อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ 2563
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ 2563

ลดมลพิษสกัด'PM2.5' ชงคนกรุงลดใช้รถ-เติมดีเซล

สะท้อนเวทีเสวนาแก้ปัญหา "ฝุ่นPM2.5" ในระยะยาว ต้องเร่งสกัดแหล่งเกิดมลพิษในเมืองกรุง ขณะที่นักวิชาการชงมาตรการลดใช้รถยนต์ส่วนตัวและงดเติมน้ำมันดีเซล จันทร์ที่ 16 ธันวาคม 2562 เวลา 10.30 น.

นับเป็นปัญหาใหญ่ที่คนกรุงเทพฯ กำลังเผชิญอยู่ หลายหน่วยงานจึงพยายามช่วยกันหาวิธีแก้ไขให้ทุเลาเบาบางลง ซึ่งที่ผ่านมา กรุงเทพมหานคร (กทม.) พยายามระดมสรรพกำลังในการขจัดปัญหานี้ให้หมดไป แต่ดูเหมือนจะทำได้เพียงแค่บรรเทาปัญหา ใช้วิธีฉีดพ่นละอองน้ำ ล้างถนน และทดลองติดตั้งหอฟอกอากาศ บางส่วนก็มองว่าอาจจะไม่ได้ผล ในขณะที่บางส่วนก็บอกว่าดีกว่าไม่ทำอะไรเลย 



กองจัดการคุณภาพอากาศและเสียง สำนักสิ่งแวดล้อม กทม. ผนึกกำลังภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน มาร่วมเวทีการเสวนาระดมความคิดช่วยกันหาทางแก้เรื่องฝุ่นทั้งในระยะสั้นและระยะยาว  เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานแบบบูรณาการกับทุกภาคส่วนในการแก้ไขปัญหาPM2.5 ซึ่งประเด็นการเสวนาแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ในส่วนที่ 1มุมมองปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 และแนวทางแก้ไขปัญหาในบริบทของ กทม. และรอบส่วนที่ 2 การมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองPM2.5 โดยมี พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ผู้ประกอบการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมรับฟัง พร้อมแสดงความคิดเห็นเสนอแนะแนวทางต่าง ๆ นอกจากนี้ ยังมีผู้ทรงคุณวุฒิด้านอากาศจากหลายสถาบัน อาทิ นายประลอง ดำรงไทย อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ, รศ.ดร.สราวุธ เทพานนท์ คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล, รศ.ดร. จักรกฤษณ์ ศิวะเดชาเทพ คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม, รศ.ดร.วราวุธ เสือดี สมาคมวิศวกรรมสิ่งแวดล้อมแห่งประเทศไทย และ ผศ.ดร.สุรัตน์ บัวเลิศ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เข้าร่วม



ในช่วงหนึ่งของการเสวนา ได้พูดถึงแหล่งกำเนิดมลพิษที่ส่วนใหญ่มาจากการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ของเครื่องยนต์ดีเซล ที่ก่อให้เกิดฝุ่นPM2.5 สูงถึงร้อยละ 45 ส่วนที่เกิดขึ้นจากโครงการก่อสร้างมีเป็นเพียงส่วนน้อย ดังนั้น แนวคิดในการแก้ไขปัญหาระยะยาว ต้องลดปริมาณการเกิดแหล่งมลพิษ ที่ผ่านมาภาครัฐได้ดำเนินการเปลี่ยนรถ ขสมก.กว่า  2,000 คัน เปลี่ยนพลังงานจากการเติมน้ำมันดีเซล หันมาเติม E-20 แทน พบว่าทำให้ค่าฝุ่น PM2.5 ลดลง เมื่อทำการวัดบริเวณหน้าท่อไอเสีย โดยวิกฤติฝุ่น PM2.5 เกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงต้นเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา จน กทม.ต้องสั่งปิดโรงเรียนในสังกัดเป็นเวลา1 วัน พอกลับมาเปิดการสอนปกติปกติ ก็พบค่าฝุ่นละอองเพิ่มมากขึ้น  



ทั้งนี้ นักวิชาการได้เสนอแนวทางการจำกัดปริมาณการใช้รถยนต์ส่วนตัวในพื้นที่มีการจราจรคับคั่งและหนาแน่น รวมทั้งรณรงค์ให้ประชาชนหันมาใช้บริการระบบขนส่งมวลชนในกรุงเทพฯให้มากยิ่งขึ้น  ทั้งรถไฟลอยฟ้า รถไฟฟ้าใต้ดิน หรือรถประจำทาง ขสมก.  พร้อมเสนอแนะให้ทาง กทม. มีวิธีการเชื่อมต่อระบบขนส่งมวลชนให้ดีมากขึ้น ซึ่งหากดำเนินการเช่นนั้นได้ ก็จะช่วยลดปริมาณการใช้รถยนต์ส่วนตัวลงได้ ที่สำคัญยังเสนอให้รัฐบาลนำรถเมล์ NGV ที่มีอยู่ออกมาให้บริการแทนรถ ขสมก.ที่ยังใช้น้ำมันดีเซลอยู่ เพื่อลดแหล่งกำเนิดฝุ่น PM2.5 อีกด้วย ส่วนเรื่องการปลูกต้นไม้ หากเป็นการแก้ไขปัญหาในระยะยาว ก็สามารถช่วยได้ในระดับหนึ่ง เนื่องจากจะช่วยดูดซับฝุ่นละอองได้เป็นอย่างดี



พล.ต.อ.อัศวิน กล่าวว่า ปัจจุบันหลายเมืองในโลก โดยเฉพาะเมืองภูมิภาคเอเชีย กำลังประสบปัญหามลภาวะทางอากาศ จากข้อมูลองค์การอนามัยโลก ในปี 61 ระบุว่า ทุกปีจะมีประชากรโลกเสียชีวิตก่อนวัยอันควรเพราะมลพิษทางอากาศกว่า 6.5 ล้านคน ในจำนวนนี้เป็นเด็กมากถึง 1.7 ล้านคน ซึ่ง กทม.เป็นหนึ่งในเมืองที่กำลังประสบปัญหา ในฐานะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีภารกิจหน้าที่ต้องดูแลประชาชนให้อยู่อาศัยในสภาพแวดล้อมที่ดี มีความปลอดภัย จึงผลักดันนโยบายและมาตรการต่าง ๆ เพื่อพัฒนา ฟื้นฟู อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ตลอดจนแก้ไขปัญหาต่าง ๆ เพื่อให้คนกรุงเทพฯ ปลอดภัยจากสภาพวิกฤติของสภาพภูมิอากาศที่นักวิชาการทั่วโลกกำลังให้ความสนใจ โดยการแก้ไขปัญหาให้ประสบความสำเร็จ จำเป็นต้องได้รับความร่วมมือที่ดีจากทุกฝ่าย เพื่อกำหนดแนวทางในการปฏิบัติอันนำไปสู่การดำเนินการให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม



ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัญหาฝุ่นละอองเกิดขึ้นมานานแล้ว แต่อดีตไม่มีเครื่องวัดค่าฝุ่นละออง เพื่อประเมินสถานการณ์เหมือนเช่นทุกวันนี้ ซึ่งนักวิชาการได้จัดลำดับสาเหตุของฝุ่นเกิดจากการเผาไหม้ของเครื่องยนต์ที่ไม่สมบูรณ์ เช่น เป็นรถยนต์เก่า คิดเป็นร้อยละ 45 ของฝุ่นละอองทั้งหมด รองลงมาเป็นการเผาไหม้ในภาคการเกษตร ส่วนที่เหลือเกิดจากสภาพอากาศปิดตามฤดูกาล ซึ่งในส่วนของ กทม.เดินหน้าจัดทำหลายมาตรการ ทั้งการฉีดพ่นละอองน้ำบนอาคาร สถานที่ราชการ โรงเรียนในสังกัดทุกแห่ง รวมทั้งส่งเจ้าหน้าที่ไปฉีดพ่นละอองน้ำในพื้นที่ถนนสายหลัก สายรอง และทำการล้างถนน ควบคุมไม่ให้ฝุ่นละอองฟุ้งกระจาย นอกจากนี้ ยังร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ติดตั้งเครื่องฟอกอากาศไปจนถึงสิ้นปี แม้มาตรการบางส่วนจะเห็นว่าไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ หรือมีประโยชน์เพียงแค่เล็กน้อย แต่ กทม.ก็ยังคงทำต่อเนื่อง.


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    50%
  • ไม่เห็นด้วย
    50%

บอกต่อ : 53