อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2564

'เลิกทิ้งไว้ทำซาก'เดินหน้าเก็บรถเก่า แห่แจ้งเบาะแส6เดือนพุ่ง 800 คัน 

กทม.เดินหน้าโครงการจัดระเบียบการจอดทิ้งซากรถยนต์ไว้บนถนนหรือสถานที่สาธารณะ เพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัด 6 เดือนพบข้อมูลแจ้งเบาะแสกว่า 800 คัน พฤหัสบดีที่ 28 มกราคม 2564 เวลา 17.50 น.


นับเป็นระยะเวลา 6 เดือน นับตั้งแต่ช่วงเดือน ก.ค. 63 ที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) โดยสำนักเทศกิจเร่งเครื่องโครงการจัดระเบียบการจอดทิ้งซากรถยนต์ไว้บนถนนหรือสถานที่สาธารณะ เพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัด เพิ่มความปลอดภัย ป้องกันปัญหาอาชญากรรม และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม หลัง พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. สั่งการให้หน่วยงานที่รับผิดชอบดูแลความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง เข้มงวดปัญหาการจอดทิ้งซากรถยนต์ไว้บนถนนหรือสถานที่สาธารณะ ซึ่งเป็นปัญหาที่ได้รับการร้องเรียนเข้ามาจำนวนมาก มีความเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน อาทิ  กทม. ตำรวจนครบาล เพราะต้องอาศัยอำนาจหน้าที่ตาม พ.ร.บ.รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. 2535 ในการเข้ามาบริหารจัดการ
 
นายสกลธี ภัททิยกุล รองผู้ว่าฯ กทม. ระบุ ตั้งแต่เริ่มดำเนินโครงการ จากการสำรวจโดยเทศกิจทั้ง 50 เขต ตลอดจนการร้องเรียนผ่านช่องทางต่าง ๆ พบซากรถยนต์เป้าหมายที่ต้องเคลื่อนย้ายรวม 860 คัน ในจำนวนนี้ทำการเคลื่อนย้ายโดยราชการและเจ้าของรถแล้วรวม 802 คัน คงเหลืออีก 58 คัน ที่ต้องดำเนินการให้เสร็จสิ้น อย่างไรก็ตาม ได้สั่งการให้สำรวจซากยนต์ที่ต้องดำเนินการเคลื่อนย้ายเพิ่มเติมต่อเนื่องอีก ทั้งนี้ จากข้อมูล ณ วันที่ 21 ม.ค. 64 พบเขตที่มีการสำรวจพบซากรถยนต์มากที่สุด ได้แก่ เขตห้วยขวาง 66 คัน รองมาคือเขตสวนหลวง 60 คัน เขตพระโขนง 59 คัน เหลือซากรถยนต์ยังไม่ได้เคลื่อนย้ายมากที่สุด คือ เขตวังทองหลาง 14 คัน  สำหรับอุปสรรคติดขัดการเคลื่อนย้ายในเขตชั้นในส่วนใหญ่มาจากการไม่มีพื้นที่จัดเก็บ ต่างจากเขตรอบนอกที่หาพื้นที่จัดเก็บได้ง่ายกว่า 



รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวเพิ่มเติมถึงอุปสรรคที่ผ่านมาว่ามีหลายปัจจัย เช่น 1. รถยกที่มีไม่เพียงพอ ปัจจุบันสำนักเทศกิจจะประสานขอใช้รถยกจากกองโรงงานช่างกล และสำนักสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีเพียง 2 คัน สับเปลี่ยนหมุนเวียนกัน จึงทำให้เกิดความล่าช้า โดยล่าสุดพยายามแก้ไขด้วยการให้สำนักเทศกิจขอจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติม เพื่อจัดซื้อรถยก รถลาก พร้อมอุปกรณ์ไว้ประจำแต่ละกลุ่มเขตให้ครบทั้ง 6 กลุ่ม ให้เพียงพอต่อภารกิจในอนาคต ซึ่ง กทม.จะดูแลเรื่องการจอดรถในที่ห้ามจอดด้วย 2. ที่จัดเก็บซากรถยนต์กลาง ขณะนี้มีการอนุมัติที่ดินแล้ว 2 แปลง แปลงแรกตั้งอยู่เขตประเวศ จำนวน 2 ไร่ อยู่ระหว่างของบประมาณปรับหน้าดิน ล้อมรั้วและติดตั้งกล้องวงจรปิด คาดว่าจะแล้วเสร็จได้ภายใน 3-4 เดือน อีกแปลงตั้งอยู่เขตหนองแขม จำนวน 3 ไร่ ซึ่งอยู่ระหว่างการเร่งปรับหน้าดิน ล้อมรั้วชั่วคราวไปก่อน

3. การหาตัวเจ้าของรถ เนื่องจากบางคันนั้นจอดทิ้งไว้นานทำให้ทะเบียนขาด จำเป็นต้องใช้เวลาหาข้อมูลเจ้าของ ซึ่งบางครั้งตามตัวไม่ได้ หรือทราบตัวเจ้าของรถแต่เจ้าของรถไม่สนใจ จนสุดท้ายเขตต้องเป็นผู้ยกออก เพราะตามกฎหมายระบุให้มีการสืบหาเจ้าของซากยานยนต์ก่อน โดยจะทำการติดประกาศ 15 วัน หากไม่พบเจ้าของ กทม.จึงสามารถเคลื่อนย้ายไปจัดเก็บรักษาไว้ในสถานที่ที่สำนักงานเขตจัดไว้ หากมีเจ้าของมาติดต่อจึงดำเนินการเปรียบเทียบปรับ หากไม่มีเจ้าของมาติดต่อจะจัดเก็บซากรถยนต์ไว้ประมาณ 6 เดือน จากนั้นเป็นอำนาจหน้าที่ของผู้อำนวยการเขตในการขายทอดตลาดซากรถยนต์  4. สถานที่ที่มีรถจอดทิ้งไว้ บางจุดเป็นพื้นที่เอกชนหรือพื้นที่ส่วนบุคคล หรือที่ของส่วนราชการอื่น ทำให้ไม่สามารถเข้าไปดำเนินการได้ เพราะอำนาจตามกฎหมายที่ใช้นั้นบังคับให้ใช้ได้เฉพาะที่สาธารณะเท่านั้น ดังนั้น พื้นที่อื่นจำเป็นต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของพื้นที่ก่อน 



“โครงการทำมาแล้ว 6 เดือน ได้รับการตอบรับและความพอใจจากประชาชนเป็นอย่างมาก เห็นได้จากข้อมูลที่ประชาชนแจ้งเบาะแสเข้ามา รองจากการแจ้งเบาะแสในเรื่องของการขับขี่จักรยานยนต์บนทางเท้า โดยเป็นการแจ้งผ่านทุกช่องที่ กทม.เปิดไว้ให้ หลังจากนี้จะยังเดินหน้าต่อเพราะถือเป็นหนึ่งในนโยบายที่สำนักเทศกิจต้องเข้มงวดและทำต่อเนื่องต่อไป โดยมีเป้าหมายเก็บซากรถให้เป็นศูนย์” 

สำหรับผลพลอยได้หลังเคลื่อนย้ายซากรถพบว่าสามารถเพิ่มช่องจราจรได้มากขึ้น ในส่วนโครงการยกซากรถที่เป็นการเคลื่อนย้ายรถตามตรอกซอกซอย หากคำนวณแล้วสามารถจัดการได้เป็นระยะทางรวมแล้วประมาณ 5 กม. ที่เห็นได้ชัดอีกอย่างคือความสะอาดและปลอดภัย เนื่องจากหลายจุดที่มีซากรถจอดเดิมมักมีการทิ้งขยะพื้นที่โดยรอบสกปรก ต้นไม้ขึ้นรถครึ้ม เพราะรถบางคันจอดทิ้งมานานเกิน 10 ปี แต่หลังจัดระเบียบจะมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายรักษาความสะอาดฯ ของแต่ละเขต เข้าไปทำความสะอาดพื้นที่ด้วย



ท้ายนี้ ยังขอความร่วมมือประชาชนไม่จอดรถ หรือตั้งวางสิ่งของกีดขวางทางสาธารณะ เพื่อจะได้มีส่วนร่วมพัฒนาเมืองไปด้วยกัน  หากต้องการแจ้งเบาะแสการจอดทิ้งซากรถสามารถแจ้งได้ที่ฝ่ายเทศกิจทุกสำนักงานเขต  และหากเบาะแสนำไปสู่การจับปรับผู้แจ้งสามารถรับส่วนแบ่งครึ่งหนึ่งของค่าปรับตาม พ.ร.บ.รักษาความสะอาดฯ มาตรา 18 ที่กำหนดห้ามมิให้ผู้ใดทิ้งวางหรือกองซากยานยนต์บนถนนหรือสถานสาธารณะ ผู้ฝ่าฝืนระวางโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท.


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น