อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 6 มิถุนายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 6 มิถุนายน 2563

ฝนถล่มปรับแผนระบายน้ำ 'กรุงเทพเหนือ'ลงสู่เจ้าพระยา

กทม.รับมือ "ฝนถล่ม" เร่งปรับแผนระบายน้ำ พื้นที่ "กรุงเทพเหนือ" ประกอบด้วย เขตสายไหม เขตจตุจักร เขตหลักสี่ เขตบางซื่อ เขตบางเขน เขตลาดพร้าว และเขตดอนเมือง ให้ไหลลง "เจ้าพระยา" เร็วขึ้น พฤหัสบดีที่ 3 ตุลาคม 2562 เวลา 13.30 น.

แม้ช่วงนี้กรุงเทพมหานครจะต้องเผชิญกับ “ฝุ่นพิษ PM2.5 หรือฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน แต่เรื่อง “ปัญหาฝนตก-น้ำท่วม” ก็ยังคงนิ่งนอนใจไม่ได้ เนื่องจากคาดการณ์ว่าในช่วงเดือนตุลาคมจะมีฝนตกหนักอยู่ในหลายพื้นที่ ซึ่งหากเทียบช่วงเดียวกันหลายปีที่ผ่านมาพบว่ามีฝนตกหนักและเกิดน้ำท่วมในกรุงเทพมหานครอยู่บ่อยครั้ง ทำให้ทุกพื้นที่ในเมืองหลวงต้องจับตาและเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง

โดยเฉพาะพื้นที่ “กรุงเทพเหนือ” ประกอบด้วย เขตสายไหม เขตจตุจักร เขตหลักสี่ เขตบางซื่อ เขตบางเขน เขตลาดพร้าว และเขตดอนเมือง เป็นอีกหนึ่งกลุ่มในพื้นที่เฝ้าระวังเนื่องจากพบปัญหาการระบายน้ำอยู่เป็นประจำและใช้เวลานานกว่าจะระบายน้ำออกหมดได้ ซึ่งจากการสำรวจพบว่าหลายจุดมีเส้นท่อระบายเก่า จึงแคบและตันง่าย บวกกับลักษณะทางกายภาพเป็นแอ่งลุ่มต่ำ ต้องใช้ระบบการบล็อกน้ำแล้วสูบออก ในเส้นคลองเปรมประชากรและคลองลาดพร้าว ที่เป็นคลองหลักที่ใช้ในการระบายน้ำ แต่ก็ยังใช้การได้ไม่ดีนัก



จากปัญหาที่เกิดขึ้น พญ.วันทนีย์ วัฒนะ รองปลัดกรุงเทพมหานคร (กทม.) ผู้รับผิดชอบพื้นที่กรุงเทพเหนือ จึงเรียกประชุมทั้ง 7 เขตและสำนักการระบายน้ำให้มารับทราบปัญหาในพื้นที่ เพื่อระดมความคิดในการแก้ไขปัญหาร่วมกัน เนื่องจากความเดือดร้อนในการระบายน้ำบางครั้งต้องใช้เวลานานถึง 3-4 วันกว่าจะออกไปยังอ่าวไทย ซึ่งหากเทียบกับการระบายน้ำในสมัยรัชกาลที่ 5 สามารถระบายได้ง่าย เพราะเมืองยังไม่ขยายตัวไปปิดกั้นเส้นทางระบายน้ำเหมือนทุกวันนี้ โดยที่ผ่านมาพื้นที่กลุ่มกรุงเทพเหนือมักเกิดปัญหาจุดอ่อนน้ำท่วมและน้ำรอระบายทุกเขต เพื่อช่วยแก้ปัญหาในการระบายน้ำจึงต้องประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างกรมชลประทานและจังหวัดใกล้เคียง อาทิ ปทุมธานีและนนทบุรี มุ่งหาทางระบายน้ำไปยังแม่น้ำเจ้าพระยา ไม่ต้องผ่านเส้น 2 คลองหลักนี้ที่ใช้ระบายน้ำอยู่ในปัจจุบัน



พญ.วันทนีย์ กล่าวขยายว่า การประชุมครั้งนี้เพื่อหารือในเชิงระบบ เตรียมการรับมือฝนนอกฤดูที่อาจตกในพื้นที่ เนื่องจากเรดาร์ตรวจวัดกลุ่มฝนของสำนักงานการระบายน้ำสามารถพยากรณ์ฝนที่เกิดนอกพื้นที่และแนวโน้มจะเข้ามาในเขตกรุงเทพมหานครได้ แต่เนื่องจากเมืองหลวงเป็นพื้นที่พิเศษ บางกรณีมีฝนก่อตัวมาก ทำให้อาจรับมือไม่ทัน ด้วยสภาพท่อระบายน้ำเก่า ชำรุด และเล็ก จึงต้องเริ่มทำความสะอาด ปรับปรุงท่อระบายน้ำให้มีขนาดใหญ่มากขึ้น เพื่อรองรับสภาพการระบายน้ำ เพิ่มพื้นที่กักเก็บน้ำใต้พื้นดิน และตอนนี้คลองหลักที่ใช้ในการระบายน้ำบางครั้งมีน้ำเต็มคลอง ทำให้ระบายน้ำได้ไม่ดีนัก จำเป็นต้องใช้ระบบสนับสนุนการระบายน้ำอื่นๆ เช่น อุโมงค์ระบายน้ำ ระบบบ่อหน่วงน้ำใต้ดิน (Water Bank) ระบบดันท่อลอดใต้ดิน (Pipe Jacking) และอาศัยพื้นที่แก้มลิง ซึ่งหากดำเนินการก่อสร้างครบทั้งระบบจะสามารถบรรเทาปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ได้



อย่างไรก็ตาม รองปลัดกรุงเทพมหานคร ยังกำชับโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าในพื้นที่ มักทำให้ท่อระบายน้ำเสียหายและปิดกั้นท่อระบายน้ำเพื่อประโยชน์ในการก่อสร้าง ทำให้ประชาชนไม่รู้ว่าเวลาฝนตก ทำไมน้ำถึงไหลลงไม่เร็วเหมือนเดิม เรื่องนี้ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปประสานกับทางผู้รับเหมาเพื่อแก้ปัญหานี้โดยด่วน เมื่อเราส่งมอบพื้นที่ให้เขาดำเนินการก่อสร้าง ก็ต้องไม่สร้างผลกระทบและเดือดร้อนให้กับประชาชนด้วย



ขณะที่ นายสมศักดิ์ มีอุดมศักดิ์ รองผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ กล่าวว่า จากการติดตามสถานการณ์ฝน มีการคาดการณ์ว่าจะมีฝนตกหนักในช่วงเดือนตุลาคม แต่คาดว่าคงไม่เกินช่วงลอยกระทงเดือนพฤศจิกายน ฝนน่าจะหมดไปแล้ว ที่ผ่านมาได้ประสานข้อมูลกับกรมอุตุนิยมวิทยาในการคาดการณ์ปริมาณฝนที่จะเข้ามาในพื้นที่ เราได้ติดตามอย่างใกล้ชิด เพื่อแจ้งเตือนประชาชนเตรียมตัวรับมือให้พร้อม ส่วนเรื่องการแก้ปัญหาระบายน้ำนั้นมีหลายโครงการที่จะพัฒนาประสิทธิภาพระบบท่อระบายน้ำอย่างระบบ Pipe Jacking หรือการสร้างเขื่อนคลองลาดพร้าวและจตุจักร โดยในอนาคตบริเวณจตุจักรจะมีการสร้างอุโมงค์ระบายน้ำที่ได้งบประมาณในปี 2563 มาแล้ว ซึ่งจะช่วยทำให้การระบายน้ำดียิ่งขึ้น



นายวีระวงศ์ แก้วอัมพร หัวหน้าพื้นที่กรุงเทพเหนือ สำนักการระบายน้ำ กล่าวว่า พื้นที่กรุงเทพเหนือจะระบายน้ำออกไปทาง 2 คลองหลัก คือคลองเปรมประชากรและคลองลาดพร้าว ตอนนี้พื้นที่เจอปัญหาหนักคือ เขตจตุจักร พิกัดอยู่แถวแยก ม.เกษตรศาสตร์ บางเขน แต่บริเวณนี้คาดว่าอีกไม่เกิน 2 ปีน่าจะดีขึ้น หลังสร้างอุโมงค์เสร็จจะช่วยในการระบายน้ำได้ดีขึ้น ส่วนจุดอื่นๆเมื่อเทียบกับสมัยก่อนก็สามารถระบายน้ำได้ดีขึ้น แต่ปัญหาหลักๆ คือปริมาณฝนตกเยอะขึ้นกว่าแต่ก่อน โดยจากเดิมปริมาณฝนอยู่ที่ 60 มิลลิเมตร แต่เดี๋ยวนี้ปริมาณฝนเพิ่มเป็น 100 มิลลิเมตร ทำให้เกิดน้ำท่วมขังในพื้นที่กรุงเทพเหนือ  ทำให้เราต้องคอยดูเรดาร์สภาพอากาศและแจ้งเตือนเจ้าหน้าที่ให้ลดระดับน้ำเพื่อเป็นการรับมือ

“ส่วนปัญหาใหญ่ในการระบายน้ำตอนนี้หนีไม่พ้นเรื่องขยะจำนวนมาก ไม่ว่าจะเจอทั้งในคลองที่ลอยติดตะแกรงหน้าเครื่องสูบน้ำ มีทั้งขยะชิ้นใหญ่และขยะทั่วไป ส่วนท่อระบายน้ำที่มักจะมีพวกขยะอุดตันและก้อนไขมัน ที่ส่งผลต่อการระบายน้ำ  ได้ประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือประชาชน แต่ยังไร้ผล รวมทั้งบ้านที่รุกล้ำลำคลอง ปัญหาพวกนี้เป็นปัจจัยสำคัญส่งผลเสียต่อการระบายน้ำ นอกจากนี้ในบางจุดเจ้าหน้าที่มีน้อย ต้องคอยเฝ้าระวังตลอดเวลา จึงอยากวอนขอชาวบ้านมีจิตสำนึกและความรับผิดชอบในการทิ้งขยะมากขึ้น”  หัวหน้าพื้นที่กรุงเทพเหนือ กล่าวทิ้งท้าย.               

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    50%
  • ไม่เห็นด้วย
    50%

บอกต่อ : 37