อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 25 พฤษภาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 25 พฤษภาคม 2563

ผู้ว่าฯขอคนกรุงไม่ตุนของ หลังสั่งปิดห้าง-ตลาดกทม.

ผู้ว่าฯกทม. ไลฟ์สดเพิ่มความมั่นใจ ขอคนกรุงไม่ต้องรีบกักตุนสินค้า เพราะมีเพียงพอแน่นอน หลังมีคำสั่งปิดพื้นที่เสี่ยงเพิ่ม รวมทั้งห้าง-ตลาดสด เสาร์ที่ 21 มีนาคม 2563 เวลา 14.40 น.


จากกรณีข่าวแพร่สะพัด  กรุงเทพมหานคร (กทม.) มีมติสั่งปิดตลาดสดและห้างสรรพสินค้าในพื้นที่กรุงเทพฯ ส่งผลให้ประชาชนตื่นตระหนกรีบกักตุนสินค้ากันยกใหญ่ จนเกิดความโกลาหล

เมื่อวันที่ 21 มี.ค. พล ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ไลฟ์สดชี้แจงผ่านเพจเฟซบุ๊ก @ผู้ว่าฯอัศวิน ว่า กทม.ได้รับทราบข้อมูลแนวโน้มตัวเลขผู้ที่จะติดเชื้อและเสียชีวิตจากการวิเคราะห์ของคณะแพทย์ศาสตร์มหาวิทยาลัยชั้นนำ ของประเทศหลายแห่ง ซึ่งชี้ให้เห็นหากเรายังไม่มีมาตรการที่จริงจังมาป้องกันการแพร่ระบาดของโรค จะทำให้มีตัวเลขยอดผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจนไม่สามารถรับมือได้ ดังนั้นเพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่เชื้อโรค เมื่อวันที่ 17 มี.ค.ที่ผ่านมา กทม.ได้มีคำสั่งปิด 8 สถานที่เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อไวรัส

อย่างไรก็ตามในปัจจุบันยังมีอีกหลายสถานที่ที่เสี่ยง ต่อการแพร่กระจายเชื้อเป็นอย่างมาก ทั้งร้านอาหาร สถานที่ทำงาน มีจำนวนผู้คนอยู่รวมตัวกันเป็นจำนวนมาก ทาง กทม.จึงขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนและหน่วยงานทุกภาคส่วน เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสโควิด-19 และเพื่อให้สามารถควบคุมการแพร่กระจายของเชื้อโรคได้มีประสิทธิภาพ จึงขอให้ร้านอาหารต่างๆ เปิดจำหน่ายเฉพาะอาหารที่เป็นแบบซื้อกลับบ้าน ส่วนห้างสรรพสินค้าและตลาดให้เปิดเฉพาะแผนกจำหน่ายอาหารและสินค้าจำเป็นในการดำรงชีวิตประจำวันเท่านั้น 

ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวเน้นย้ำว่า ไม่ให้ประชาชนตื่นตระหนกในการกักตุนสินค้า ขอยืนยันว่ามีอาหารและสินค้าจำเป็นอย่างเพียงพอต่อความต้องการ นอกจากนี้ยังขอปิดสถานที่เสี่ยงอื่น ๆ ที่เป็นแหล่งชุมนุมของประชาชนจำนวนมาก โดยสถานที่เสี่ยงปิดเพิ่มเติม ได้แก่ สปา นวดเพื่อสุขภาพ , สถานบริการควบคุมน้ำหนัก, สปาอาบน้ำ ตัดขนสัตว์, ลานสเก็ตหรือโรลเลอร์เบรด, กิจการเสริมสวย และคลินิคเสริมความงาม, สวนสนุก โบว์ลิ่ง ตู้เกม, กิจการบริการคอมพิวเตอร์, สนามกอล์ฟ สนามฝึกซ้อมกอล์ฟ

สระว่ายน้ำ, กิจการสักผิว, กิจการบริการเลี้ยงและดูแลเด็กที่บ้าน, บริการดูแลผู้สูงอายุที่บ้าน, สนามพระ, สนามชนไก่ และสนามซ้อมชนไก่, สถานที่จัดประชุมและนิทรรศการ, ตลาดทุกประเภท ยกเว้นแผงของสด และแผงค้าที่จำหน่ายอาหารตามความจำเป็นต่อการดำรงชีวิตประจำวัน, ห้างสรรพสินค้า ยกเว้นส่วนซูเปอร์มาร์เก็ต, สถานพัฒนาเด็กปฐมวัย สถานศึกษารัฐ เอกชน โรงเรียนประจำ โรงเรียนนานาชาติ โรงเรียนสอนศาสนา โรงเรียนกวดวิชาทุกแห่ง, สถาบันการศึกษาระดับมหาวิทยาลัย บัณฑิตวิทยาลัย ทั้งของรัฐและเอกชน รวมทั้งสถาบันอบรมวิชาชีพทั่วกรุงเทพฯ

โดยมาตรการดังกล่าวนี้จะมีสำนักงานเขตผู้ดูแลพื้นที่ ควบคุมตรวจสอบและดำเนินตามมาตรการอย่างจริงจังว่าสถานที่ใดไม่ดำเนินการตามมาตรการทางตามที่ กทม.ได้ออกประกาศ จะต้องมีการรายงานตรงต่อผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อกรุงเทพฯ พิจารณาปิดสถานที่นั้น ตามมาตรา 35 แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558

นอกจากนี้ กรุงเทพมหานครยังขอความร่วมมือหน่วยงานเอกชนให้อนุญาตพนักงานทำงานที่บ้าน ส่วนหน่วยงานของรัฐให้ใช้วิธีเหลื่อมเวลาหรือสลับวันการทำงาน ตามความเหมาะสม ในส่วนรถไฟฟ้าและขนส่งสาธารณะอื่น ๆ จะมีการปรับลดการรับผู้โดยสารในแต่ละรอบผู้ใช้บริการ เพื่อเพิ่มระยะห่างระหว่างผู้ใช้บริการให้มากขึ้น จึงหวังให้ประชาชนและผู้ประกอบการให้ความร่วมมือ ตระหนักถึงการป้องกันการแพร่เชื้อ และดำเนินการในแนวทางเดียวกัน มาตารทั้งหมดมีผลใช้ตั้งแต่ 22 มี.ค.

ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวทิ้งท้ายว่า เข้าใจดีว่าการใช้อำนาจหน้าที่ในการปิดสถานที่จะทำให้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ แต่อยากให้ทุกท่านคำนึงถึงคุณค่าของการมีชีวิตเหนือสิ่งอื่นใด ดูแลตัวเองได้อยู่ในบริเวณบ้านจะช่วยทำให้ลดการแพร่กระจายเชื้อ เราจะผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกันทั้งในกรุงเทพฯและประเทศไทย

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    43%
  • ไม่เห็นด้วย
    57%

บอกต่อ : 45