อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 4 สิงหาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 4 สิงหาคม 2563

เที่ยวชุมชนประวัติศาสตร์250ปี ย่านคลองสาน-ธนบุรี

เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ "คล้องจิตใจไทย ครองใจชน" เที่ยวชุมชนประวัติศาสตร์ 250 ปี ย่านคลองสาน-ธนบุรี ศุกร์ที่ 13 ธันวาคม 2562 เวลา 10.30 น.

กลับมาเจอกันอีกครั้ง เป็นประจำทุกวันศุกร์ “ชุมชนเมือง-เดลินิวส์” พาเที่ยวสถานที่น่าสนใจในเมืองกรุง ซึ่งสัปดาห์นี้จะพาทุกท่านไปเที่ยวชุมชนประวัติศาสตร์ และเยี่ยมชมนิทรรศการที่มีคุณค่าทางจิตใจย่านเขตคลองสาน-ธนบุรี

เริ่มต้นกันที่ พิพิธภัณฑ์ "คล้องจิตใจไทย ครองใจชน" อุทยานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (หลังวัดอนงคาราม) ภายในซอยสมเด็จเจ้าพระยา3 เขตคลองสาน ถือเป็นพื้นที่ทางประวัติศาสตร์อีกแห่งหนึ่ง เนื่องจากเคยเป็นที่ประทับของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีเมื่อครั้งพระเยาว์ โดยในปีพุทธศักราช 2536 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงมีกระแสพระราชดำริให้อนุรักษ์อาคารเก่าแก่ ซึ่งมีลักษณะและที่ตั้งใกล้ "บ้าน" ที่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เคยประทับและจัดสร้าง "อุทยานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี" พร้อมพัฒนาพื้นที่เป็นสวนสาธารณะชุมชน ซึ่ง นายแดง นานา และนายเล็ก นานา ผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่ดิน ได้น้อมเกล้าฯถวายที่ดินจำนวน 4 ไร่ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้มูลนิธิชัยพัฒนาเป็นเจ้าของที่ดิน และโปรดเกล้าฯให้บุคคลและหน่วยงานต่างๆ ร่วมกันดำเนินการในรูปคณะกรรมการจัดสร้างอุทยานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และพัฒนาพื้นที่เป็น "สวนสาธารณะพระราชทาน" โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายในการเข้าชม นั่นเพราะพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงตรัสว่า "อยากให้เหมือนที่แม่ให้" 



อีกทั้งสถานที่แห่งนี้ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จพระราชดำเนิน 2 ครั้ง ครั้งแรกเสด็จพระราชดำเนินเปิดอุทยานเฉลิมพระเกียรติฯ ในวันอังคารที่ 21 มกราคม 2540 ครั้งที่ 2 ในวันศุกร์ที่ 7 ธันวาคม 2555 เสด็จพระราชดำเนินเป็นการส่วนพระองค์ 

สำหรับอุทยานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ได้รวบรวมเนื้อหาเกี่ยวกับพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจ เพื่อให้นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไปได้ศึกษาและได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ดั่งพระปณิธานของพระองค์ท่าน "เวลาเป็นของมีค่า" ซึ่งปัจจุบันนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติฯ ได้ปรับปรุงนิทรรศการชุดใหม่ ภายใต้ชื่อว่า “คล้องจิตไทย ครองใจชน” มีการแบ่งเนื้อหานิทรรศการออกเป็น 2 ส่วน ประกอบด้วย พิพิธภัณฑ์ หลัง A มีชื่อว่า “สร้อยสังวาลย์สวรรค์” แสดงเกี่ยวกับพระราชประวัติของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี อาทิ เรื่องราวพระราชประวัติเมื่อครั้งทรงพระเยาว์ พระราชประวัติด้านการศึกษาและด้านต่างๆ ที่นำวิชาความรู้มาพัฒนาประเทศ ให้เกิดความเจริญก้าวหน้า และย้อนรอยค่ำคืนประวัติศาสต์อัน ตราตรึงใจของชาวไทย เมื่อครั้งสมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมขุนสงขลานครินทร์ (พระยศในขณะนั้น) แรกพบกับ นางสาวสังวาลย์ (พระนามเดิม) ณ สถานีรถไฟเซาท์สเตชั่น กรุงบอสตัน จึงเกิดเป็น “คืนแห่งรักแรกพบ” พร้อมจัดแสดงนิทรรศการประวัติชุมชนวัดอนงคารามย่านคลองสาน ซึ่งเป็นย่านนิวาสสถานเดิม(บ้านเดิม) เมื่อครั้งทรงพระเยาว์ของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี โดยถ่ายทอดเรื่องราวลักษณะของตัวบ้านซอยช่างทอง บ้านหลังแรกที่ทรงเคยพำนักอยู่ ตลอดจนการดำเนินพระชนม์ชีพของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี อันเป็นต้นแบบแห่งความเรียบง่ายและพอเพียง


    
พิพิธภัณฑ์ หลัง B มีชื่อว่า “สร้างสรรค์สว่างไสว” จัดแสดงนิทรรศการครอบครัวมหิดล เมื่อครั้งทรงประทับอยู่ ณ วังสระปทุมและการเดินทางไปยังเมืองโลซานน์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ บรรยากาศทัศนียภาพพระตำหนักดอยตุง พระราชกรณียกิจสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี อาทิ โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ พื้นที่ทรงงานต่างๆ โครงการพัฒนาดอยตุง โครงการฟื้นฟูป่าพัฒนาคุณภาพชีวิต การเสด็จประพาสหัวเมือง ตลอดจนพระราชจริยวัตรอันงดงามเรื่องของการบริหารเวลาให้เกิดประโยชน์ เป็นแบบอย่างของการใช้เวลาอย่างรู้คุณค่า



นอกจากนี้ ภายในอุทยานเฉลิมพระเกียรติฯ ยังมีอาคารจำลอง "บ้านเดิม" ของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ครั้งเคยประทับเมื่อทรงพระเยาว์ที่ชุมชนแห่งนี้ ซึ่งอยู่ห่างไปทางวัดอนงคารามไม่เกิน 200 เมตร ตกแต่งภายในตามหนังสือ "แม่เล่าให้ฟัง" พระนิพนธ์ในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เป็นอาคารโบราณและศิลปะร่วมสมัย ส่วนบรรยากาศโดยรอบอุทยานเฉลิมพระเกียรติฯ เต็มไปด้วยความร่มรื่น มีต้นไม้ใหญ่อายุกว่า 100 ปี สามารถนั่งเล่นพักผ่อนและออกกำลังกายได้ เปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้ามาเยี่ยมชม ตั้งแต่เวลา 06.00-18.00 น. ส่วนนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติฯ เปิดให้เข้าชมได้ตั้งแต่เวลา 08.30-16.30 (ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์) 



แถมให้อีกนิด หากเดินออกจากซอยสมเด็จเจ้าพระยา3 เลี้ยวขวาเดินตรงไปจะเจอกับทางเดินริมแม่น้ำเจ้าพระยา มีชุมชนประวัติศาสตร์อีกแห่งหนึ่งที่มีเรื่องเล่ายาวนานกว่า 250 ปี นั้นคือ “ชุมชนกุฎีจีนหรือกะดีจีน” ที่ผสมกลมกลืนอยู่ร่วมกันทั้งชาวไทย จีน ลาว แขก และมุสลิม มีวัดซานตาครู้สหรือโบสถ์ซานตาครู้ส ถือเป็นวัดสำคัญคู่กรงธนบุรีอีกแห่ง มีจุดเด่นที่ยอดโดมแบบอิตาลี ลักษณะคล้ายกับโดมแห่งมหาวิหารฟลอเรนซ์ หรือโดมของพระที่นั่งอนันตสมาคม มีความสวยงามตามแบบฉบับสถาปัตยกรรมเรอแนซ็องส์และสถาปัตยกรรมฟื้นฟูกรีกโรมัน สามารถเข้าชมได้วันจันทร์ – วันเสาร์ ตั้งแต่เวลา 17.00 น. – 19.30 น. ส่วนวันอาทิตย์ เวลา 06.00 , 08.30 และ 19.00 น. ซึ่งถ้าเดินไปตามชุมชนซอยต่าง ๆ นอกจากจะพบร้านขนม ร้านกาแฟ บรรยากาศดีๆแล้ว ตามกำแพงยังมีภาพวาดสตรีทอาร์ทไว้ให้คอยถ่ายรูปอีกด้วย. 


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%