อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 18 ตุลาคม 2560
เสด็จสู่ฟากฟ้าสุราลัย

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 18 ตุลาคม 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

"จดหมาย ถึง เดลินิวส์" วันที่ 22 ธันวาคม 2554

พฤหัสบดีที่ 22 ธันวาคม 2554 เวลา 00.00 น.

ชี้แจงเรื่องกลิ่นเหม็นจากฟาร์มเลี้ยงหมู

ที่ อต 0013.2/14172       ศาลากลางจังหวัดอุตรดิตถ์
ถนนประชานิมิต อต 53000

เรื่อง กรณีร้องเรียนกลิ่นเหม็นจากฟาร์มเลี้ยงสุกร

เรียน บรรณาธิการหนังสือพิมพ์เดลินิวส์

ตามที่หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 17 พฤศจิกายน 2554 หน้า 8 คอลัมน์ “จดหมายถึงเดลินิวส์” นำเสนอข่าวร้องเรียนว่า ชาวบ้านหมู่ที่ 4 ตำบลฝายหลวง อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ ร้องทุกข์ว่า ต้องทนทุกข์กับกลิ่นจากฟาร์มสุกรที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียง ได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะช่วงกลางคืนจะมีกลิ่นเหม็นรุนแรงมาก กระทบต่อการดำรงชีวิตเป็นอย่างมาก เป็นเหตุให้ชาวบ้านหลายคนป่วยเป็นโรคภูมิแพ้และเครียดจากการพักผ่อนไม่เพียงพอ นั้น

จังหวัดอุตรดิตถ์ได้มอบหมายให้สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดอุตรดิตถ์ อำเภอลับแล สำนักงานปศุสัตว์อำเภอลับแล สำนักงานสาธารณสุขอำเภอลับแล และองค์การบริหารส่วนตำบลฝายหลวง ตรวจสอบข้อเท็จจริงและแก้ไขปัญหากรณีร้องเรียนดังกล่าว ปรากฏว่า ฟาร์มสุกรที่มีปัญหากลิ่นเหม็นคือ ลับแลฟาร์ม ตั้งอยู่เลขที่ 41 หมู่ที่ 4 ตำบลฝายหลวง อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ ซึ่งเป็นฟาร์มสุกรที่เคยมีเรื่องร้องเรียนผ่านศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดอุตรดิตถ์ เมื่อเดือนมีนาคม 2554 และจังหวัดได้มีข้อแนะนำให้มีการดูแลรักษาความสะอาดโรงเรือน ใช้ EM ล้างทำความสะอาด และเก็บกวาดกำจัดมูลสุกรทุกวัน เพื่อลดปัญหาเรื่องกลิ่น สำหรับปัญหาเรื่องกลิ่นเหม็นที่มีการร้องเรียนครั้งนี้ เนื่องจากผู้ประกอบการไม่ดูแลรักษาความสะอาดฟาร์มอย่างต่อเนื่อง จังหวัดจึงมีข้อแนะนำในการแก้ไขปัญหากลิ่นให้ผู้ประกอบการปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด และเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการลดปัญหาการร้องเรียนเรื่องกลิ่นเหม็น จึงได้มีคำสั่งให้ผู้ประกอบการจัดทำบ่อเกรอะกักเก็บสิ่งปฏิกูลก่อนระบายลงบ่อบำบัดน้ำเสียให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน ทั้งนี้จังหวัดได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามการแก้ไขปัญหาอย่างเข้มงวดต่อไปด้วยแล้ว

จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ
ขอแสดงความนับถือ
นายเฉลิมชัย  เฟื่องคอน
รองผู้ว่าราชการจังหวัด ปฏิบัติราชการแทน
ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์

.......................................................

ขอให้รถทหารมาช่วยขนขยะน้ำท่วม

เรียน คุณเอก วิภาวดี

ข้าพเจ้าชาวลพบุรี เขตพรหมมาสตร์ ซึ่งถูกน้ำท่วมหนัก 2 เดือน หลังน้ำลดชาวบ้านนำขยะมากองไว้ให้รถขยะอบต. นำไปทิ้ง ตามถนนใหญ่เก็บไปหมด ส่วนซอยต่าง ๆ จะเลือกเก็บ ใครให้พิเศษจึงจะนำไปทิ้งให้จนขยะสุมกองใหญ่ ชาวบ้านคนจนไม่มีรถจะนำทิ้งในแม่น้ำใกล้บ้านก็กลัวแม่น้ำจะเน่า ขอรถทหารช่วยนำไปทิ้งด้วย ไหน ๆ ก็ช่วยน้ำท่วมแล้ว เพราะ อบต.ไม่สนใจชาวบ้านพรหมมาสตร์

.......................................................

กว่าจดหมายฉบับนี้จะลงตีพิมพ์การขนขยะตามซอยต่าง ๆ ที่อยู่ในเขตพรหมมาสตร์อาจจะจัดเก็บเป็นที่เรียบร้อยแล้วก็ได้ แต่ถ้าขณะนี้ยังจัดเก็บขยะไม่เรียบร้อยก็เป็นการสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาเรื่องการบริหารการจัดเก็บขยะหลังน้ำลดของ อบต.ในพื้นที่ว่าไม่มีประสิทธิภาพที่จะทำให้ประชาชนรู้สึกคลายความทุกข์ลงไปหลังจากที่น้ำได้ลดลงไปแล้ว 

.......................................................

ขอให้ระงับการทุบทิ้งหอนาฬิกา

เรียน คุณเอก วิภาวดี ผ่านไปถึง อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น

เนื่องจากความขัดแย้งระหว่างคณะเทศมนตรีผู้บริหารเทศบาลตำบลหงาวชุดปัจจุบัน กับคณะเทศมนตรีผู้บริหารชุดเก่า คณะเทศมนตรีชุดใหม่จึงจัดให้มีการทำประชาพิจารณ์ และลงมติออกเสียงให้ทุบทิ้งหอนาฬิกา เมื่อวันที่ 20 พ.ย. 54 ที่ผ่านมา ผลการลงประชามติทุบทิ้ง 167 เสียง และให้คงไว้ไม่ทุบทิ้ง 72 เสียง แต่จำนวนประชาชนในเขตเทศบาลตำบลหงาวเป็นผู้มีสิทธิออกเสียงรวมแล้ว 3,800 กว่าคน การลงประชามติในครั้งนี้มีผู้มาใช้สิทธิไม่ถึงหนึ่งในสี่

หอนาฬิกาคณะเทศมนตรีชุดปัจจุบันจะทุบทิ้งสร้างโดยการจัดสรรงบประมาณจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดระนองเป็นเงิน 480,000 บาท (สี่แสนแปดหมื่นบาท) สร้างเมื่อ 12 ปีที่แล้ว เมื่อทาง อบจ.ระนองสร้างให้ ทาง อบจ. ได้ดำเนินการทำพิธีเปิดและนำป้ายแผ่นสีทองเขียนว่า “หอนาฬิกาเฉลิมพระเกียรติ รัชกาลที่ 9 เจ็ดสิบสองพรรษา” มาติดไว้ด้านหน้าหอนาฬิกา

คณะเทศมนตรีชุดปัจจุบันนี้ อ้างว่าทุบทิ้งหอนาฬิกาเฉลิมพระเกียรติ เพื่อนำพื้นที่มาสร้างโรงคลุมอเนกประสงค์ แต่ปัจจุบันนี้คณะเทศมนตรีชุดเก่าได้สร้างโรงคลุมอเนกประสงค์ขนาดใหญ่ไว้แล้วข้างสำนักงานที่ทำการเทศบาลตำบลหงาว และใช้งานอยู่แล้ว ราษฎรในส่วนที่ไม่เห็นด้วยกับการทุบทิ้งหอนาฬิกาเห็นว่า การทุบทิ้งหอนาฬิกาที่สวยงาม เป็นการผลาญเงินภาษีอากรของราษฎรทั้งประเทศ ขณะนี้ประสบภาวะน้ำท่วมภาคกลางและกรุงเทพมหานครของประเทศไทย  ประเทศชาติต้องการเงินจำนวนมหาศาลมาฟื้นฟูประเทศ สิ่งใดที่มีอยู่แล้วควรเก็บไว้ใช้ประโยชน์ไม่ใช่ทำลาย ขอได้โปรดระงับการทุบทิ้งหอนาฬิกานี้ด้วย

ราษฎรหงาว

.......................................................

ความจริงแล้วถ้าเคารพในผลการลงประชามติที่เสียงส่วนใหญ่ให้ทุบหอนาฬิกาทิ้ง ทุกอย่างก็จะไม่มีปัญหาอะไร สำหรับปัญหาที่ยังมีเสียงคัดค้านหลังลงประชามติไปแล้ว ทางเราไม่สามารถล่วงรู้เบื้องลึกได้ว่าอะไรเป็นอะไร อย่างไรก็ตามก็ฝากให้คณะเทศมนตรีตำบลหงาวได้รับทราบ เพื่อที่จะได้ทำการชี้แจงให้เกิดความเข้าใจแก่ทุกฝ่าย เพื่อมิให้มีปัญหาตามมาภายหลัง.



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

คำสำคัญ

บอกต่อ : 0