อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 15 สิงหาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 15 สิงหาคม 2563

กำชับตรวจเข้มสถานประกอบการ หลังพบบางร้านการ์ดตก

ศบค.กทม. กำชับตรวจสถานประกอบการอย่างเข้มข้น พร้อมเร่งเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ศุกร์ที่ 10 กรกฎาคม 2563 เวลา 21.40 น.


เมื่อวันที่ 10 ก.ค. ที่ห้องรัตนโกสินทร์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) พล.ต.ท.โสภณ พิสุทธิวงษ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) กรุงเทพมหานคร (ศบค.กทม.) เป็นประธานการประชุม โดยมีนางศิลปสวย ระวีแสงสูรย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร ในฐานะรองผู้อำนวยการศูนย์ฯ พร้อมด้วย ส่วนราชการในสังกัดกรุงเทพมหานครที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม 

ในที่ประชุม ศบค.กทม. ได้รับรายงานจากคณะทำงานด้านการประสานงานการดูแลความสงบเรียบร้อยว่า ที่ผ่านมากรุงเทพมหานคร ร่วมกับกองบัญชาการตำรวจนครบาล ตรวจแนะนำสถานประกอบการ กิจการ กิจกรรม ที่ได้รับการผ่อนปรนมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 อย่างเข้มข้น โดยตั้งแต่วันที่ 3 พ.ค. – 9 ก.ค. 63 ตรวจแนะนำสถานประกอบการรวมทั้งสิ้น 101,243 แห่ง



ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ให้ความร่วมมือปฏิบัติตามข้อกำหนดของมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดด้วยดีไม่มีสถานประกอบการที่ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดของมาตรการป้องกันการแพร่ระบาด
อย่างไรก็ตามยังมีสถานประกอบการประมาณ 80 กว่าแห่งที่ปฏิบัติตามข้อกำหนดไม่ครบถ้วน คณะตรวจฯ จึงให้คำแนะนำให้ปฏิบัติตามข้อกำหนดโดยเคร่งครัด

ทั้งนี้ที่ประชุมได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิ่มความเข้มข้นในการตรวจ โดยเฉพาะสถานประกอบการที่ได้รับการผ่อนปรนในระยะที่ 5 ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีความเสี่ยงสูงต่อการแพร่ระบาด อาทิ สถานบริการ ผับ บาร์ คาราโอเกะ โดยให้เพิ่มจำนวนสถานที่และความถี่ในการตรวจแนะนำ หากพบสถานประกอบการใดไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดของมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาด ให้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเข้มข้นและจริงจัง



รวมทั้งขอให้รณรงค์กระตุ้นเตือนประชาชนระมัดระวังดูแลสุขอนามัยส่วนบุคคลอย่างต่อเนื่อง อาทิ สวมหน้ากากอนามัย รักษาระยะห่างระหว่างบุคคล หมั่นล้างมือบ่อยๆ หลีกเลี่ยงการใช้สิ่งของร่วมกับผู้อื่น และขอให้เช็คอิน-เช็คเอาท์บนแพลตฟอร์มหรือแอปพลิเคชั่นไทยชนะ อย่างเคร่งครัดด้วย 

สำหรับการให้ความช่วยเหลือเยียวยาและฟื้นฟูผู้ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 คณะทำงานด้านช่วยเหลือเยียวยาและฟื้นฟู รายงานว่า ได้จัดการฝึกอาชีพระยะสั้นสัญจร ณ ศูนย์ฝึกอาชีพสัญจร สำนักพัฒนาสังคม จำนวน 5 แห่ง ได้แก่ 1.ศูนย์ฝึกอาชีพอาคารโกลด์ มาร์เก็ต 2. ศูนย์ฝึกอาชีพศูนย์การค้า ไอที สแควร์ 3. ศูนย์ฝึกอาชีพพระราม 3 (วัดด่าน) 4. ศูนย์ฝึกอาชีพวัดรางบัว และ 5. ศูนย์ฝึกอาชีพตลาดนัดธนบุรี (สนามหลวง 2 ) รวมทั้งได้จัดการฝึกอาชีพระยะสั้น

ณ ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ศูนย์สร้างสุขทุกวัย) สำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว ทั้ง 35 แห่งด้วย โดยวิชาชีพที่ได้รับความนิยม ได้แก่ 1. นวดไทยเพื่อสุขภาพ 2. ตัดผมชาย 3. เบเกอรี่/อาหารไทย/ขนมไทย 4. ผลิตภัณฑ์จากเส้นพลาสติก และ 5. งานประดิษฐ์จากผ้า ซึ่งที่ผ่านมามีประชาชนผ่านการฝึกอบรมกว่า 30,000 คน

นอกจากนี้กรุงเทพมหานคร โดยสำนักพัฒนาสังคม ได้เปิดเฟซบุ๊คแฟนเพจฝึกอาชีพสำนักพัฒนาสังคม กรุงเทพมหานคร ให้ความรู้การฝึกอาชีพในรูปแบบวิดีโอคลิป โดยปัจจุบันมีผู้คนที่กดถูกใจเพจ ประมาณ 13,823 คน และมีผู้รับชมวิดีโอสอนการฝึกอาชีพประมาณ 236,811 คน (ข้อมูล ณ วันที่ 10 ก.ค. 63) 



นอกจากนี้ คณะทำงานด้านต่างประเทศ ได้รายงานที่ประชุม ศบค.กทม. ถึงการสนับสนุนด้านเวชภัณฑ์และครุภัณฑ์ทางการแพทย์จากเมืองและหน่วยงานที่ตั้งอยู่ในสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งได้มอบให้แก่กรุงเทพมหานคร มาเป็นระยะตั้งแต่เริ่มมีสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ในกรุงเทพฯ เพื่อใช้สำหรับควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดโรค โดยข้อมูลล่าสุด (8 ก.ค. 63) สรุปรายละเอียดได้ ดังนี้

เมืองที่ได้ส่งมอบสิ่งของให้แก่กรุงเทพมหานคร ประกอบด้วย มณฑลชานตง เมืองเซินเจิ้น นครกวางโจว มณฑลชานซี นครฉงชิ่ง กรุงปักกิ่ง นครเฉิงตู และนครเซี่ยงไฮ้  สำหรับหน่วยงานที่มอบสิ่งของให้แก่กรุงเทพมหานคร ได้แก่ สมาคมวิสาหกิจชาวจีนโพ้นทะเลเมืองซัวเถา มูลนิธิพุทธรังสี และสมาคมจีนเพื่อการติดต่อฉันมิตรระหว่างประเทศ ในส่วนรายการและจำนวนสิ่งของ ประกอบด้วย 1. หน้ากากอนามัย รวม 307,600 ชิ้น

เป็นหน้ากากอนามัยแบบ Surgical Mask จำนวน 299,600 ชิ้น  หน้ากากอนามัยแบบ N95 จำนวน 8,000 ชิ้น 2. เครื่องวัดอุณหภูมิร่างกาย รวมจำนวน 150 ชิ้น และ 3. ชุดป้องกันภัยส่วนบุคคล/ชุดคลุมป้องกันเชื้อ (PPE) จำนวน 3,150 ชิ้น โดยกรุงเทพมหานครได้ส่งต่อสิ่งของต่างๆ ให้แก่สำนักอนามัย และโรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานคร เพื่อใช้สำหรับการป้องกันการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 เรียบร้อยแล้ว.


 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 45