อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 13 เมษายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 13 เมษายน 2564

"ฮาวทูทิ้ง-กำจัด" ขยะติดเชื้อยุคโควิด-19

ในช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ทุกคนต้องสวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา กทม.ขอความร่วมมือประชาชนอย่าทิ้งหน้ากากอนามัยปะปนกับมูลฝอยในครัวเรือน รวมทั้งไม่เก็บหน้ากากอนามัยที่ใช้แล้วไว้ในที่พักอาศัย พร้อมแนะวิธีทิ้งหน้ากากอนามัยที่ถูกต้องตามขั้นตอนง่ายๆ จันทร์ที่ 18 มกราคม 2564 เวลา 11.50 น.


สถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 ที่ยังทำให้ทุกคนต้องยกการ์ดสูง ระมัดระวังตัวเองให้ปลอดโรค โดยเฉพาะการสวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลาที่ออกนอกบ้าน สถานพยาบาลต่างๆที่ต้องรองรับผู้เจ็บป่วยและผู้ที่การตรวจมากขึ้น ทำให้เริ่มมีข้อกังวลเกี่ยวกับภาระการกำจัดขยะที่เพิ่มมากขึ้น เนื่องจากการกำจัดที่ถูกต้องเป็นอีกมาตรการที่ช่วยสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยที่ต้องถือเป็นเรื่องสำคัญลำดับแรกในการยับยั้ง สกัดกั้นการแพร่ระบาดของโรค

นางศิลปสวย ระวีแสงสูรย์ ปลัด กทม. เผยว่า สำนักสิ่งแวดล้อม กทม.ให้คำจัดความของ “ขยะติดเชื้อสำหรับสถานพยาบาล” หมายถึง ขยะที่เกิดขึ้นหรือใช้ในกระบวนการตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์และการรักษาพยาบาล การใช้ภูมิคุ้มกันโรค และการทดลองเกี่ยวกับโรค และการตรวจชันสูตรศพหรือซากสัตว์ ซึ่งสัมผัสหรือสงสัยว่าจะสัมผัสกับเลือดและสารคัดหลั่งจากร่างกายของมนุษย์หรือสัตว์ที่สงสัยว่าจะเกิดโรค และสามารถแพร่กระจายของเชื้อโรคได้ ทั้งนี้ รวมถึงผ้าก็อซ สำลี อุปกรณ์หัตถการ อย่าง เข็มฉีดยา สายยาง ที่สัมผัสสารคัดหลั่งของผู้ป่วย และขยะที่เกิดจากห้องปฏิบัติการเชื้ออันตราย (ตามนิยามมูลฝอยติดเชื้อในกฎกระทรวงว่าด้วยการกำจัดมูลฝอยติดเชื้อ พ.ศ. 2545) ส่วน“ขยะติดเชื้อสำหรับประชาชน” ในช่วงนี้ได้แก่ หน้ากากอนามัย กระดาษชำระที่สัมผัสสารคัดหลั่งจากร่างกาย เช่น น้ำมูก น้ำลาย ในกลุ่มผู้ต้องสงสัยว่ามีความเสี่ยง ซึ่งเป็นขยะที่ควรคัดแยกทิ้งออกจากมูลฝอยทั่วไป



สำหรับการจัดเก็บขยะติดเชื้อในสถานพยาบาล ตามกฎกระทรวงว่าด้วยการกำจัดมูลฝอยติดเชื้อ พ.ศ. 2545 กำหนดแนวทางจัดการขยะติดเชื้อตั้งแต่เริ่มเก็บรวบรวมขยะติดเชื้อ ณ จุดกำเนิดขยะติดเชื้อ โดยต้องแยกออกจากขยะทั่วไปอย่างชัดเจน ก่อนเคลื่อนย้ายมายังที่พักขยะติดเชื้อซึ่งกำหนดไว้เป็นการเฉพาะ ซึ่งกทม.ว่าจ้างให้บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด เป็นผู้ดำเนินการเก็บรวบรวมเก็บขยะติดเชื้อจากสถานพยาบาล สถานที่กักตัวของรัฐ และโรงแรมทางเลือกสำหรับผู้กักตัว โดยจะนำไปกำจัดด้วยวิธีการเผาในเตาเผามูลฝอยติดเชื้อที่ศูนย์กำจัดมูลฝอยอ่อนนุชและหนองแขม ระหว่างขั้นตอนรวบรวมหากเกิดการตกหล่นของขยะติดเชื้อจะมีการทำความสะอาดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อให้เรียบร้อยป้องกันการสัมผัสและการแพร่กระจายสู่สาธารณะ อย่างไรก็ตาม กทม.กำจัดขยะติดเชื้อที่จัดเก็บได้จากสถานพยาบาล โดยวิธีการเผาในเตาเผามูลฝอยติดเชื้อที่มีอุณหภูมิในห้องเผาที่ 1 สูงถึง 800 องศาเซลเซียส และห้องเผาที่ 2 ซึ่งเผาทำลายมลพิษทางอากาศสูงถึง 1,000 องศาเซลเซียส ดังนั้น มั่นใจได้ว่าเชื้อโรคในขยะติดเชื้อทั้งหมดจะถูกทำลายด้วยความร้อนอย่างแน่นอน

ส่วนหน้ากากอนามัยใช้แล้ว ที่ผ่านมาสำนักสิ่งแวดล้อมจัดหาถังรองรับหน้ากากอนามัย (สีส้ม) พร้อมถุงขยะสีแดงสำหรับใส่หน้ากากอนามัย โดยกระจายจุดทิ้งไว้ที่สำนักงานเขต ศูนย์บริการสาธารณสุข 69 แห่ง โรงพยาบาลในสังกัด กทม. ศาลาว่าการ กทม. ทั้งที่เสาชิงช้า และดินแดง โรงเรียนสังกัด กทม. ศูนย์กีฬา กทม. ศูนย์เยาวชน กทม. สถานีดับเพลิง สวนสาธารณะ แหล่งชุมชนและสถานที่สาธารณะที่เหมาะสม โดยรวมจะมีจุดให้บริการกว่า 1,000 จุด พร้อมควบคุมไม่ให้มีการทิ้งมูลฝอยอื่นปะปน รวมทั้งกำชับให้ผู้ปฏิบัติหน้าที่เก็บขนมูลฝอยให้สวมใส่อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลทุกครั้งที่ปฏิบัติงานอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดเก็บหน้ากากอนามัย ให้ใช้คีมคีบขยะแทนการใช้มือหยิบจับ เพื่อป้องกันอันตรายจากการสัมผัสเชื้อโรคและการแพร่ระบาดต่อ



ขั้นตอนการจัดเก็บหน้ากากอนามัยที่ประชาชนแยกทิ้งให้กับรถเก็บขนมูลฝอยและถังรองรับหน้ากากอนามัยเฉพาะ (สีส้ม) สำนักงานเขตจะรวบรวมและขนส่งไปกำจัดให้ถูกสุขลักษณะ ด้วยวิธีการเผาในเตาเผามูลฝอยติดเชื้อที่ศูนย์กำจัดมูลฝอยอ่อนนุชและหนองแขมเช่นกัน อย่างไรก็ตาม เพื่อให้การกำจัดขยะติดเชื้อมีมาตรฐาน กทม.ขอความร่วมมือประชาชนอย่าทิ้งหน้ากากอนามัยปะปนกับมูลฝอยในครัวเรือน รวมทั้งไม่เก็บหน้ากากอนามัยที่ใช้แล้วไว้ในที่พักอาศัย พร้อมแนะวิธีทิ้งหน้ากากอนามัยที่ถูกต้องตามขั้นตอนง่ายๆ ดังนี้

1.ถอดหน้ากากโดยไม่สัมผัสด้านในของหน้ากาก 2.พับหน้ากากเก็บให้ส่วนที่สัมผัสร่างกายอยู่ด้านใน 3.ม้วนสายรัดแล้วพันโดยรอบหน้ากาก 4.ใส่ถุงที่ปิดสนิท มัดปากถุงให้แน่น เขียนหรือติดหน้าถุงว่า “หน้ากากอนามัย” 5.ทิ้งให้รถเก็บขนมูลฝอยของสำนักงานเขต หรือทิ้งในถังรองรับหน้ากากอนามัยเฉพาะ (สีส้ม) ซึ่งตั้งวางตามจุดต่างๆ 6.ล้างมือให้สะอาด ข้อปฏิบัติดังกล่าวไม่เพียงช่วยป้องกันโรคในส่วนประชาชนแต่ยังช่วยให้ปกป้องเจ้าหน้าที่ที่เก็บขยะจากความเสี่ยงสัมผัสโรคด้วย



จากข้อมูลสถานการณ์ขยะติดเชื้อของกทม. พบว่าในปีงบประมาณ 62 ระหว่างเดือน ต.ค. 61 – ก.ย.62 ซึ่งเป็นช่วงที่ยังไม่มีการแพร่ระบาดโควิด-19 มีขยะติดเชื้อเฉลี่ย 42.53 ตัน/วัน แต่ช่วงเริ่มพบการแพร่ระบาดพบว่าเฉพาะเดือนก.พ.63 –พ.ค.63 ขยะติดเชื้อมีค่าเฉลี่ยลดลงอยู่ที่ 38.82 ตัน/วัน ส่วนหนึ่งมาจากการรักษาพยาบาลในภาวะปกติลดลง ขณะที่ภาพรวมค่าเฉลี่ยขยะติดเชื้อประจำปีงบประมาณ 63 เพิ่มมาเล็กน้อยอยู่ที่ 43.24ตัน/วัน ถือว่าสูงขึ้นร้อยละ 1.67 ในขณะที่เดือนธ.ค.63 ซึ่งเกิดการระบาดโควิด-19 ระลอกใหม่ พบค่าเฉลี่ยมูลฝอยติดเชื้อที่จัดเก็บได้สูงถึง 56.69 ตัน/วัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 31.11 จากค่าเฉลี่ยปีงบประมาณ 63.
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น