อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 10 เมษายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 10 เมษายน 2563

สัญจร'ชุมชนตรอกวังหลัง' สอนภาษาผู้ค้าดึงนักท่องเที่ยว

“ชุมชนเมือง-เดลินิวส์” ลงพื้นที่สัญจร “ตรอกวังหลัง” ชุมชนการค้าต้นแบบ สอนภาษาต่างประเทศให้แก่ผู้ค้า หวังดึงดูดนักท่องเที่ยว พฤหัสบดีที่ 27 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 10.30 น.


“ชุมชนเมือง-เดลินิวส์” ลงพื้นที่สัญจร “ตรอกวังหลัง” ชุมชนประวัติศาสตร์เก่าแก่ประวัติยาวนานกว่า 250 ปี เดิมทีสถานที่แห่งนี้เคยเป็น “พระราชวัง” ที่ประทับของ กรมพระราชวังบวรสถานพิมุข หรือกรมพระราชวังหลัง ในสมัย พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 และถัดจากวังหลังไปตรงบริเวณซอยศาลาต้นจันทร์ ทางไปวัดระฆังโฆสิตาราม เคยเป็นวังที่ประทับเดิมของ สมเด็จพระพี่นางเธอเจ้าฟ้ากรมพระยาเทพสุดาวดี ซึ่งปัจจุบันชุมชมตรอกวังหลังแห่งนี้กลายเป็นตลาดการค้าอยู่ใกล้ที่ตั้งโรงพยาบาลศิริราช เป็นศูนย์กลางการค้าขายใหญ่ที่สุดย่านฝั่งธนบุรี



นายบัญชา เทียนศิริ ประธานชุมชนตรอกวังหลัง กล่าวว่า ชุมชนตรอกวังหลัง อยู่ในเขตบางกอกน้อย ปัจจุบันมี 509 ครัวเรือน หรือประชากรกว่า 3,800คนอาศัยอยู่ และมีประชากรแฝงอยู่ประมาณ 10,000คน ซึ่งไม่มีทะเบียนบ้านอยู่ที่นี่ เป็นพวกเหล่านักศึกษา หรือแรงงานต่างด้าว โดยในแต่ละปีตลาดวังหลังมีเงินสะพัดไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท ด้วยความที่เป็นชุมชนตลาดขนาดใหญ่ จำเป็นต้องมีการบริหารจัดการที่ดีพอสมควร เพราะผู้ค้าที่อยู่ในตลาดมาจากที่หลากหลาย



จึงจัดทำแผนพัฒนาการค้าในตลาดวังหลัง เพื่อเป็นแม่แบบการค้าขาย โดยพัฒนาผู้ค้าทุกด้านโดยเฉพาะด้านภาษาต่างประเทศ เนื่องจากมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาเยี่ยมชมตลาดเป็นจำนวนมาก จนเป็นที่มาจัดโครงการเรียนรู้ภาษาเพื่อต่อยอดการค้าในย่านชุมชน โดยเป็นความร่วมมือกันระหว่างชุมชนตรอกวังหลังกับนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เข้ามาช่วยสอนภาษาอังกฤษและภาษาจีน ใช้เวลาช่วงเย็นประมาณ 1-2 ชั่วโมง ที่ผ่านมาได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้ค้า เน้นเรียนแบบสื่อสาร แนะนำสินค้า แนะนำเส้นทางให้ความช่วยเหลือนักท่องเที่ยวได้



นายบัญชา กล่าวว่า ในส่วนด้านความสะอาด หากเดินดูโดยรอบจะพบว่าตลาดแห่งนี้ไม่มีถังขยะตั้งวางไว้ เพราะใช้แนวคิดให้แต่ละร้านค้ารับผิดชอบขยะของลูกค้ากันเอง หากลูกค้ามาซื้อของแล้วต้องการทิ้งขยะ สามารถทิ้งได้ที่ร้านค้านั้นได้เลย จากนั้นในแต่ละวันผู้ค้าจะนำขยะจากร้านตนไปวางไว้ที่ตรงจุดนัดทิ้ง กำหนดเวลาจัดเก็บ 20.00 น.ของทุกวัน ทำให้ไม่มีขยะตกค้าง ที่สำคัญยังมีการจัดทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจในตลาดเพื่อหวังดึงนักท่องเที่ยวให้เข้ามาเพิ่มมากขึ้น ใช้ชื่อว่า “แผนการพัฒนาชุมชนวังหลังภายใต้แนวคิด จากชุมชนเวียงวังสู่ย่านการค้าเชิงอนุรักษ์ประวัติศาสตร์” เป็นการปรับปรุงภูมิทัศน์ย่านตรอกวังหลังและซอยอรุณอัมรินทร์ 22 ตามนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล ที่มีแนวทางส่งเสริมการท่องเที่ยวที่มีลักษณะโดดเด่น


อาทิ ด้านประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น และพัฒนาตลาดการค้าย่านเก่าแก่ให้มีมาตรฐาน นัดประชุมผู้ค้าในชุมชมร่วมกับกรุงเทพมหานคร วางแผนกำหนดแนวทางพัฒนาร่วมกัน พร้อมปรับปรุงแก้ไขให้มีความสวยงาม สะอาด ปลอดภัย มีนักท่องเที่ยวเข้ามาจับจ่ายใช้สอยให้มากขึ้น มีการปรับปรุงภูมิทัศน์ตั้งแต่ถนนอรุณอัมรินทร์(ตรอกวังหลัง) ซอยเชื่อมถนนวังหลังถึงซอยศาลาต้นจันทร์ ซึ่งปัจจุบันคับแคบ ค่อนข้างแออัด สาเหตุมาจากการตั้งวางแผงค้าที่ล้ำทางเดินในบางจุด ทำให้นักท่องเที่ยวเดินซื้อของลำบาก และอาจถูกมิจฉาชีพก่อเหตุลักทรัพย์ จึงดำเนินการปรับปรุงแก้ไขตลอดเส้นทางยาวประมาณ 596 เมตร พร้อมเตรียมเดินหน้าปรับเรื่องการเพิ่มแสงสว่าง ขณะนี้อยู่ระหว่างประสานกับสำนักการโยธา กรุงเทพมหานคร สำนักงานเขตบางกอกน้อย และสำนักการระบายน้ำ ในการดำเนินการปรับปรุงภูมิทัศน์ดังกล่าว



น.ส.หฤษฎ์ นิทธ์นฤนาท หนึ่งในผู้ค้าตลาดวังหลัง กล่าวว่า หากเริ่มดำเนินโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์ในตรอกวังหลัง ผู้ค้าคงได้รับผลกระทบแน่นอน ซึ่งการปรับปรุงดังกล่าวมีทั้งผลดีและผลเสียตามมา ถ้ามองในเชิงธุรกิจในอนาคตก็จะมีมุมบวกมากขึ้น

ขณะที่ นางกฤติยา มุสิกรักษ์ เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวติงลี่เตี๋ยวต้มยำ-ไข่หวาน กล่าวว่า ได้มีโอกาสไปเรียนภาษาอังกฤษและภาษาจีน ที่ทางชุมชนตอกวังหลังจัดให้เสริมศักยภาพผู้ค้า เพื่อเพิ่มโอกาสการพูดคุยซื้อขายสินค้าให้กับชาวต่างชาติ ซึ่งถือว่าเป็นการเรียนเสริมต่อยอดที่มีประโยชน์

เช่นเดียวกันกับ นางรำพรรณ ใหม่สุวรรณ เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวเรือวังหลัง กล่าวว่า การจัดให้ผู้ค้าได้ไปเรียนภาษาเพิ่มเป็นการเพิ่มโอกาสที่ดี ทำให้ผู้ค้ากล้าสื่อสารกับชาวต่างชาติมากขึ้น แม้บางครั้งจะพูดไม่ได้ทั้งประโยค แต่พอฟังเข้าใจว่านักท่องเที่ยวต้องการอะไร ช่วยให้สามารถโต้ตอบสื่อสารกันรู้เรื่องมากยิ่งขึ้น.


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%