อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 1 ธันวาคม 2563

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 1 ธันวาคม 2563

เริ่มกางแผนรับ"วิกฤติPM 2.5" ชงรถบรรทุกงดวิ่งเวลาเร่งด่วน

กทม.ประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวแก้ปัญหาฝุ่นPM2.5 เตรียมออกกฎควบคุมจราจร ติดตั้งสถานีตรวจวัดค่าฝุ่นในสวนสาธารณะ พร้อมงดจัดกิจกรรมในที่โล่งแจ้งสำหรับสถานศึกษาหากมีค่าฝุ่นเกินมาตรฐาน จันทร์ที่ 26 ตุลาคม 2563 เวลา 16.50 น.


สถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็กหรือฝุ่น PM 2.5 ในกรุงเทพมหานครกำลังจะกลับมาอีกครั้ง เมื่อเข้าสู่ช่วงฤดูหนาว ลมสงบ ทำให้ฝุ่นที่สะสมไม่ลอยขึ้นสู่อากาศข้างบน ก่อให้เกิดปัญหาฝุ่นละอองตามมา ในช่วงต้นปี 63 กรุงเทพมหานครเผชิญกับภาวะฝุ่น PM 2.5 อย่างหนักหน่วง ในบางวันคุณภาพอากาศอยู่ในระดับมีผลกระทบต่อสุขภาพ บางเขตเผชิญกับค่าฝุ่นที่เกินมาตรฐาน จนทำให้ไม่สามารถทำกิจกรรมกลางแจ้งได้ตามปกติ ต้องปิดการเรียนการสอนเพราะไม่ต้องการให้นักเรียนต้องเผชิญกับฝุ่นพิษนี้

ที่ผ่านมาหลายฝ่าย หลายหน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน ต่างช่วยกันหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว แต่ก็ยังไม่สามารถแก้ไขได้ตรงจุด เพราะปัญหาแท้จริงที่ทำให้เกิดฝุ่น PM 2.5 ก็มาจากการใช้ชีวิตของเราในแต่ละวัน การเจริญเติบโตขึ้นของเมือง การก่อสร้างที่พักอาศัย การก่อสร้างเส้นทางคมนาคม รวมทั้งการแอบเผาหญ้าในที่โล่งแจ้ง ดังนั้น การแก้ไขปัญหาที่ผ่านมาจึงเป็นเพียงการบรรเทาให้ได้รับผลกระทบจากฝุ่นน้อยที่สุด และตั้งรับเมื่อเราต้องรู้จะกลับมาเผชิญกับฝุ่น PM 2.5 อีกครั้ง



กรุงเทพมหานคร (กทม.) เมืองหลวงที่ประสบปัญหาฝุ่นไม่แพ้เมืองหลวงอื่นในโลกใบนี้ได้เตรียมรับมือกับปัญหาฝุ่นที่กำลังจะกลับมาอีกครั้งหลังหมดฤดูฝน  พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร จัดประชุมคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งผู้แทนกรมควบคุมมลพิษ กรมควบคุมโรค กรมอนามัย กรมอุตุนิยมวิทยา กรมการขนส่งทางบก กรมธุรกิจพลังงาน กรมโรงงานอุตสาหกรรม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองบังคับการตำรวจจราจร มาร่วมกันหารือแนวโน้มสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร รวมทั้งการจัดทำร่างแผนการปฏิบัติการแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 ในกรุงเทพมหานคร ปี 64 ภายใต้แผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ “การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง” และแนวทางความร่วมมือจากหน่วยงานต่างๆ

พล.ต.อ.อัศวิน เปิดเผยว่า การประชุมในครั้งนี้เพื่อพูดคุยหาแนวทางป้องกันปัญหาฝุ่น ซึ่งมักเกิดขึ้นในช่วงฤดูหนาวตั้งแต่เดือนธ.ค.จนถึงเดือน ก.พ. เนื่องจากสภาพอากาศปิด โดยปัจจัยการเกิดมีหลายสาเหตุ อาทิ การใช้รถยนต์ การเผาไหม้ หรือการก่อสร้าง ทุกหน่วยงานจึงได้จัดเตรียมข้อตกลงในการดำเนินการร่วมกัน อาทิ กรุงเทพมหานครและกองบังคับการตำรวจจราจร จะออกคำสั่งห้ามรถยนต์ตั้งแต่ 6 ล้อขึ้นไป วิ่งเข้าพื้นที่กรุงเทพมหานครในช่วงกลางวัน 06.00 – 21.00 น. โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค.63- ก.พ.64 เพื่อลดมลพิษจากควันรถที่มีการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ ในช่วงเวลาจราจรคับคั่ง 

นอกจากนี้ กรุงเทพมหานครได้จัดตั้งสถานีตรวจวัดค่าฝุ่นละอองครบทั้ง 50 เขต และอยู่ระหว่างการติดตั้งบริเวณสวนสาธารณะขนาดใหญ่เพิ่มเติมอีก 20 แห่ง เพื่อให้ประชาชนที่ประสงค์ไปใช้พื้นที่ออกกำลังกาย ได้รับทราบข้อมูลว่าค่าฝุ่นละอองมีมากน้อยเพียงใด เหมาะกับการออกกำลังกายกลางแจ้งหรือไม่ ผู้ที่จะมาใช้บริการจะได้เตรียมพร้อมในการดูแลตนเอง ส่วนมาตรการใดที่กรุงเทพมหานครได้ดำเนินการในปีที่ผ่านมา และมีประโยชน์กับประชาชนจะให้ดำเนินการต่อไป

ด้าน ร.ต.อ.พงศกร ขวัญเมือง โฆษกกรุงเทพมหานคร ระบุ ทุกหน่วยงานได้ร่วมกันกำหนดแผนเพื่อแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 ทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว โดยเฉพาะเรื่องของสถานศึกษาเป็นประเด็นสำคัญที่ทุกหน่วยงานเห็นตรงกันว่าเป็นกลุ่มที่มีความอ่อนไหว ควรให้งดจัดกิจกรรมในที่โล่งแจ้งช่วงเดือน ธ.ค.63 - ก.พ.64 แต่หากมีสถานการณ์วิกฤติโดยมีปริมาณฝุ่น PM 2.5 สูงเกิน 3 วัน จะพิจารณาให้ปิดโรงเรียนในสังกัด โดยดำเนินการตามขั้นตอนของกรุงเทพมหานคร



ในส่วนของการก่อสร้างอาคาร ตึกสูง หรือรถไฟฟ้า จะประสานไปยังหน่วยงานที่ดูแล ควบคุมไม่ให้มีฝุ่นฟุ้งกระจาย และในช่วงวิกฤติที่มีปริมาณฝุ่น PM 2.5 สูง จะห้ามไม่ให้มีการก่อสร้างนอกอาคาร แต่การก่อสร้างในอาคารยังคงสามารถทำได้ นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้หารือเกี่ยวกับการควบคุมโรงงานที่อาจทำให้เกิดฝุ่น อาทิ โรงงานที่มีหม้อไอน้ำ หรือ Boiler ซึ่งมักเป็นสถานที่ที่ก่อให้เกิดฝุ่น รวมถึงโรงพยาบาลและโรงแรมที่มี Boiler ด้วย ซึ่งรายละเอียดของแผนการดำเนินการทั้งหมดนั้น แต่ละหน่วยงานจะกำหนดรายละเอียดในการดำเนินการเพื่อป้องกันปัญหา PM 2.5 อีกครั้ง.

 
 

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    40%
  • ไม่เห็นด้วย
    60%

บอกต่อ : 32