อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 29 ตุลาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 29 ตุลาคม 2563

กทม.หนุนใช้งาน'ปันปั่น' ลดจราจรเป็นมิตรสิ่งแวดล้อม

กรุงเทพมหานคร มีแนวนโยบายเชื่อมต่อระบบบขนส่งสาธารณะให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ รวมทั้งต้องการลดปริมาณรถยนต์เพื่อแก้ปัญหาจราจรและลดมลพิษ พุธที่ 23 กันยายน 2563 เวลา 10.15 น.


กรุงเทพมหานครจัดทำแผนพัฒนากรุงเทพมหานครระยะ 20 ปี (พ.ศ.2556-2575) และแผนปฏิบัติราชการกรุงเทพมหานครประจำปี พ.ศ.2563 โดย 1 ในภารกิจคือการแก้ไขปัญหาด้านการจราจร เพื่อให้ประชาชนเดินทางด้วยความสะดวกรวดเร็วประหยัดและปลอดภัย โดยเชื่อมต่อระบบขนส่งมวลชนให้มีประสิทธิภาพและครอบคลุมทุกพื้นที่  ที่ผ่านมากรุงเทพมหานคร จึงดำเนินนโยบาย ล้อ ราง เรือ มาโดยตลอด ด้วยการเชื่อมตัวระบบขนส่งสาธารณะ เพื่อให้ประชาชนเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะได้ง่ายขึ้น รวมถึงดำเนินโครงการอื่นๆที่สอดคล้องกับนโยบายเพื่อให้บรรลุวัตุประสงค์

นายสกลธี ภัททิยกุล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า เพราะกรุงเทพมหานคร มีนโยบายส่งเสริมการเดินทาง จึงได้จัดทําโครงการจักรยานสาธารณะกรุงเทพมหานคร (ปัน ปั่น) ขึ้นมาตั้งปี2555 ซึ่งเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการเดินทาง โครงการจักรยานสาธารณะเป็นโครงการที่อํานวยประโยชน์ ให้แก่ทุกภาคส่วนของประชาชน โดยให้บริการในพื้นที่ย่านธุรกิจ อาทิ ย่านสีลม สยามสแควร์ ราชดำริ สาทร พระราม4 หรือสถานที่อื่นๆ ที่มีความเหมาะสม ในพื้นที่เขตกรุงเทพฯ เพื่อใช้เดินทางไปทํางาน ทําธุระส่วนตัว หรือใช้ท่องเที่ยวไปตามสถานที่ต่างๆ รวมทั้งยังเป็นการรณรงค์ไห้ประชาชน หันมาใส่ใจสิ่งแวดล้อมลดการใช้รถยนต์



กรุงเทพมหานคร จึงมีเป้าหมายให้การใช้จักรยานเป็นอีกหนึ่งทางเลือก ในการเดินทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ให้กับประชาชนในพื้นที่กรุงเทพฯ เพราะใช้จักรยานสาธารณะ จะเป็นการเสริมการเดินทางระยะสั้นๆ ให้เชื่อมโยงกับระบบขนส่งมวลชนสาธารณะล้อ ราง  เรือ  ของประชาชน อย่างใช้จักรยานสาธารณะปั่นไปใช้บริการ รถไฟฟ้าบีทีเอส รถไฟฟ้าใต้ดิน หรือเรือโดยสาร เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหารถติด ไม่ต้องเสียเวลาไปกับการเดินทางบนถนน พร้อมทั้งยังได้มีโอกาสออกกําลังกายทําให้สุขภาพแข็งแรง และไม่สร้างมลพิษที่ก่อให้เกิดPM2.5 เพิ่มด้วย

สำหรับวัตถุประสงค์หลัก ที่จัดทําโครงการจักรยานสาธารณะกรุงเทพมหานคร คือเพื่อส่งเสริมการใช้จักรยาน จะได้ลดปริมาณการจราจรที่คับคั่งบนท้องถนน  เพื่อส่งเสริมการเดินทางด้วยระบบขนส่งมวลชนขนาดเล็กเพื่อเชื่อมโยงระบบขนส่งมวลชนสาธารณะขนาดใหญ่อื่นๆ และเพื่อสร้างจิตสํานึกในการใช้พลังงานอย่างประหยัดและคุ้มค่า ลดภาวะโลกร้อนโดยส่งเสริมการเดินทางที่ใช้พลังงาน สีเขียวไม่มีมลพิษและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม



ปัจจุบันโครงการจักรยานสาธารณะกรุงเทพมหานคร หรือ ปัน ปั่น ยังคงเปิดให้บริการอยู่ มีจักรยานอยู่ในระบบทั้งสิ้น 363 คัน พื้นที่ดำเนินการ ได้แก่ ถนนสาทร สีลม พระราม 4วิทยุ พระราม 1 พญาไท อังรีดูนังต์ ราชดำริ รวมทั้งสิ้น 50 สถานี เป็นการให้บริการฟรีทุกวันไม่มีวันหยุด ตั้งแต่เวลา 06.00-20.00น. โดยมีการตรวจความเรียบร้อยให้พร้อมใช้งานในทุกวัน รวมทั้งมีมาตรการทำความสะอาดป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด 

โดยมีการเก็บรวมรวมจำนวนครั้ง ของการมายืมใช้บริการจักรยานสาธารณะตั้งแต่เดือนกันยายน 2562-สิงหาคม 2563  มีการใช้บริการเฉลี่ยเดือนละ 3,000-4,000 ครั้ง แต่ในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 มีจำนวนผู้ใช้บริการลดลงเหลือเฉลี่ยเพียง 1,000 ครั้งต่อเดือนแต่ปัจจุบันเริ่มกับมาเพิ่ม โดยผู้ใช้บริการที่เป็นผู้ชายมากกว่าผู้หญิง ส่วนกลุ่มอายุที่ใช้บริการมากที่สุด คือกลุ่มผู้ใช้บริการที่มีอายุระหว่าง 26-40 ปีคิดเป็นร้อยละ65 ของผู้ใช้บริการ



ซึ่งผู้ที่ต้องการยืมใช้จักรยานสาธารณะ จะต้องสมัครเป็นสมาชิกก่อนที่ www.punpunbikeshare.com หรือ Facebook Punpunbikeshare กำหนดผู้สมัครสมาชิกจะต้องมีอายุไม่น้อยกว่า 16 ปีบริบูรณ์ จากนั้น บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด ผู้ดำเนินโครงการ จะจัดส่งบัตรปันปั่นมาให้ พอจะใช้งานยืมจักรยานสาธารณะ เราจะต้องนำบัตรปันปั่นไปใส่ที่ช่องเสียบบัตร จากนั้นแตะปุ่มเช่าจักรยาน กดรหัสประจำบัตรแล้วกดปุ่มยืนยัน เลือกหมายเลขจักรยาน แล้วนำบัตรไปแตะที่จุดอ่านบัตรบนแท่นล็อคตามหมายเลขที่เลือกไว้ ระบบก็จะทำการปลดล็อคจักรยาน

ส่วนตอนคืนจักรยานนั้น เมื่อเราใช้บริการเรียบร้อยให้นำจักรยานเข็นเข้าแท่นล็อคที่ว่างอยู่ ระบบจะทำการล็อคจักรยานเองโดยอัตโนมัติ และจะทำการบันทึกการคืนจักรยานเข้าระบบคอมพิวเตอร์ โดยผู้ใช้บริการสามารถคืนจักรยานที่สถานีไหนก็ได้ แต่ต้องภายในเวลาให้บริการไม่เกิน20.00น.  อย่างไรก็ตาม โครงการจักรยานสาธารณะกรุงเทพมหานคร ได้มีการจัดกิจกรรมปั่นจักรยานท่องเที่ยวไปสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆในกรุงเทพมหานครสำหรับสมาชิก อาทิ ปันปั่นพาเที่ยว ชุมชนคลองบางหลวง.


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 58