวจสอบเรื่องความมั่นคงของป้าย ซึ่งที่ผ่านมาได้ตรวจสอบมาตลอด แต่อาจจะมีบางป้ายที่อยู่ระหว่างดำเนินคดีที่ยังไม่สามารถรื้อถอนได้ ส่วนใหญ่ป้ายค่อนข้างจะมั่นคงแข็งแรงเท่าที่ตรวจสอบตอนนี้ ส่วนต้นไม้ตอนนี้ได้มีการตัดแต่งกิ่งไม้แล้วเกือบทุกเขตแต่อาจจะยังไม่ทั่ว แต่อาจจะต้องระวังในพื้นที่ที่เป็นถนนเส้นเล็กแต่มีต้นไม้ใหญ่ที่ประชาชนต้องระวังเวลาเกิดฝนฟ้าคะนอง.


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 57