อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 27 กรกฎาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 27 กรกฎาคม 2564

กทม.เร่งค้นหาผู้ป่วยโควิดเชิงรุก เขต'ปทุมวัน-คลองเตย'

กทม. ร่วมกับ สปคม. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำรถพระราชทานรถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัย มาให้บริการตรวจหาเชื้อโควิด-19 แก่ประชาชนบริเวณศูนย์สร้างสุขทุกวัยชุมชนพัฒนาบ่อนไก่ เขตปทุมวัน และตลาดคลองเตย เขตคลองเตย เพื่อเร่งค้นหาผู้ติดเชื้อและนำส่งเข้าสู่ระบบการรักษาให้เร็วที่สุด อังคารที่ 4 พฤษภาคม 2564 เวลา 17.10 น.

เมื่อวันที่ 4 พ.ค. พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. พร้อมคณะผู้บริหาร กทม. ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการให้บริการตรวจหาเชื้อโควิด-19 แก่ประชาชน โดยรถพระราชทานรถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัย พร้อมมอบเจลแอลกอฮอล์ให้แก่ประชาชนที่มารอรับบริการ บริเวณศูนย์สร้างสุขทุกวัยชุมชนพัฒนาบ่อนไก่ เขตทุมวัน และตลาดคลองเตย เขตคลองเตย

ผู้ว่าฯ กทม. เปิดเผยว่า กทม.ได้ร่วมกับสถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง (สปคม.) ลงพื้นที่ให้บริการตรวจหาเชื้อโควิด-19 เชิงรุก ตามข้อสั่งการของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ซึ่งมีความเป็นห่วงในสุขภาพของประชาชน ที่อาศัยอยู่ในชุมชนพื้นที่คลองเตยและปทุมวัน โดยพื้นที่เขตปทุมวัน ร่วมกับ ศบส.16 ลุมพินี กรมควบคุมโรค สธ. ทำการตรวจคัดกรองหาผู้ติดเชื้อจากกลุ่มเสี่ยงภายในชุมชนบ่อนไก่ โดยรถพระราชทานรถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัย จำนวน 3 คัน วันนี้คาดว่าจะตรวจได้ประมาณ 1,000 คน ส่วนที่เขตคลองเตยวันนี้ สำนักงานเขตคลองเตย ร่วมกับ ศบส. 41 คลองเตย และกรมควบคุมโรค สธ. นำรถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัย จำนวน 2 คัน มาให้บริการ คาดว่าจะตรวจได้ประมาณ 600 คน



อย่างไรก็ตาม สำหรับการตรวจหาเชื้อด้วยวิธี SWAB ในครั้งนี้ เขตปทุมวันจะสามารถให้บริการได้วันละ 1,000 คน ส่วนคลองเตยได้กำชับให้เขตเพิ่มจุดให้บริการตรวจให้ได้อีก 4 จุด เพื่อให้สามารถตรวจได้วันละ 1,000 คนต่อจุด รวม 4,000 คน ส่วนผลการตรวจจะแจ้งให้ผู้รับการตรวจทราบภายใน 24 ชม.และผู้ที่มีผลการตรวจเป็น Negative หรือไม่ติดเชื้อ ก็ขอให้ไปรับวัคซีนป้องกันโควิด-19 ทุกคน

ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนของการฉีดวัคซีนให้กับประชาชนในพื้นที่ชุมชนคลองเตยจะพยายามฉีดให้ทั่วถึงครบทุกคน เบื้องต้น กทม.ตั้งเป้าจะฉีดให้ครอบคลุมประชาชน 50,000 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 70 ของประชาชนในพื้นที่ และมอบหมายให้เขตไปเพิ่มจุดบริการวัคซีนให้ทั่วถึง และจากการลงพื้นที่ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ จัดระบบการรอรับบริการให้เหมาะสม และควรนัดประชาชนมารอรับบริการตามช่วงเวลา เพื่อลดระยะเวลาการรอคอย และไม่ให้เกิดความแออัดในการใช้บริการ รวมทั้งให้ความมั่นใจแก่ประชาชนว่า หากติดเชื้อ กทม.พร้อมจะนำส่งเข้าสู่ระบบการรักษาของ กทม. ซึ่งมีอยู่หลายแห่งแบ่งการรักษาตามระดับอาการของผู้ป่วย พร้อมมอบยาฟาวิพิราเวียร์ให้แก่ผู้ป่วยตามระดับอาการที่แพทย์ประเมิน ซึ่ง กทม.ได้ดำเนินการจัดซื้อยาดังกล่าวเพิ่มเติม ให้เพียงพอต่อความต้องการของประชาชนด้วย



ส่วนกรณีที่มีความห่วงใยของหลายๆ ฝ่าย ถึงการนำร่องแจกยาฟาวิพิราเวียร์ให้กับผู้ป่วยโควิดเขียว เมื่อเข้ารับการรักษาใน รพ.สนาม ของ กทม.ว่าอาจจะทำให้จำนวนยาไม่เพียงพอได้นั้น ผู้ว่าฯ กทม.ระบุว่า ในส่วนของ กทม.ได้มีการสั่งซื้อเพิ่มเติมแล้ว จึงคาดว่าจะมีเพียงพอ แต่อย่างไรก็ตามในวันพรุ่งนี้ (5 พ.ค.) กทม.ได้เชิญผู้เชี่ยวชาญจากหลายภาคส่วน และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากหลายสถาบัน เช่น แพทยสมาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ผู้แทนราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ สมาคมอุรเวชช์แห่งประเทศไทย อธิบดีกรมการแพทย์ พร้อมด้วยคณะแพทยศาสตร์จากมหาวิทยาลัยต่าง ๆ มาจะประชุมร่วมกัน เพื่อหารือและหาข้อสรุปถึงแนวทางการให้ยาฟาวิพิราเวียร์แก่ผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ที่เหมาะสมที่สุดต่อไป.




 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 62