อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 13 ธันวาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 13 ธันวาคม 2562

ฝันไกลไปให้ถึง! ดัน'คลองเปรมประชากร'สู่'สยามเวนิส'

ฝันไกล...ไปให้ถึง! พอช. ยึด "โมเดลคลองลาดพร้าว" เป็นต้นแบบ รื้อสิ่งปลูกสร้างในน้ำแล้วแบ่งที่ดินให้เท่าๆกัน ผลักดัน "คลองเปรมประชากร" สู่ "สยามเวนิส" อังคารที่ 15 ตุลาคม 2562 เวลา 10.30 น.

บ้านสีสันสดใสริมคลองลาดพร้าวกลายเป็นบ้านที่สะดุดตาผู้คนที่สัญจรผ่านริมคลองลาดพร้าวโดยบ้านเหล่านี้ถูกแปรเปลี่ยนสภาพจากบ้านเรือนที่รุกล้ำริมคลอง เป็นชุมชนแออัดริมคลองมีสภาพแวดล้อมเสื่อมโทรม มีสิ่งผิดกฎหมายในชุมชน ส่งผลต่อสภาพคุณภาพผู้อยู่อาศัยในชุมชน และยังเป็นปัญหาหลักที่ทำให้การระบายน้ำในคลองสายหลักไม่คล่องตัวจากเหตุการณ์น้ำท่วมกรุงเทพมหานครและปริมณฑลเมื่อปี 54 แต่พบว่ายังไม่สามารถสร้างบ้านมั่งคงเหล่านี้ได้ตามแผนที่วางไว้



จากข้อมูลของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(องค์การมหาชน) หรือ พอช. ระบุว่า โครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองลาดพร้าว มีผู้เข้าร่วมโครงการ 50 ชุมชน 7,069 ครัวเรือน มีพื้นที่ 8 เขต คือเขตสายไหม ดอนเมือง หลักสี่ บางเขน จตุจักร ห้วยขวาง ลาดพร้าว วังทองหลาง ระยะทาง 24.5 กิโลเมตร ทำตั้งแต่ปี 2559 จากข้อมูลเดือนกันยายน 2562 มีพื้นที่ที่มีแผนดำเนินการได้ 4,213 ครัวเรือน สามารถดำเนินการได้ 3,302 ครัวเรือน และมีแผนดำเนินการต่อได้ 911 ครัวเรือน (จะสามารถดำเนินการได้ในปี 2563 )  ส่วนพื้นที่ที่ดำเนินการไม่ได้มี 2,856 ครัวเรือน แบ่งเป็นเข้าร่วมแต่สร้างไม่ได้ 1,445 ครัวเรือน มีทั้งที่รื้อย้ายแล้วและ พอช.อนุมัติค่าเช่าบ้านเพิ่มเติมเดือนละ 3,000 บาท และยังไม่รื้อ ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งคือผู้ต่อต้านกว่า 1,411 ครัวเรือน แบ่งเป็นในแนวเขื่อน 526 ครัวเรือน และนอกแนวเขื่อน 885 ครัวเรือน



นายธนัช  นฤพรพงศ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(องค์การมหาชน) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองลาดพร้าว เปิดเผยว่า ปัญหาคลองลาดพร้าวตอนนี้คือ ผู้ที่ยังไม่เข้าร่วมโครงการมีการต่อต้านอยู่ เมื่อมีคนไม่เข้าร่วมแผน ก็เดินหน้าต่อไปไม่ได้ คนที่ไม่ยอมรื้อบ้านมีด้วยกัน 2 สาเหตุหลักคือ คนที่อยู่บ้านหลังใหญ่ๆ มานาน กับคนที่มีบ้านหลังใหญ่ทำธุรกิจให้เช่า ถ้ารื้อไปเขาก็เสียรายได้เป็นจำนวนมาก ทำให้แผนกรุงเทพมหานครที่ต้องการขยายคลอง โดยเข้าทำการรื้อบ้านแล้วย้ายให้คนไปอยู่ด้านบน เพื่อเปิดทางให้ดำเนินการก่อสร้างเขื่อนต้องหยุดชะงัก ซึ่งทั้งหมดต้องรื้อและสร้างไปพร้อมกัน มีการวางแปลนไว้หมดแล้วว่าทุกคนได้อยู่พร้อมกัน ถ้ารื้อแล้วสร้าง พอบางคนด้านบนไม่รื้อ ข้างล่างก็ไม่มีที่ไป ถ้ารื้อแล้วไม่รู้จะไปอยู่ตรงไหนเลยไม่รื้อตาม ทำให้เดินหน้าสร้างเขื่อนไม่ได้



“พอบ้านเหล่านี้ไม่ยอมรื้อทำให้ชาวบ้านที่เข้าร่วมตามแผน ไม่สามารถจะไปได้ ก็ทำให้ต้องอยู่ที่เดิม ซึ่งก็ส่งผลต่อการสร้างเขื่อนที่ไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ ในเมื่อสร้างบ้านไม่ได้ หรือสร้างได้ แต่เป็นฟันหลอ สร้างได้เป็นจุด ๆ โครงการก็จะล่าช้า ตอนนี้พบปัญหาโครงการชะลอตัวจากบริษัทก่อสร้างเขื่อนหยุดดำเนินการ เพราะหากจะให้งานเดินแผนงานต้องเดินหน้าด้วย ต้องสร้างบ้านและเขื่อนไปพร้อมๆ กัน อย่างโครงการใหม่ๆ มีแผนดำเนินการได้ ต้องหยุดหมดเนื่องจากสร้างเขื่อนไม่ได้ เขาก็ไม่กล้ารื้อ ถ้าเขื่อนมาทีหลังเสาเข็มมันยาว เวลาสร้างเขากลัวว่าจะมีผลกระทบต่อโครงสร้างบ้าน อาจจะร้าวได้  และหากสร้างบ้านเสร็จ เขื่อนยังไม่ได้ทำ จะวางระบบน้ำและไฟฟ้าไม่ได้ ชาวบ้านจึงรอให้เดินหน้าสร้างเขื่อนให้ชัดเจนก่อน ซึ่งจะประสานกับกรุงเทพมหานคร หาข้อยุติให้ได้ภายในเดือน ต.ค.นี้ โดยโครงการได้ชะลอดำเนินการไปตั้งแต่ช่วงเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา”


 
ส่วนกลุ่มต่อต้าน ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการฯ เปิดเผยว่า กรุงเทพมหานครได้บังคับใช้กฎหมายตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร และคำสั่งคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 44 (ปว.44) กับกลุ่มผู้ไม่เข้าร่วมโครงการก่อสร้างเขื่อนริมคลองลาดพร้าวและผู้ดำเนินการต่อต้านที่อยู่ในแนวเขื่อน ซึ่งสามารถบังคับให้รื้อถอนได้ทันที ไม่ต้องส่งฟ้องศาล แต่ได้มีการประวิงเวลามาพอสมควร ที่ผ่านมาทาง พอช.เห็นด้วย แต่ตอนนี้มองว่าอาจจำเป็นต้องใช้ ไม่เช่นนั้นจะกระทบต่อชาวบ้านส่วนใหญ่ ส่วนทางกรมธนารักษ์ก็มีการใช้กฎหมายอาญา/ที่ดินกับ พ.ร.บ.ที่ราชพัสดุ ปี 62 มาดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ต่อต้านนอกแนวเขื่อนด้วย

“บางคนในกลุ่มต่อต้านแอบเห็นด้วย แต่ออกตัวไม่ได้ เดี๋ยวเพื่อนบ้านจะเกลียด อยู่ต่อไม่ได้ ปัญหานี้ทำให้กระทบกับคนย้ายออกไปเช่าบ้านเพื่อรอเข้าบ้านใหม่ แม้ทาง พอช.จะช่วยดำเนินการจ่ายค่าเช่าบ้านให้เดือนละ 3,000 บาทเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน แต่ต้องยอมรับว่าไม่เพียงพอกับสภาพเศรษฐกิจในยุคปัจจุบัน ตอนนี้จึงกำลังเร่งคุยกับทางรัฐบาลเพื่อหาทางแก้ไขปัญหาในระยะยาว จะคุยกันทั้ง 3 หน่วยงาน ได้แก่ ทางกรุงเทพมหานคร  กรมธนารักษ์ และพอช. เริ่มขับเคลื่อนงานต่อช่วงปลายเดือน ต.ค.นี้ มุ่งดำเนินการตามแผนเดิมคือต้องเสร็จภายในปี 63

สำหรับพื้นที่ก่อสร้างไปแล้ว ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการฯ พบว่า ชาวบ้านมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น ไม่เป็นชุมชนแออัด สิ่งแวดล้อมดีขึ้น ปัญหาขยะลดลง การระบายน้ำดีกว่าแต่เดิม ต้องได้ขุดลอกคูคลองเพิ่มขึ้น เพื่อให้ได้น้ำที่ใสสะอาด ในอนาคตมีแผนจะมีเรือโดยสาร วางอาชีพ สร้างเป็นแหล่งท่องเที่ยว แต่ต้องพัฒนาคนก่อน เอาบ้านขึ้นมาจากน้ำให้ได้ อยากเห็นหน้าตาของชาวบ้านที่แต่งบ้านหลังแรก แต่ยังไม่พอใจกับผลงานในภาพรวม เพราะมันค่อนข้างล่าช้ากว่าแผน ควรไปได้ดีกว่านี้



โดยคลองเปรมประชากร มีความยาวประมาณ 50.8 กิโลเมตร เริ่มตั้งแต่คลองผดุงกรุงเกษม – อยุธยา แต่มีจุดรุกล้ำอยู่ประมาณ 17 กิโลเมตร โดยจะมีการใช้ “โมเดลคลองลาดพร้าว” เป็นต้นแบบ รื้อและแบ่งปันที่ดินให้เท่าๆกัน แต่จะมีความแตกต่าง สันเขื่อนจะกว้าง 3 เมตร และใต้สันเขื่อนมีท่อระบบน้ำเสีย ภาพรวมตอนนี้ปลายปี 62 จะใช้วิธีรื้อและสร้างในพื้นที่จตุจักรก่อนแล้วค่อยเริ่มสร้างแถวหลักหกช่วงต้นปี 63 จากนั้นจะเริ่มปูพรมในจุดที่เหลือ เวลานี้ได้ส่งแผนงานไปให้สำนักการระบายน้ำแล้ว เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ชาวบ้าน

“ถ้าสร้างได้ทั้งหมดจะสามารถเป็นสยามเวนิสได้ตามที่วางแผนไว้ ซึ่งต้องทำให้ได้ เมื่อสร้างบ้านได้ครบทั้งหมด อีกหน่อยจะดีขึ้น ระยะยาวมีทั้งบ้านสวย น้ำใสขึ้น หลายจุดอาจจะกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวในอนาคต มีการล่องเรือเที่ยว มีตลาดน้ำ ต่อไปชาวบ้านจะต้องมีรายได้จากคลอง สร้างกิจกรรม มีเทศกาลลอยกระทง แข่งเรือพาย นี่คือภาพที่วาดฝันไว้ ตั้งเป้าร่วมกัน ถ้างานสำเร็จแค่สร้างบ้านเสร็จ แต่ชาวบ้านยังเป็นเหมือนเดิม ถือว่าล้มเหลว งานจะสำเร็จต่อเมื่อชุมชนเข้มแข็ง ชาวบ้านมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ยิ้มแย่มแจ่มใส แต่ตอนนี้ต้องสร้างบ้านให้ได้ทั้งหมดก่อน” ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการฯ ทิ้งท้าย.

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    97%
  • ไม่เห็นด้วย
    3%

บอกต่อ : 72