อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 18 พฤษภาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 18 พฤษภาคม 2564

แนะกทม.ลดเสี่ยงถนนทรุดเพราะก่อสร้าง "Big data"ระบบสาธารณูปโภค-อาคาร-ถนน

ถนนทรุดเมืองกรุงป้องกันได้ หากก่อสร้างตามหลักมาตรฐานทางวิศวกรรมและมีการสำรวจวิเคราะห์สภาพดินของพื้นที่ ส่วนประชาชนหากพบเห็นผิวถนนเกิดผิดปกติมีรอยแยก แตก สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบป้องกันก่อนเกิดเหตุได้ พฤหัสบดีที่ 15 เมษายน 2564 เวลา 17.00 น.

 
จากที่ก่อนหน้านี้ ทีมข่าวชุมชนเมือง นสพ.เดลินิวส์ ได้สะท้อนถึงสาเหตุการเกิดอุบัติภัยทางถนนในลักษณะถนนยุบ ทรุดตัวในพื้นที่กทม.  ซึ่งจะพบว่ามีทั้งในส่วนที่สังเกตได้ยากและเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน และอีกส่วนอาจสามารถป้องกันหรือลดโอกาสเกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับงานก่อสร้างที่เป็นหนึ่งปัญหาที่มักพ่วงมาด้วยเสมอ    

ผศ.ดร.พงษ์พิพัฒน์ อานันทนสกุล ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมธรณีเทคนิค ภาควิชาวิศวกรรมโยธาและสิ่งแวดล้อม คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ให้ข้อมูลว่า โดยปกติการก่อสร้างถนนที่ดีจะเป็นไปตามหลักมาตรฐานทางวิศวกรรมและมีการสำรวจวิเคราะห์สภาพดินของพื้นที่เพื่อวางแผนการใช้วัสดุและเทคนิคการก่อสร้างที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ อย่างไรก็ตาม ยังคงมีปัจจัยอื่นที่ส่งผลกระทบต่อถนน และสภาพดินใต้ถนน ซึ่งมีอยู่หลายปัจจัย เช่น การขุด หรือรื้อระบบสาธารณูปโภค ทำให้ชั้นดินเปลี่ยนแปลง ประกอบกับการไหลของน้ำในชั้นดินที่พัดพาอนุภาคดินไปได้ เป็นเหตุให้เกิดโพรงใต้ดิน

ดังนั้น ในการก่อสร้างสิ่งใดที่เกี่ยวข้อง และใกล้เคียงถนน จำเป็นต้องทำอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ ตั้งแต่การเลือกใช้ชนิดดินในการถม และการบดอัดหลังจากการขุดที่ต้องควบคุมโดยวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ ส่วนเทคโนโลยีและวิศวกรรมการก่อสร้าง หรือ ขุด รื้อถอนสาธารณูปโภคจากหลายหน่วยงาน ควรเป็นอย่างไร  ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมธรณีเทคนิค ระบุ การก่อสร้างที่ต้องมีการขุดหรือรื้อถอนบริเวณถนน ไหล่ทาง หรือพื้นที่ใกล้กับถนน ต้องทำอย่างถูกหลักวิศวกรรม โดยเฉพาะข้อกำหนดด้านการบดอัดดิน การเลือกใช้วัสดุสำหรับถมและบดอัด ซึ่งในแง่ของความร่วมร่วมมือจากหน่วยงานต่างๆ ที่ใช้พื้นที่ร่วมกัน ต้องเคร่งครัดตามลักษณะข้อจำเพาะของงาน และเปิดเผยข้อมูลให้หน่วยงานที่ใช้พื้นที่ร่วมกันทราบเพื่อจะได้เดินหน้าการทำงานร่วมกันไปได้



ด้านเทคโนโลยีที่จะช่วยตรวจสอบสภาพและความแข็งแรงชั้นดินใต้ถนน เช่น การตรวจเช็กด้วยเครื่องหยั่งความลึกด้วยสัญญาณเรดาร์ GPR (Ground Penetrating Radar ) โดยใช้เทคนิคการสะท้อนของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าความถี่สูง การตรวจสอบสภาพใต้ถนนควรทำอย่างต่อเนื่อง เพื่อสังเกตการเปลี่ยนแปลงของสภาพดินใต้ถนน เพราะหากนำข้อมูลที่ได้ไปเปรียบเทียบจะพบว่าแต่ละปีสภาพดินใต้ถนนมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ หากพบจุดวิกฤติจะได้นำไปแก้ไข บำรุงรักษาพื้นถนน และสภาพดินใต้ถนน เพื่อเป็นการป้องกันล่วงหน้า

สำหรับเทคโนโลยีการทดสอบสภาพชั้นดินด้วยการวัดความต้านทานไฟฟ้า (Electrical Resistivity Tomography) อาศัยหลักความต้านทานไฟฟ้าที่เปลี่ยนแปลงตามโครงสร้างและปริมาณความชื้นในดิน เทคนิคดังกล่าวสามารถระบุตำแหน่งจุดรั่วซึมของท่อและอุโมงค์ส่งน้ำใต้ดินได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ ยังสามารถตรวจจับโพรงอากาศขนาดใหญ่ในชั้นดินได้อีกด้วย         

ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมธรณีเทคนิค ให้ข้อเสนอถึงการพัฒนาถนนและเมืองให้ยั่งยืน ควบคู่กับการลดอุบัติภัยจากถนนยุบว่า งานวิศวกรรมถือเป็นต้นทางและมีบทบาทต่อการพัฒนาเมืองที่มั่นคงปลอดภัย ตั้งแต่การสำรวจวิเคราะห์ชั้นดิน การออกแบบทางวิศวกรรม โครงสร้าง ระบบต่างๆ การเลือกใช้วัสดุและเทคโนโลยีการก่อสร้าง จนถึงการซ่อมบำรุง-รื้อถอน

“ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมก่อสร้างจึงต้องดำเนินงานอย่างถูกต้องตามหลักมาตรฐานวิศวกรรม และควรมีการตรวจสอบ มีการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะเรื่องการจัดการข้อมูลของพื้นที่ การบริหารจัดการความปลอดภัยในพื้นที่ก่อสร้างหรือซ่อมบำรุง รวมถึงการสื่อสารกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องและชุมชนใกล้เคียง”

ขณะที่บทบาทด้านเทคโนโลยี BIM (Building Information Modeling) ถือเป็นแนวทางที่ต้องเดินหน้าเพราะนอกจากเป็นกระบวนการ Digital Construction ช่วยเพิ่มคุณภาพและความรวดเร็ว ทำให้งานวิศวกรรมและสถาปัตยกรรมจากหลากหลายบุคลากรเชื่อมโยงกัน เป็นการประหยัดต้นทุนและมีประสิทธิภาพ ตั้งแต่ก่อนสร้าง ระหว่าง ไปจนถึงหลังก่อสร้างเสร็จแล้ว ยังเป็นฐานข้อมูลสำคัญที่สามารถนำมาใช้ร่วมกันได้ในภาพรวมความปลอดภัย  

นับตั้งแต่ปี 64 นี้ภาครัฐและเอกชนมีโครงการพัฒนาหลายเมืองให้เป็นสมาร์ทซิตี้ ตั้งเป้าหมาย 100 ย่าน ดังนั้น โครงการจึงต้องทำควบคู่ไปกับความปลอดภัยทางถนนทั้งบนดิน ใต้พื้น และผิวถนนด้วย ซึ่งจะยิ่งทำให้ฐานข้อมูลหลัก (Big Data) มีส่วนสำคัญในการรวมระบบสาธารณูปโภค อาคาร และถนน เข้าด้วยกัน จะได้เห็นสภาพพื้นที่ที่ถูกต้องเป็นปัจจุบันและเป็นประโยชน์ต่อการบริหารจัดการเมืองอัจฉริยะ

ทั้งนี้ แนะนำถึงแผนการตรวจสอบสภาพถนนโดยหน่วยงานในพื้นที่ว่าต้องมีความชัดเจนและใช้เครื่องมือที่มีประสิทธิภาพ โดยต้องทำอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ และรัฐควรสนับสนุนทุนโครงการสำรวจลักษณะสภาพดินของทุกจังหวัด เพื่อใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานทางวิศวกร สถาปนิกและผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมก่อสร้าง เพื่อประโยชน์ในการออกแบบ วางแผน การใช้วัสดุและเทคโนโลยีสร้างถนนและสิ่งปลูกสร้างให้แข็งแรงเหมาะสมกับสภาพพื้นที่



อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาในพื้นที่ กทม.ยังไม่มีสถิติเกิดหลุมยุบบ่อยมาก แต่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราว และถนนที่มีโอกาสเกิดหลุมยุบ เช่น ถนนที่มีการเปิดผิวจราจรเพื่อวางระบบสาธารณูปโภค เช่น ท่อระบายน้ำ ท่อแก๊ส สายไฟฟ้า สายสัญญาณอินเทอร์เน็ต และถมดินกลับไม่มั่นคงแข็งแรง บริเวณใกล้เคียงกับการก่อสร้างอุโมงค์รถไฟฟ้า อุโมงค์ระบายน้ำ หรือการก่อสร้างห้องใต้ดินขนาดใหญ่ ที่จอดรถใต้ดิน บ่อบำบัดน้ำเสีย สถานีรถไฟฟ้าใต้ดินและระบบปล่องระบายอากาศ

ในกรณีประชาชนทั่วไปที่ใช้ถนนเพื่อการสัญจรสิ่งที่สามารถสังเกตความผิดปกติได้ก่อนนั้น ยอมรับว่าเป็นเรื่องยาก เพราะต้องใช้เครื่องมือตรวจวัดทางวิศวกรรมโดยเฉพาะ การสังเกตที่พอสามารถทำได้หากเห็นสภาพถนนมีความผิดปกติ เช่น รอยแยกยุบบนพื้นผิวถนน หรือรูโพรง ควรรีบแจ้งเจ้าหน้าที่เขต เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบถนนแล้วพบว่ามีความเสี่ยงที่จะเกิดการยุบเป็นหลุม จะได้ติดป้ายเตือน หรือหากมีโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ หรือการซ่อมสร้างถนนอยู่ใกล้บ้าน ประชาชนควรสอบถามผู้รับเหมา หรือเจ้าของโครงการถึงวิธีการหรือมาตรการป้องกันผลกระทบต่อบ้านและชุมชนที่อยู่ใกล้บริเวณนั้น เพราะโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่จะต้องมีอุปกรณ์ไว้ตรวจวัดการเคลื่อนตัวของผิวถนน และอาคารข้างเคียงเป็นระยะ สอดรับกับทุกขั้นตอนการก่อสร้างโครงสร้างได้.

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น