อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 10 เมษายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 10 เมษายน 2563

จี้รัฐยกฝุ่นแรงเท่าภัยพิบัติอื่น รีดภาษีรถควันดำ-ตึกก่อฝุ่น

"สภาวิศวกร" ร่วมเวทีนักวิชาการจัดเสวนา จี้ภาครัฐให้ยกปัญหา 'PM2.5' ร้ายแรงเทียบเท่าภัยพิบัติอื่น พร้อมชงหาแนวทางรีดภาษีรถควันดำ-เจ้าของอาคารก่อฝุ่นต้องจ่ายหนัก จันทร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 15.30 น.


เมื่อวันที่ 17 ก.พ. ที่ห้องกมลทิพย์ ชั้น 2 โรงแรมเดอะ สุโกศล ถนนศรีอยุธยา เขตราชเทวี สภาวิศวกร ร่วมกับที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย(ทปอ.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ( สวทช.) สมาพันธ์สภาวิชาชีพแห่งประเทศไทย สมาคมนักเรียนทุนรัฐบาลไทย และ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง(สจล.) จัดงานเสวนา “รวมพลังปัญญา แก้ปัญหา ฝุ่นพิษโดยการเปิดเวทีเสวนา ระดมสมองแบบไร้ขีดจำกัด” เพื่อปลุกคนไทยให้ตระหนักถึงต้นกำเนิดฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ที่กระทบต่อเศรษฐกิจและสุขภาพคนไทย รวมทั้งเปิดมุมมองสาธารณะและเทคโนโลยีเตือนภัยป้องกันฝุ่น

ศาสตราจารย์ ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ นายกสภาวิศวกร กล่าวว่า การเสวนาครั้งนี้คาดหวังให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ตอกย้ำว่าฝุ่นPM2.5ทำให้ตายจริง แบบผ่อนส่ง ภาครัฐควรมองปัญหาเรื่องฝุ่นมีความร้ายแรงเทียบเท่าภัยพิบัติอื่น ๆ อาทิ ภัยแล้ง น้ำท่วม ภัยหนาว จึงเสนอ 4 ข้อให้รัฐบาลนำไปพิจารณา ดังนี้ 1. เห็นควรเสนอระบบการเตือนภัยฝุ่นให้ประชาชนทราบ โดยใช้หลักภาครัฐรู้เท่าไหร่ประชาชนต้องรู้เท่านั้น เพราะไม่มีใครจะนั่งมองโทรศัพท์หรือเช็กแอพพลิชั่นได้ตลอดเวลา



ดังนั้น ภาครัฐควรนำเสนอค่าฝุ่นละอองขึ้นบนจอแอลอีดีที่มีอยู่ทั่วกรุงเทพมหานคร ทั้งที่เป็นของภาครัฐและภาคเอกชน ใช้เวลาขึ้นต่อครั้งเพียง 15-30 วินาที แต่อาจเพิ่มความถี่ในการแสดงทุกชั่วโมง ให้ประชาชนที่ขับรถหรือสัญจรผ่านหรือเดินอยู่ตามท้องถนนได้มองเห็น ถ้าพบว่าค่าฝุ่นในพื้นที่ที่อยู่เกินค่ามาตรฐาน จะได้รีบหยิบหน้ากากอนามัยขึ้นมาสวมใส่ ใช้ป้องกันตนเอง

ศาสตราจารย์ ดร.สุชัชวีร์ กล่าวอีกว่า2. เสนอให้รัฐลดต้นกำเนิดของฝุ่นPM2.5 ต้องยอมรับว่าสาเหตุควันดำมาจากรถสาธารณะ พวกรถบรรทุกและรถรุ่นเก่าที่ใช้น้ำมันดีเซล ดังนั้น ต้องนำกฏหมายออกมาใช้อย่างจริงจัง รวมทั้งสนับสนุนให้เปลี่ยนจากการใช้น้ำมันดีเซลเป็นรถยนต์พลังไฟฟ้า รวมทั้งเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้มากขึ้น 3.การสนับสนุนงบประมาณในการวิจัยและพัฒนา ทั้งการทำหน้ากากอนามัยป้องกันฝุ่นPM2.5 และเชื้อไวรัสของสวทช. รวมทั้งเทคโนโลยีอื่น ๆ ที่ใช้เตือนภัยป้องกันฝุ่น



4.การออกมาตรการด้านภาษี ต้องดำเนินการอย่างจริงจัง ในกลุ่มบุคคล 2 ประเภท คือ กลุ่มที่ทำดี เอาใจใส่ดูแลรถหรือไซส์งานก่อสร้างของตนเองไม่ก่อให้เกิดฝุ่น ควรลดภาษีให้แก่กลุ่มบุคคลเหล่านี้ ขณะที่กลุ่มที่ทำให้เกิดปัญหาฝุ่น ควรถูกจัดเก็บภาษีมากกว่า อย่างไรก็ดี ควรหามาตรการชดเชยให้กับกลุ่มผู้ประกอบการขนส่งที่ยังใช้รถเก่า หากคิดเปลี่ยนรถใหม่ ทางภาครัฐควรหาทางช่วยเหลือ เพื่อกระตุ้นให้หันมาดูแลเครื่องยนต์หรือเปลี่ยนรถใหม่ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ซึ่งสิ่งที่ได้รับในการเสวนาครั้งนี้จะนำไปประมวลผลแล้วตกผลึก ก่อนจะในช่วงสิ้นเดือน ก.พ.นี้ จะยื่นนำเสนอให้รัฐบาลพิจารณาต่อไป.


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%