อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2563
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2563

พัฒนาVSทำลาย? ฟัง'เสียงต้าน'ทางเลียบริมเจ้าพระยา

ฟัง 'เสียงต้าน' สร้างทางเลียบริมเจ้าพระยา เผย 5 เหตุผลค้าน "กทม." เดินหน้าพัฒนาต่อ ชี้มีผลกระทบใหญ่หลวงต่อสาธารณะ สิ่งแวดล้อม ประวัติศาสตร์ วิถีชีวิตริมน้ำ ศิลปวัฒนธรรม การคมนาคม และด้านวิศวกรรมและผังเมือง ศุกร์ที่ 6 ธันวาคม 2562 เวลา 11.00 น.

กรุงเทพมหานคร (กทม.) จ่อเดินหน้า “โครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ช่วงที่ 1” (ฝั่งพระนคร) ช่วงสะพานพระราม 7 ถึงกรมชลประทาน พื้นที่เขตบางซื่อและเขตดุสิต ช่วงที่ 2 จากกรมชลประทานถึงคลองรอบกรุง ช่วงที่ 3 จากสะพานพระราม7 ถึงคลองบางพลัด และ ช่วงที่4 จากคลองบางพลัดถึง คลองบางยี่ขันโดยรูปแบบโครงการประกอบด้วย การก่อสร้างทางเดินทางจักรยานริมแม่น้ำเจ้าพระยาความกว้างประมาณ 6-10 เมตร ปรับปรุงภูมิทัศน์เขื่อน ท่าเรือ ศาลาท่าน้ำ พื้นที่บริการสาธารณะ และเส้นทางการเข้าถึง ระบบไฟฟ้า ระบบระบายน้ำ และส่วนประกอบอื่นๆ



ขณะที่ นายอัชชพล ดุสิตานนท์ นายกสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์(ASA) พร้อมด้วยกลุ่มสมัชชาแม่น้ำและเครือข่ายองค์กร รวม 35 เครือข่าย ร่วมกันออกแถลงการณ์คัดค้านโครงการก่อสร้างทางเดินเลียบแม่น้ำเจ้าพระยาของ กทม. โดยร่วมกันแสดงพลังชูป้ายผ้าขนาดใหญ่มีข้อความว่า "ทางเลียบเจ้าพระยา พัฒนาหรือทำลาย?" เพื่อตอกย้ำการคัดค้านการก่อสร้างทางเดินริมแม่น้ำเจ้าพระยา ระยะทาง 12.45 กิโลเมตร



โดย นายอัชชพล กล่าวว่า ตามที่ กทม.มีแผนเดินหน้าสร้างทางเลียบเจ้าพระยาในเฟสแรก อ้างว่าไม่มีผู้ใดคัดค้านโครงการดังกล่าว ทั้งที่ก่อนหน้านี้ทางสมาคมฯได้เปิดเวทีสาธารณะ เชิญทั้งองค์กรภาครัฐและเอกชน ตลอดจนประชาสังคมร่วมกันแสดงความคิดเห็น เพื่อเป็นการศึกษาและระดมความคิดจากหลายฝ่าย จนพบว่าโครงการนี้มีผลกระทบใหญ่หลวงต่อสาธารณะ สิ่งแวดล้อม ประวัติศาสตร์ วิถีชีวิตริมน้ำ ศิลปวัฒนธรรม การคมนาคม และด้านวิศวกรรมและผังเมือง
ทางสมัชชาแม่น้ำ ประกอบด้วยองค์กรและเครือข่าย 35 กลุ่ม เห็นว่าหากปล่อยให้โครงการนี้ดำเนินการต่อไปจะสร้างความเสียหายให้แก่บ้านเมือง จึงออกแถลงการณ์แสดงจุดยืนเพื่อคัดค้านการดำเนินโครงการทั้ง 4 ช่วง ด้วยเหตุผลดังนี้



1. สมัชชาแม่น้ำ เห็นความสำคัญของการพัฒนาพื้นที่ริมน้ำเจ้าพระยา เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงแม่น้ำและมีการพัฒนาที่เกิดประโยชน์ต่อสาธารณะอย่างเหมาะสมกับบริบทและคุณค่าของพื้นที่ แต่ไม่เห็นด้วยที่จะให้มีการก่อสร้างทางสัญจรที่รุกล้ำลงไปในแม่น้ำเจ้าพระยา

2. ทั้งที่ กทม.สามารถดำเนินการแก้ปัญหาการรุกล้ำแม่น้ำเจ้าพระยาได้ตามอำนาจทางกฎหมายที่มีอยู่ได้ แต่กลับไม่ทำ ในทางตรงกันข้ามกับทำเป็นถนนคอนกรีตขนาดใหญ่ที่ลุกล้ำแม่น้ำเข้าไปอีก ซึ่งจะทำให้แม่น้ำแคบลงทั้งสองฝั่งร่วม 20 เมตร



3. แม่น้ำเจ้าพระยาสมควรถูกอนุรักษ์เป็นโบราณสถานตลอดสายน้ำ เพื่อยกฐานะเป็นมรดกโลกต่อไป แต่การทำถนนรุกล้ำลงไปในแม่น้ำเจ้าพระยา จะทำลายประวัติศาสตร์และสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมของชาติ จะเป็นตัวขวางกั้นความเชื่อมโยงของวิถีชีวิตริมน้ำอันจะส่งผลกระทบต่อความสงบสุขและความปลอดภัยของประชาชน

4. การก่อสร้างถนนลงไปในแม่น้ำเป็นประเด็นที่อ่อนไหวในกรณีเกิดอุทกภัย ซึ่งส่งผลกระทบต่อการไหลของน้ำ แม้ว่าในภาวะปกติพฤติกรรมการไหลที่เปลี่ยนแปลงนี้อาจอยู่ในระดับที่ไม่มากนัก แต่จะส่งผลต่อสัณฐานลำน้ำ การกัดเซาะตลิ่งและการตกตะกอนในลำน้ำ รวมทั้งการกักเก็บขยะมูลฝอย ซึ่ง กทม.ควรศึกษาผลกระทบให้ครบถ้วนรอบด้านก่อนอย่างรอบคอบ มิเช่นนั้นจะเกิดผลเสียหายต่อส่วนรวมในอนาคต5.ล่าสุดจากการที่ กทม.จัดโครงการดังกล่าวออกบางส่วน จากเดิมที่วางแผนไว้ 14 กิโลเมตร คงเหลือความยาวรวมประมาณ 12 กิโลเมตรพื้นที่บริเวณเกาะรัตนโกสินทร์ แสดงให้เห็นว่าโครงการนี้ยังมีการศึกษาไม่รอบคอบและยังไม่ได้รับความเห็นชอบจากทุกฝ่าย แม้แต่ภาครัฐเองตาม



รศ.ดร.พนิต ภู่จินดา นายกสมาคมนักผังเมืองไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า หากดำเนินโครงการนี้ต่อไป จะทำให้ชุมชนริมแม่น้ำทั้งสองฝั่งขาดความเป็นส่วนตัว รวมทั้งมีความกังวลใจเรื่องปัญหาอาชญากรรม ที่อาจจะมีโจรผู้ร้ายก่อเหตุปีนข้ามรั้วของทางเลียบริมน้ำเข้าไปในบ้านเรือนประชาชนได้โดยง่าย นอกจากนี้หากสร้างทางเลียบริมแม่น้ำ กทม.จะต้องเสียงบประมาณเพิ่มเติมในการใช้เทคโนโลยีและบุคลากรที่จะต้องมาดูแลเรื่องความปลอดภัย โดยขอยืนยันว่าพื้นที่ริมน้ำมีความจำเป็น ควรจะให้ประชาชนได้ใช้ แต่ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเข้าถึงพื้นที่ริมน้ำตลอดแนวระยะทาง 12 กิโลเมตร จริงๆแล้วโดยหลักการมีพื้นที่ส่วนกลางสามารถทำเป็น “พ๊อกเก็ต พาร์ค” หรือพื้นที่ให้คนเข้าไปใช้งานได้ โดยไม่จำเป็นต้องใช้ตลอดแนว แค่เปิดพื้นที่ให้สามารถเข้าไปชมริมแม่น้ำเจ้าพระยาในบางจุดที่ไม่ต้องผ่านหน้าบ้านชาวบ้าน ดังนั้น จึงไม่เห็นความจำเป็นต้องสร้างทางเลียบริมแม่น้ำพระยา

สำหรับเรื่องนี้บทสรุปจะเป็นอย่างไร ต้องคอยติดตาม แต่อยากให้ทุกฝ่ายคำนึงนึกถึง “ความคิดเห็น” ของประชาชนในพื้นที่เป็นหลัก เพราะปลูกเรือนยังตามใจผู้อยู่ เรื่องสิ่งแวดล้อมและวิถีชีวิตก็มีความสำคัญ จะได้ไม่ผิดโจทย์การพัฒนาและยกระดับคุณภาพชีวิตผู้อาศัยริมน้ำเจ้าพระยา.


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    33%
  • ไม่เห็นด้วย
    67%

บอกต่อ : 37