อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 30 พฤศจิกายน 2563

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 30 พฤศจิกายน 2563

สั่ง 50 เขตเช็กจุดเสี่ยงเจ็บ-ตาย ชูฝันถนนกรุง"เมืองไร้อุบัติเหตุ"

กรุงเทพมหานคร สั่ง50เขตสำรวจจุดเสี่ยงจุดอันตราย เพื่อปรับปรุงแก้ไข ลดการเกิดอุบัติเหตุ มุ่งสู่วิสัยทัศน์ สร้างกรุงเทพฯ เมืองไร้อุบัติเหตุ พฤหัสบดีที่ 19 พฤศจิกายน 2563 เวลา 15.45 น.


ภายหลังกรุงเทพมหานคร (กทม.) จัดตั้งศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน กรุงเทพมหานคร (ศปถ.กทม.) เพื่อให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประสานความร่วมมือกันลดอุบัติเหตุ  ตามวิสัยทัศน์ สร้างกรุงเทพฯ เมืองไร้อุบัติเหตุ โดยก่อนหน้านี้ กทม.ร่วมมือกับมูลนิธิบลูมเบิร์ก (Bloomberg Philanthropies) โดย The Union North America ในการเป็น 1 ใน 10 เมืองทั่วโลกที่มีการร่วมมือเพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยทางถนน และหยุดยั้งการเพิ่มขึ้นของอัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน ซึ่งโครงการดังกล่าวดำเนินการตั้งแต่ปี พ.ศ.2558-2562 
 
ขณะนั้นมีการสำรวจและศึกษาพบข้อมูลว่า กทม.มี 12 เขตเสี่ยงอุบัติเหตุทางถนนที่มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บสูง ได้แก่ เขตลาดกระบัง, บางขุนเทียน, หนองจอก, ประเวศ, มีนบุรี, ตลิ่งชัน, สายไหม, บางเขน, ลาดพร้าว, ดอนเมือง, บางบอน และเขตจอมทอง  กทม.โดยสำนักงานจราจรและขนส่ง จึงได้ร่วมกับภาคีเครือข่ายประสานความร่วมมือในการป้องกัน แก้ไข และลดอุบัติเหตุ รวมถึงกลไก กทม.ระดับเขตโดยจัดตั้ง “ศปถ.เขต” ทั้ง 50 เขต เพื่อทำงานเชิงรุก โดยมี “ลาดกระบังโมเดล” เป็นต้นแบบขับเคลื่อนงานความปลอดภัยทางถนนระดับเขต



นายสกลธี ภัททิยกุล รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า  ใน 12 จุดเสี่ยงที่มีการสำรวจข้อมูลไปก่อนหน้านี้ กทม.ได้เริ่มนำร่องการแก้ไขในโครงการลาดกระบังโมเดล นำเอาจุดที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งตามข้อมูลมูลนิธิบลูมเบิร์กมาปรับปรุงแก้ไขรวม 3 จุด ได้แก่ จุดที่ 1 โค้งอุทยาน ร.4 ถนนฉลองกรุง หน้าคณะวิทยาศาสตร์ (โค้งยายจ้อย) แก้ไขด้วยการติดตั้งรั้วเหล็กกันคนข้ามถนนบริเวณเกาะกลาง ติดตั้งอุปกรณ์ราวป้องกันอันตรายบริเวณตอม่อ สะพานเพื่อลดความรุนแรงของอุบัติเหตุ ตีเส้นเครื่องหมายจราจรบนพื้นทาง และเส้นชะลอความเร็วให้ชัดเจน ปรับปรุงพื้นผิวจราจรบริเวณโค้งด้วยการเปลี่ยนเป็นใช้วัสดุที่เพิ่มแรงเสียดทาน (AntiSkid) ขณะที่ สำนักงานเขตตัดแต่งกิ่งไม้ที่บดบังป้ายจราจร และ สน. และ บช.น. พิจารณาออกข้อบังคับควบคุมความเร็วในพื้นที่ 



จุดที่ 2 ซอยฉลองกรุง 1 มีการตีเส้นเครื่องหมายจราจรบนพื้นทางให้ชัดเจน ตีเส้นชะลอความเร็วพร้อมเส้นซิกแซ็กบริเวณทางข้าม (ทางม้าลาย) 3 จุด  และติดตั้ง Lane Block บริเวณทางข้าม (ทางม้าลาย) 3 จุด และจุดที่ 3 ทางแยกซอยลาดกระบัง 54 ซ่อมรั้วเหล็กกันคนข้ามที่ชำรุดบริเวณเกาะกลางถนน ย้ายตำแหน่งทางข้ามมาอยู่บริเวณสัญญาณไฟจราจร และทาง สน. จะพิจารณาออกข้อบังคับการให้รถบรรทุกขนาดใหญ่สัญจร โดยเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างสำนักการจราจรและขนส่ง สำนักการโยธา สำนักงานเขตลาดกระบังและตำรวจนครบาล ซึ่งจุดดังกล่าวเป็นจุดที่ กทม.ได้เริ่มปรับปรุง  โดยในปีนี้ยังมีจุดเพิ่มเติมที่ได้สั่งการให้แต่ละเขตทำจุดที่เกิดอันตราย หรือจุดที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยที่สุดของแต่ละเขตมานำเสนอเพื่อจะได้วางแผนแก้ไขปรับปรุงเพิ่มเติม

ปัจจุบันมีสำนักงานเขตส่งข้อมูลมาแล้ว 41 เขต จำนวน 154 จุดเสี่ยง แบ่งเป็นโซนกรุงเทพเหนือ 41 จุด, โซนกรุงเทพกลาง 23 จุด,โซนกรุงธนเหนือ 28 จุด,โซนกรุงธนใต้ 13 จุด, โซนกรุงเทพใต้ 45 จุด และโซนกรุงเทพตะวันออก 4 จุด ในจำนวนนี้ดำเนินการไปแล้ว 37 จุดคิดเป็น 24% อยู่ระหว่างดำเนินการ 110 จุด คิดเป็น71% และอยู่ระหว่างของบประมาณปี 64ในการดำเนินการ 7 จุด คิดเป็น 5%  ในเขตที่มีตัวเลขการเกิดอุบัติเหตุสูงจะเร่งทำให้เป็นตัวอย่าง เช่น บริเวณโค้งศาลอาญา (โค้ง 100 ศพ) ถนนรัชดาภิเษก เป็นหนึ่งในจุดที่สั่งการให้สำนักการจราจรและขนส่ง สำนักการโยธา แก้ไขให้เสร็จโดยเร็ว ส่วนจุดอื่นๆ จะทยอยดำเนินการต่อไป  แต่จะเน้นในจุดที่มีปัญหาอุบัติเหตุถี่ก่อน 



รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวอีกว่า นอกจากจุดโค้งอาญา  อีกจุดที่ กทม.และภาคีเครือข่ายได้แก้ไขปรับปรุงไปแล้ว คือ จุดเสี่ยงบนสะพานข้ามแยกคลองตัน ระยะทางประมาณ 1.25 กม. ผลการดำเนินงานมีการเพิ่มความถี่เส้นแถบชะลอความเร็วแบบ Transverse Ruble Strips และตีเส้น Optical Speed Bar ช่วยควบคุมผู้ขับขี่ให้ขับขี่ในช่องจราจรนั้นๆ  รวมทั้งเพิ่มข้อความเตือนบนพื้นถนน (Warnning Making) เพื่อแจ้งเตือนผู้ขับขี่ให้ระมัดระวัง  โดยให้เริ่มปรับปรุงตั้งแต่ทางขึ้นสะพาน หลังปรับปรุงแล้วเสร็จยังไม่พบว่ามีการเกิดอุบัติเหตุรุนแรงจนถึงเสียชีวิต  โดยนอกเหนือจากการปรับปรุงทางกายภาพ กทม.ยังพยายามปรับปรุงจุดในการเข้าถึงระบบขนส่งสาธารณะบริเวณสถานีวัดมังกร และถนนจุดอื่นตามโครงการต้นแบบถนนเพื่อมหานครปลอดภัย “ทุกวัย ไม่ตายกลางถนน” ด้วย
 
สำหรับถนนที่ต้องแก้ไขเรื่องอุบัติเหตุ กทม.จะดำเนินการเฉพาะถนนที่เป็นถนนสายหลัก เป็นถนนสาธารณะและอยู่ในความดูแลของ กทม.  ส่วนเส้นอื่นที่ไม่อยู่ในความรับผิดชอบ กทม.จะแจ้งข้อมูลส่งต่อ เช่น ถนนของทางหลวงชนบท ถนนที่อยู่ในความดูแลของแขวงการทาง เพื่อให้การปรับปรุงแก้ไขมีความปลอดภัยมากขึ้น  ทั้งนี้ จากการรวบรวมข้อมูลพบว่าสาเหตุส่วนใหญ่ของอุบัติเหตุทางถนนเกิดจากการขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนดทั้งในส่วนรถยนต์และรถจักรยานยนต์, การดื่มแล้วขับ และการไม่สวมหมวกนิรภัย ซึ่งที่ผ่านมาสำนักงานเขตพยายามสร้างการตระหนักกับประชาชนเพื่อให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมควบคู่ไปด้วย.

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    75%
  • ไม่เห็นด้วย
    25%

บอกต่อ : 26