อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 30 พฤศจิกายน 2563

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 30 พฤศจิกายน 2563

ตัวแทนชุมชนหลังหมอชิตเก่าทวงถามคำตอบ ค้านเวนคืนที่ดิน

ตัวแทนชุมชนหมอชิตยื่นฟ้องต่อศาลปกครองเพื่อให้เพิกถอนพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดิน ซึ่งประกาศไว้ ณ วันที่ 21 ส.ค.2563 พร้อมเตรียมทวงถามคำตอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับโครงการนี้ ในสัปดาห์หน้า พฤหัสบดีที่ 19 พฤศจิกายน 2563 เวลา 12.05 น.

จากกรณีตัวแทนประชาชนชุมชนหลังหมอชิตเก่า ที่ได้รับผลกระทบจากพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินที่จะเวนคืน ในท้องที่แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร พ.ศ.2563 เพื่อสร้างและขยายทางหลวงท้องถิ่น สายทางยกระดับเชื่อมระหว่างอาคารอู่จอดรถและซ่อมบำรุงรถไฟฟ้ากับถนนวิภาวดีรังสิต  ซึ่งประกาศไว้ ณ วันที่ 21 ส.ค.2563 ได้ยื่นฟ้องนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี รมว.มหาดไทย และกรุงเทพมหานคร (กทม.) ต่อศาลปกครองสูงสุด ขอให้ศาลเพิกถอนพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินที่จะเวนคืนฯ

และขอทุเลาการบังคับใช้ตามพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวไว้จนกว่าคดีจะถึงที่สุด เนื่องจากสะพานยกระดับดังกล่าวไม่ได้จำเป็นต่อการแก้ไขปัญหาการจราจร หากแต่เป็นไปเพื่อสร้างทางเชื่อมต่อให้แก่โครงการพัฒนาที่ราชพัสดุหมอชิต กับถนนวิภาวดีรังสิตและทางยกระดับดอนเมืองโทลเวย์ โดยที่ดินที่ถูกเวนคืนเพื่อโครงการนี้ มีเนื้อที่รวมกันประมาณ 16,205.265 ตร.ว. มูลค่าตลาดปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 3,241.05 ล้านบาท

น.ส.วินินท์อร ปรีชาพินิจกุล ตัวแทนชุมชนหลังหมอชิตเก่า เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 16 พ.ย.ที่ผ่านมา เรายื่นฟ้องต่อศาลปกครองเพื่อให้เพิกถอนพระราชกฤษฎีกาฯ ฉบับนี้แล้ว หลังจากนี้คงจะต้องรอกระบวนการของทางศาลปกครองสูงสุดก่อนว่าจะมีเป็นอย่างไรหรือมีคำตัดสินอย่างไร รวมถึงอีก 1 สัปดาห์จากนี้ จะติดตามทวงถามไปยังหน่วยงานราชการ ที่ตัวแทนได้ไปยื่นหนังสือคัดค้านไว้ทั้ง กระทรวงคมนาคม กรมธนารักษ์ สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) กรุงเทพมหานคร ถึงคำตอบเพราะแต่ละหน่วยงานที่ทางเราไปยื่นหนังสือได้แจ้งเบื้องต้นว่า ขอประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาประชุมหารือกันก่อน



ส่วนแนวเขตที่จะทำการเวนคืนที่ดิน ตามพ.ร.ฎ.กำหนดเขตที่ดินที่จะเวนคืนที่จะเวนคืน ในท้องที่ แขวงจอมพล เขตจตุจักร ประกาศไว้ ณ วันที่ 20 ส.ค. 2563 จำนวน 35 แปลง รวมระยะทางกว่า 530 เมตร นั้นเป็นข้อมูลเดิมของพระราชกฤษฎีกาครั้งที่1และครั้งที่2 นานเกินกว่า 10 ปี แล้วจึงถือว่าเป็นข้อมูลที่ไม่มีความชัดเจน รวมถึงก่อนออกพระราชกฤษฎีกาครั้งล่าสุด ก็ไม่มีหน่วยงานราชการมาจัดประชาพิจารณ์หรือสำรวจใหม่ จึงทำให้เกิดความไม่ถูกต้องและไม่เป็นธรรม หากจะเวนคืนที่ดินในจุดดังกล่าว



ด้านนายไทวุฒิ ขันแก้ว ผอ.สำนักการโยธา กทม. เปิดเผยว่า เนื่องจาก กทม.ไม่ใช่หน่วยงานเจ้าของโครงการ แต่กทม.เป็นหน่วยงานที่ได้รับมอบหมายจากคณะรัฐมนตรี(ครม.)ในการออก พ.ร.ฎ.กำหนดเขตที่ดินเวนคืน ก็ได้เชิญหน่วยงานที่เป็นเจ้าของโครงการครั้งนี้ มาประชุมเพื่อหาแนวทางออกให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบ และให้หน่วยงานที่เป็นเจ้าของโครงการเป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมด ทั้งรูปแบบต่างๆและสรุปข้อมูลให้ชัดเจน รวมถึงการทำความเข้าใจกับชาวบ้านในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ หากหน่วยงานเจ้าของโครงการยังมีข้อสรุปไม่ชัดเจน กทม.ก็จะยังไม่ดำเนินการใดๆทั้งสิ้น จนกว่าหน่วยงานเจ้าของโครงการจะดำเนินการแล้วเสร็จ.

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    8%
  • ไม่เห็นด้วย
    92%

บอกต่อ : 24