อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 16 พฤษภาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 16 พฤษภาคม 2564

เปลี่ยนเสน่ห์ราตรีเที่ยวกลางวัน 'ถนนข้าวสาร'สู้โควิด

ผู้ประกอบการถนนข้าวสารปรับแผนธุรกิจใหม่หาแนวทางดึงดูดนักท่องเที่ยว เริ่มด้วยช่วงสงกรานต์ ตกแต่งสถานที่ด้วยหลังคาว่าวสไตล์วิถีไทย ความยาวถนน 400 เมตร ศุกร์ที่ 9 เมษายน 2564 เวลา 14.30 น.


โควิด-19 แพร่ระบาดต่อเนื่องนานกว่า 1 ปี ไม่มีทีท่ายุติ ที่สำคัญยังมีแนวโน้มกลับมาแพร่ระบาดซ้ำ เช่นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นล่าสุดกับการแพร่ระบาดเป็นกลุ่มก้อนจากสถานบันเทิงย่านทองหล่อ กระจายไปอีกหลายจังหวัดทั่วประเทศ จนทำให้มีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จน กทม.ต้องยกระดับมาตรการประกาศปิดสถานที่เป็นการชั่วคราว ฉบับที่ 22 ตามมติของคณะกรรมการโรคติดต่อ ของ กทม. พร้อมสั่งปิดสถานบันเทิงในพื้นที่มีการระบาดเป็นวงกว้าง ได้แก่ เขตวัฒนา เขตคลองเตย และเขตบางแค 14 วัน

เป็นผลให้ร้านค้า สถานบันเทิง ผับ บาร์ คาราโอเกะ หรือสถานประกอบการที่มีลักษณะคล้ายสถานบริการ ใน 3 เขตดังกล่าว ต้องปิดให้บริการ คำสั่งปิดสถานบันเทิง มักเป็นสถานที่แรก ๆ ตั้งแต่ต้นปี 2563 ที่เริ่มมีการแพร่ระบาด ต้องยอมรับว่าธุรกิจสถานบันเทิง ย่านร้านอาหารยามราตรี ได้รับผลกระทบ “หนัก” ทุกครั้ง หลายช่วงที่คาดการณ์ฟื้นรายได้ช่วงเทศกาลสำคัญแต่ก็ต้องถอยหลังจากภาวะไม่ปลอดภัยของโรคติดต่อ ในจำนวนแหล่งท่องเที่ยวยามค่ำคืน “สีลม ข้าวสาร ทองหล่อ” จัดเป็นย่านดังยอดฮิต โดยเฉพาะถนนข้าวสาร ที่มีเสน่ห์ชัดเจน ถือเป็นจุดคาดหวังฟื้นตัวแต่ยังไร้วี่แววได้ลืมตาอ้าปาก หลังพลาดโอกาสโกยนักท่องเที่ยวมาหลายเทศกาล ต้องพับโครงการไปนักต่อนัก รวมถึงเทศกาลสงกรานต์ประจำปี 2564 ด้วย



นายสง่า เรืองวัฒนกุล นายกสมาคมผู้ประกอบธุรกิจถนนข้าวสาร เล่าว่า การเข้ามาของโรคระบาดโควิด-19 ส่งผลให้ เศรษฐกิจของถนนข้าวสารซบเซาลงมาก ร้านค้าต่างๆ ทยอยปิดให้บริการเพราะไม่มีนักท่องเที่ยว เพราะนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ และร้านค้าที่เปิดให้บริการส่วนใหญ่ก็เน้นให้บริการในรูปแบบที่ชาวต่างชาตินิยม อย่าง ร้านนวดแผนไทย นวดเท้า ร้านสัก ร้านถักผม เดิมแต่ละปีธุรกิจบนถนนข้าวสารมีเงินหมุนเวียนปีละกว่า 1,000 ล้านบาท แต่เพราะโควิด-19 ยอดเงินเหล่านี้ก็หายไป



อย่างไรก็ตาม เพื่อให้ถนนข้าวสารยังคงอยู่ได้ ล่าสุดได้มีการพูดคุยหารือกับสมาชิกสมาคมถึงความจำเป็นต้องปรับแผนธุรกิจใหม่ เพื่อหาแนวทางดึงดูดนักท่องเที่ยว จากเดิมนักท่องเที่ยวรู้จักถนนข้าวสารว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวยามค่ำคืน ตลอดถนนเส้นนี้เป็นที่ตั้งของผับ บาร์ ร้านอาหาร แต่หลังจากนี้ถนนข้าวสารจะถูกปรับให้กลายเป็น“ถนนสายบันเทิง” หรือ Entertainment Road ที่ไม่ได้มีเพียงผับ บาร์ ยามค่ำคืน ช่วงกลางวันถนนข้าวสารจะถูกตกแต่งให้เป็นอีกจุด “ปักหมุด” ท่องเที่ยวสายสตรีทอาร์ต



เน้นให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินถ่ายภาพสตรีทอาร์ต รับประทานอาหารจากร้านที่อยู่ในกระแส ยกตัวอย่าง ร้านอาหารเกาหลี ร้านอาหารญี่ปุ่น ฟังเพลงตามร้านที่มีสไตล์ของตัวเอง เช่น ร้านที่เปิดเพลงสไตล์ไอซ์แลนด์ เพลงฟังสบายแนววัยรุ่น โดยผู้ประกอบการร้านค้าสามารถปรับปรุงร้าน หา “กิมมิค” ตัวเองรองรับเป้าหมายกลุ่มลูกค้าและนักท่องเที่ยวที่เปลี่ยนไป และในอนาคตหากสามารถเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติได้ ถนนข้าวสาร ก็พร้อมปรับรูปแบบให้สอดรับต่อไป

เฉพาะเทศกาลสงกรานต์ทุกปีถนนข้าวสารจะมีเงินหมุนเวียนวันละ 10 ล้านบาท มีนักท่องเที่ยวไม่ต่ำกว่า 10,000 คน แต่ในปีนี้ นายกสมาคมผู้ประกอบธุรกิจถนนข้าวสาร คาดว่า แม้ยอดนักท่องเที่ยวจะลดลงแต่ถนนข้าวสารก็ยังจัดกิจกรรมให้เป็นสีสันช่วงวันหยุดยาว โดยการทำเป็นหลังตกแต่งสถานที่ด้วย 'ว่าวกระดาษ'
ทำเป็นหลังคายาวตลอดแนวความยาวถนน 400 เมตร ให้นักท่องเที่ยวเดินถ่ายภาพเป็นที่ระลึก ท่ามกลางมาตรการยกการ์ดป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19 ด้วยการตั้งจุดคัดกรอง วัดอุณหภูมิ ควบคู่การเฝ้าระวังไม่ให้นักท่องเที่ยวและประชาชน นำปืนฉีดน้ำ หรืออุปกรณ์ที่ใช้เล่นน้ำเข้าไปในถนนข้าวสารอย่างเด็ดขาด



สำหรับร้านอาหารที่มีลักษณะคล้ายสถานบริการ และสถานบันเทิงบนถนนข้าวสาร เบื้องต้น สมาคมฯ จะให้ความร่วมมือ ปิดสถานบันเทิงทั้งหมด เพื่อยับยั้งการระบาดของโควิด-19 ไปจนถึงวันที่ 12 เม.ย.นี้

อย่างไรก็ตาม ในช่วงเวลากลางวันที่ผู้ประกอบการเปิดให้บริการอาหาร เครื่องดื่ม ได้กำชับให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกัและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ตามที่รัฐกำหนด พร้อมแจ้งให้นักท่องเที่ยวปฏิบัติตามเคร่งครัด เพื่อให้วันหยุดยาวครั้งนี้ผ่านไปอย่างปลอดภัยที่สุด.


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น