อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 18 พฤศจิกายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 18 พฤศจิกายน 2562

'บ้านอิ่มใจ'ที่พึ่งสุดท้ายปิดตัว ตกงานเพิ่มยอด'คนไร้ที่อยู่'

“บ้าน” หรือ “ที่อยู่อาศัย” เป็น 1 ในปัจจัย 4 ที่จำเป็นสำหรับการดำรงชีวิตมนุษย์ แต่ในเมืองหลวงอย่างกรุงเทพมหานครกลับพบว่ามี “คนไร้บ้าน” อยู่จำนวนมาก และมีแนวโน้มจะเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อย ๆ จากปัจจัยหลายอย่าง ทั้งทางด้านสภาพสังคมและปัญหาเศรษฐกิจ พุธที่ 9 ตุลาคม 2562 เวลา 11.00 น.

“บ้าน” หรือ “ที่อยู่อาศัย” เป็น 1 ในปัจจัย 4 ที่จำเป็นสำหรับการดำรงชีวิตมนุษย์ แต่ในเมืองหลวงอย่างกรุงเทพมหานครกลับพบว่ามี “คนไร้บ้าน” อยู่จำนวนมาก และมีแนวโน้มจะเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อย ๆ จากปัจจัยหลายอย่าง ทั้งทางด้านสภาพสังคมและปัญหาเศรษฐกิจ ส่งผลทำให้มี “คนไร้บ้านหน้าใหม่” เพิ่มจำนวนมากขึ้น ขณะที่กลุ่มคนไร้บ้านหน้าเก่าเผชิญชะตาชีวิตค่ำไหนนอนนั่น หลังทางกรุงเทพมหานครได้คืนพื้นที่ “บ้านอิ่มใจ” บริเวณภายในซอยแม้นศรีที่พักพิงของคนไร้บ้าน เมื่อเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา หลังจากเปิดรองรับคนไร้ที่พึ่งได้ประมาณ 200 คน ตั้งแต่ปี 55

เมื่อสถานที่พักพิงอย่าง “บ้านอิ่มใจ” ปิดตัวลง ทำให้คนไร้บ้านต้องวางแผนชีวิตใหม่ บางกลุ่มที่พอตั้งตัวได้รวมกลุ่มกันไป “เช่าบ้าน” เพื่ออาศัยอยู่ร่วมกัน แต่บางกลุ่มไม่มีงานทำ บางคนมีโรคประจำตัว ต้องกลับมาใช้ชีวิตเร่ร่อน... “สถานีรถไฟหัวลำโพง” จึงเป็นพื้นที่ยอดฮิตที่คนไร้บ้านจะมาพักอาศัยในยามค่ำคืน ด้วยปัจจัยที่มีห้องอาบน้ำ มีข้าวแจกฟรี ทำให้คนไร้บ้านเลือกที่จะแวะเวียนมาที่นี่ในช่วงหัวค่ำของทุกวัน       


                                                                                                           
“ชุมชนเมือง-เดลินิวส์”
ลงพื้นที่สถานีรถไฟหัวลำโพง เพื่อพูดคุยกับคนไร้บ้าน เบื้องต้นพบว่าส่วนใหญ่เป็นผู้ได้รับผลกระทบจากการปิดตัวของบ้านอิ่มใจ ทำให้ต้องมากลับมาพึ่งที่นี่ โดยกระจายตัวกันอยู่ในพื้นที่มุมต่างๆ โดยคนไร้บ้านแถวนี้มักหารายได้หลักร้อยถึงหลักพันในแต่ละวันไม่แน่นอน ด้วยประกอบอาชีพรับจ้างหรือเดินแจกใบปลิว ซึ่งกลางวันก็จะทำงาน ส่วนกลางคืนกลับมาอาศัยนอนที่นี่ พร้อมรับข้าวกล่องฟรี เวลาที่มีคนนำมาแจกทุกวัน

“ป้าพร” หญิงวัยกลางคน อดีตสมาชิกบ้านอิ่มใจ ที่อาศัยอยู่ที่นั่นมานานหลายปี และเพิ่งออกจากบ้านไปเมื่อเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา เล่าว่า ป้าไม่รู้จะไปอยู่ที่ไหน พอออกมาก็จะใช้ชีวิตอยู่หลายที่ ทั้งหัวลำโพงหรือแม้แต่หมอชิต ขึ้นอยู่กับว่าวันนี้อยากนอนที่ไหน โดยตอนก่อนจะปิดบ้านอิ่มใจ เจ้าหน้าที่มาบอกเรื่อย ๆว่าให้เริ่มเก็บเงินไว้ เพราะใกล้ที่บ้านจะปิดตัวลง แต่เนื่องจากป้าไม่มีรายได้และมีโรคประจำตัวเป็นลมชักกับลมบ้าหมู ทำให้ค่อนข้างหางานยากลำบาก ในขณะที่พวกคนที่พอมีรายได้จะจับกลุ่มกันไปเช่าห้อง และไปทำงานด้วยกัน ไม่ได้กลับมาใช้ชีวิตแบบป้าและอีกหลายๆคน ตอนนี้เวลามีใครเรียกไปทำงาน ก็ไปหมด


ไม่ต่างจาก “เอ” ชายวัย 36 ปี เคยอาศัยอยู่บ้านอิ่มใจเป็นที่พักเวลาเดือดร้อน เขาบอกว่า เข้าไปอยู่บ้านอิ่มใจตั้งแต่ปี 59 จากนั้นเข้า-ออกๆ ที่นั่นหลายครั้ง เวลาได้งานก็ออกไปเช่าบ้าน พอตกงานหรืองานหมดสัญญาก็กลับไปนอนที่บ้านอิ่มใจ  ล่าสุดประสบอุบัติเหตุจะเข้าไปพักฟื้น ก็พบว่าบ้านอิ่มใจปิดตัวลงไปแล้ว ทำให้ต้องกลับมาอาศัยอยู่ที่หัวลำโพงได้ 2 สัปดาห์  ตอนแรกแค่คิดว่าจะมาหาข้าวกล่องกินฟรี แต่พอมาเจอเพื่อนๆ จึงเลือกอยู่ที่นี่ เพื่อรอหางานทำ



“ปกติเวลามีปัญหาจะกลับบ้านอิ่มใจ แต่พอไม่มีก็เคว้งเหมือนกัน พอมาอยู่ที่นี่ก็ต้องระวังหลายอย่างเพราะเราไม่เคยมานอนแบบนี้ ต้องระวังทรัพย์สิน หลับๆตื่นๆผลัดกันเฝ้าดูของ ตอนนี้มีแต่งานที่มาจ้างสารพัด ต้องดูในไลน์กลุ่มที่เขามาหาคนทำงาน ก็ทำไปก่อน แต่มีความคิดว่าอยากทำงานประจำที่มีที่พัก แต่เดี๋ยวนี้หายาก อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีบ้านอิ่มใจแบบนี้อีก เพราะช่วยให้เรามีที่พัก แม้จะมีบ้านญาติ แต่เราก็ไม่อยากไปเป็นภาระเขา อยากหาเงินได้ด้วยตัวเอง”

ขณะที่  “สิทธิพงษ์ ชูประจง” หัวหน้าโครงการผู้ป่วยข้างถนน มูลนิธิกระจกเงา เปิดเผยระหว่างร่วมลงพื้นที่ว่า สถานีรถไฟหัวลำโพงเป็นจุดที่คนไร้บ้านเลือกที่จะมาอยู่ เพราะสะดวกในการใช้ชีวิต ต่อรถ กินข้าว มีเพื่อนไว้ติดต่องาน แต่ในระยะหลังพบ “คนไร้บ้านหน้าใหม่” เป็นจำนวนมาก ปัจจัยหลักๆคือเรื่องเศรษฐกิจ ปัญหาครอบครัว อยู่กับบ้านไม่ได้ ไม่มีทักษะอาชีพ ไม่มีการศึกษา เป็นผู้สูงอายุ พอตัดสินใจไม่อยู่บ้าน ก็ต้องออกมาแต่ไม่มีต้นทุน ไม่มีเงินเก็บเลยต้องใช้ชีวิตแบบนี้ ถ้าคนไม่มีงานก็จะเตร็ดเตร่อยู่แถวนี้ นอกจากนี้ยังมีผู้มีปัญหาทางจิต พิการ สูงอายุ ถ้ายังพอมีแรงอยู่ ก็ออกไปทำงาน และกลางคืนกลับมานอนที่นี่

หัวหน้าโครงการผู้ป่วยข้างถนน เปิดเผยอีกว่า การปิดตัวลงของ “บ้านอิ่มใจ” ส่งผลกระทบต่อความต้องการคุณภาพชีวิตที่ดีคนไร้บ้าน อย่างน้อยก็ทำให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี ไม่ต้องมาอยู่ข้างถนน กินอิ่ม นอนหลับสบาย มีที่พักสะอาด แม้บางคนจะเคยเต็มใจเร่ร่อน แต่ในระยะยาวก็ต้องการคุณภาพชีวิตที่ดี อยากทำให้ตัวเองพ้นสภาพจากคนไร้บ้าน คนตกงาน ไม่มีงานทำ ส่วนกลุ่มที่ไปรวมตัวเช่าบ้าน เพราะเขาคิดว่าที่อยู่อาศัยเป็นจุดเริ่มต้นในการที่ทำให้เขาพ้นสภาพจากการเป็นคนไร้บ้านได้ ส่วนคนที่กลับมาเร่ร่อนเหมือนเดิม พวกนี้เคยอยู่มาแล้ว จะปรับตัวได้ แต่ไม่ดีขึ้น

 “รุ่งกานดา พงศ์ธรกุลพาณิช” ผู้อำนวยการสำนักงานสวัสดิการสังคม สำนักพัฒนาสังคม กรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้คืนพื้นที่ “บ้านอิ่มใจ” ให้กับสำนักงานส่วนทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ แต่จะมาเปิดใหม่ในพื้นที่ของศูนย์บริการผู้สูงอายุดินแดง เป็นการขอใช้พื้นที่ร่วมกัน เพื่อเป็นศูนย์คัดกรอง แต่ไม่ได้เปิดให้พักค้างคืนสำหรับคนไร้บ้าน โดยตอนนี้มีการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เป็นเจ้าภาพหลัก เดินหน้าจัดทำศูนย์คัดกรองในพื้นที่ 4 จุด ได้แก่ ดินแดง สายไหม มีนบุรี และอ่อนนุช ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวอาจเดินทางไม่สะดวกเหมือนบ้านอิ่มใจ จึงประสานเครือข่ายคนไร้บ้านภาคเอกชนที่เปิดพักค้างคืนสำหรับคนไร้บ้านด้วย พร้อมร่วมวางแผนชีวิตจัดหางานให้ทำ เพื่อให้พยายามยืนได้ด้วยลำแข้งตนเอง.
 

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 41