อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 14 ตุลาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 14 ตุลาคม 2562

สู้หลายสิบปีท้อแต่ไม่ถอย รักษาชุมชนริมคลองร่วมพัฒนา

ฟังเสียงสะท้อน...ชุมชนรอบรั้ว “เดลินิวส์”...”เราไม่ได้อยากย้ายออกไปไหน แต่อยากได้ชุมชนที่ยั่งยืน” ถามว่า “ท้อมั้ย” ท้อนะ...แต่ถอยไม่ได้ ความในใจ “ป้าพันพร วรรณกูล” ประธานชุมชนร่วมพัฒนาทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ จันทร์ที่ 23 กันยายน 2562 เวลา 10.30 น.

ฟังเสียงสะท้อน...ชุมชนรอบรั้ว “เดลินิวส์”... "เราไม่ได้อยากย้ายออกไปไหน แต่อยากได้ชุมชนที่ยั่งยืน" ถามว่า “ท้อมั้ย” ท้อนะ...แต่ถอยไม่ได้ ความในใจ “ป้าพันพร วรรณกูล” ประธานชุมชนร่วมพัฒนาทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กล่าวเปิดใจถึงหนทางการต่อสู้เพื่อเรียกร้องให้ “ชุมชนยังคงอยู่” เพื่ออนาคตของลูกหลาน โดยหญิงยอดนักสู้เผยว่า “เรียกร้องมาทั้งชีวิต ตั้งแต่ผมดำยันผมขาว แต่ยังไม่เกิดผลเป็นรูปธรรม ทุกอย่างยังคงเป็นเพียงนโยบาย และคนในชุมชนยังไม่เข้าใจถึงสิ่งที่เรียกร้อง”

“ป้าพันพร” ขยายความว่า ตลอด 50-60 ปีที่ผ่านมา ได้เรียกร้องให้ชุมชนมีที่พักอาศัยเป็นหลักแหล่ง และมีความมั่นคง ซึ่งปัจจุบันภายในชุมชนมีจำนวนทั้งหมด 314 ครัวเรือน ทั้งบ้านมีเลขที่และบ้านยังไม่มีบ้านเลขที่ โดยแบ่งบ้านเรือนออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ บ้านที่อยู่ในน้ำและบ้านที่อยู่บนบก ซึ่งบ้านในน้ำมีประมาณกว่า 100 ครัวเรือน ที่เหลืออีก 200 ครัวเรือนอยู่บนบก



ทั้งนี้ สิ่งที่ตนพยายามเรียกร้องและผลักดันมาตลอดหลายสิบปี เพื่อให้เกิดการจัดสรรที่ดินให้เท่าเทียมกันอย่างเป็นรูปธรรม แต่ยังไม่ประสบผลสำเร็จ อยากถามถ้ามีเงินเพียงแค่ 20,000 บาท ซื้อบ้านในเมืองได้หรือไม่ คำตอบคือไม่ได้ ดังนั้นจึงคิด “โครงการร่วมกันออมเงิน” อย่างเป็นระบบ แต่ในชุมชนมีทั้งคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย นอกจากนี้ ยังคงเห็นไม่ตรงกันในเรื่อง “การแบ่งจัดสรรที่ดิน” ให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น บางคนอยู่มานานได้พื้นที่กว้าง ก็ไม่อยากมีส่วนร่วมแบ่งพื้นที่ใหม่ให้เท่าเทียมกัน แต่ลืมนึกไปว่าที่เราอยู่ไม่มีโฉนดที่ดิน ไม่คิดถึงอนาคตว่าต่อไปอาจไม่มีที่อยู่อาศัย 

“โครงการร่วมกันออมเงิน ถือเป็นแรงผลักดันสุดท้าย อยากทำให้เป็นรูปธรรมขึ้นมา แต่คนในชุมชนมีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย รวมกับเรื่องการแบ่งจัดสรรที่ดินใหม่ มีทั้งแบบบ้านชั้นเดียวและสองชั้น คนที่อยู่บ้านชั้นเดียวต้องออมเงินเดือนละ 1,500 บาท ส่วนผู้ที่อยู่บ้านสองชั้นต้องออมเงิน 2,300 บาทต่อเดือน ซึ่งทั้งหมดเป็นระยะเวลา 10 เดือน ไม่มีการบังคับใดๆทั้งสิ้น”

จุดประสงค์ของโครงการร่วมกันออมเงิน อยากให้ในแต่ละครัวเรือนมีเงินออมของตนเอง ซึ่งในฐานะผู้นำชุมชนมาทำตรงนี้ด้วยใจ แสดงรายละเอียดอย่างโปร่งใส โดยมีหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องร่วมผลักดัน แต่ทุกวันนี้ยังคงเป็นเพียงแค่นโยบาย ไม่ได้ดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมเสียที 



“ป้าพันพร” กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาเดินทางไปเรียกร้องและขอความช่วยเหลือจากหลายหน่วยงาน ใช้ระยะเวลาต่อสู้เพื่อชุมชนมายาวนานหลายสิบปี ทั้งยื่นหนังสือต่อสำนักการระบายน้ำ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน สหประชาชาติ และเครือข่ายสลัม 4 ภาค เพื่อแสดงจุดยืนอยากให้ชุมชนนี้ยังคงอยู่ในพื้นที่ ไม่ต้องการเคลื่อนย้ายไปไหน อยากให้ส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาดูชุมชนแล้วเดินทางทำนโยบายให้จริงจัง ไม่ใช่ “ขายฝัน” ทำให้โครงการไม่มีวันประสบความสำเร็จ 

นอกจากปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัย ยังพบว่ามีปัญหาขยะ น้ำเน่าเสีย และการแพร่ระบาดของเชื้อไข้หวัด ซึ่งได้พยายามแก้ไขแต่ละปัญหา โดยได้รับความช่วยเหลือจากหน่วยงานต่างๆ เพื่อพัฒนาชุมชนให้ยั่งยืน โดยมุ่งเน้นสร้างคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน ทั้งด้านสุขภาพ ช่องทางการหารายได้เสริม รวมทั้งมีสอนภาษาอังกฤษฟรีแก่ลูกๆหลานๆ ในชุมชน



ด้าน นายสมบัติ กนกทิพย์วรรณ ผอ.เขตหลักสี่ กล่าวถึงปัญหานี้ว่า ทางเขตมีความพยายามช่วยผลักดันการจัดสรรที่ดินให้แก่ชุมชน ถึงตอนนี้บางหลังจะมีบ้านเลขที่ ไฟฟ้าและน้ำประปาใช้ แต่ยังถือว่าเป็นการบุกรุกพื้นที่ จึงมีแผนทำให้ชาวบ้านมีที่อยู่อาศัยที่ได้มาตราฐาน ขณะนี้กำลังรวบรวมข้อมูล รวมทั้งจัดตั้งสหกรณ์ชุมชนเพื่อเดินหน้าทุกอย่างให้เป็นรูปธรรม ในส่วยของค่าชดเชย หากใครประสงค์ย้ายหรือปลูกสร้างใหม่ ทางรัฐมีมาตราการช่วยเหลือ แต่ถ้าไม่ต้องการย้ายออกพื้นที่ในส่วนตรงนี้ไม่สามารถมอบเงินช่วยเหลือสนับสนุนได้.


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    13%
  • ไม่เห็นด้วย
    88%

บอกต่อ : 60