อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 14 พฤศจิกายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 14 พฤศจิกายน 2562

'ผอ.คลองเตย'สั่งห้ามเกิดซ้ำ รอผลสอบชี้ชะตา'3เทศกิจ'

"ผอ.เขตคลองเตย"ผวา! สั่งห้ามเกิดซ้ำเด็ดขาด รอผลสอบวินัยอย่างเป็นทางการออก ถึงจะชี้ชะตา "3เทศกิจ" รับเงิน "พ่อค้าขายผลไม้" หน้าบีทีเอสอโศก พุธที่ 16 ตุลาคม 2562 เวลา 17.12 น.

จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์คลิปวิดีโอที่ถูกแชร์ส่งต่อกันในโลกออนไลน์ โดยวิพากษ์วิจารณ์ "เจ้าหน้าที่เทศกิจ" กำลังเข้าดำเนินการจับกุม "พ่อค้ารถเข็นขายผลไม้" ที่บนทางเท้าสถานีรถไฟฟ้าอโศก แต่ดันมีจังหวะที่พ่อค้าขายผลไม้คล้ายควักเงินในกระเป๋าแล้วเอาไปใส่ไว้ในถุง ก่อนจะยื่นให้กับเจ้าหน้าที่เทศกิจ เสมือนเป็นการเรียกรับเงินแลกกับการไม่ต้องถูกจับปรับหรือไม่ ซึ่งเบื้องต้นทางกรุงเทพมหานครได้สั่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง พร้อมให้ทั้ง 3 นายออกจากราชการไว้ก่อน

ด้าน นายสุชัย อมรดารารัตน์ ผู้อำนวยการเขตคลองเตย กทม. กล่าวว่า ได้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าว พร้อมทั้งกำชับให้หัวหน้าฝ่าย หัวหน้างาน หัวหน้าชุดเข้มงวดตรวจสอบและติดตามกำกับการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่เทศกิจด้วยตนเอง ไม่ให้เกิดเหตุซ้ำอีก

นายสกลธี ภัททิยกุล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า คาดว่าผลสอบวินัยจะออกในเร็ว ๆ นี้ โดยเบื้องต้นได้เรียกเทศกิจทั้ง 3 นายมาสอบสวนนอกรอบ พบมีมูลความผิด ซึ่งพอเมื่อทราบผลการสอบสวนที่แน่ชัดถึงจะสรุปได้ว่าจะให้เทศกิจทั้ง 3 นายออกจากราชการเลยหรือไม่ โดยเส้นถนนสุขุมวิททั้งเส้นไม่ใช่จุดผ่อนผัน เป็นถนนที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและตนได้ลงพื้นที่และตักเตือนไปหลายครั้ง แต่ยังมีผู้ค้าหาบเร่-แผงลอยมาทำการค้าอยู่ พอเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นจึงชัดเจนได้ว่าที่ยังมีผู้ค้าอยู่นั้นอาจเพราะมีเจ้าหน้าที่บางคนรับเงินจากผู้ค้าทำให้ยังขายได้

รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับการกวดขันจัดระเบียบผู้ค้าหาบเร่-แผงลอย ได้กำชับเจ้าหน้าที่เทศกิจอย่างต่อเนื่องในการกวดขันจุดผ่อนผันที่ยกเลิกแล้วรวมทั้งจุดที่ไม่ใช่จุดผ่อนผันห้ามไม่ให้มีผู้ค้าทำการค้าโดยเด็ดขาด หากตนลงตรวจพื้นที่แล้วพบในครั้งแรกจะให้ใบเหลืองก่อน หากมีครั้งที่ 2 จะพิจารณาโยกย้ายทั้งชุด สำหรับจุดผ่อนผันที่ยังเหลือ 175 จุด ต้องจัดระเบียบให้ดีจุดไหนที่จัดไม่ดีหรือไม่เรียบร้อยก็จะพิจารณายกเลิก ส่วนจุดไหนที่จำเป็นก็ยังให้มีอยู่ อย่างที่ทราบกันว่า กทม. เป็นมหานครแห่ง Street Food จะไม่ให้มีการค้าขายเลยคงเป็นไปไม่ได้ จึงมอบหมายสำนักเทศกิจพิจารณาว่าผู้ค้าต้องมีคุณสมบัติอะไรบ้าง ทางเท้ากว้างเท่าไหร่ เป็นจุดที่มีอัตลักษณ์หรือไม่ เพื่อนำมาประกอบการพิจารณาจุดผ่อนผันทั้ง 175 จุด ว่าจุดใดมีความจำเป็น เหมาะสม และเป็นระเบียบเรียบร้อยจะให้คงอยู่ หากจุดใดที่สำรวจแล้วไม่สามารถดำเนินการตามที่ กทม. กำหนดได้ก็ต้องยกเลิกไป 

ส่วนการโครงการกวดขันรถยนต์ รถจักรยานยนต์ จอดหรือขับขี่บนทางเท้า กทม. ดำเนินการเข้มงวดอย่างเต็มที่ แต่ที่ยังมีผู้ฝ่าฝืน เรียกได้ว่าเป็นความเคยชินและมักง่ายของผู้ขับขี่ ตรงจุดไหนที่ไม่มีเจ้าหน้าที่ก็พร้อมที่จะฝ่าฝืน ซึ่งตนได้ย้ำเจ้าหน้าที่ให้ออกตรวจพื้นที่ตามจุดต่างๆ นอกจากการประจำจุดตั้งโต๊ะจับปรับเพียงอย่างเดียว ซึ่งตั้งแต่มีการขึ้นค่าปรับจาก 1,000 บาท เป็น 2,000 บาท ตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค.ที่ผ่านมา ระยะเวลาประมาณ 3 เดือน มียอดค่าปรับรวมเกือบ 6 ล้านบาท ถือว่า กทม. ทำงานเต็มที่แล้ว แต่ยังมีผู้ฝ่าฝืนคงต้องแก้ที่จิตสำนึกของคน.

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 59