อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 15 ธันวาคม 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 15 ธันวาคม 2561

อายัดทรัพย์ตัวการใหญ่ฉ้อโกงขอคืนภาษีรัฐ

“ธาริต” เผยอายัดทรัพย์ตัวการใหญ่ขบวนการฉ้อโกงขอคืนภาษีรัฐ หลังพบนำเงินไปลงทุนซื้อทองคำหลายครั้งรวมกว่า 500 ล้านบาท พฤหัสบดีที่ 18 กรกฎาคม 2556 เวลา 02.26 น.

                วันนี้18 ก.ค.ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) นายธาริต  เพ็งดิษฐ์  อธิบดีดีเอสไอ  กล่าวถึงคดีโกงภาษีมูลค่าเพิ่มกว่า 4,600 ล้านบาท ว่า  เมื่อช่วงบ่าย(18 ก.ค.)เวลาประมาณ 14.30 น. ที่ผ่านมา  เจ้าหน้าที่ดีเอสไอได้ทำการสืบค้นแฝงตัวพบตัวการหลักที่เกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงภาษีคือนายวีรยุทธ  แซ่หลก ซึ่งพบพฤติกรรมมีการยักย้ายเงินไปซื้อทองคำกับบริษัท โกลเบล็กโฮลดิ้ง   แมนเนจเม้น จำกัด(มหาชน) โดยจะทยอยซื้อครั้งละ 30-50 ล้านบาท  เพื่อป้องกันการตรวจสอบ รวมเป็นเงินกว่า 500 ล้านบาท ซึ่งดีเอสไอได้ทำการอายัดทรัพย์ทั้งหมดนี้   อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ดีเอสไอได้มีการอายัดบัญชีบุคคลเกี่ยวข้องไปแล้ว 107 บัญชีแต่มีมูลค่าไม่มากนัก

                นายธาริต  ยังกล่าวถึงกรณีสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.) ได้ประกาศแจ้งเตือนว่ากองทุน Standard Morgan ซึ่งเป็นกองทุนที่ไม่มีการจดทะเบียนขออนุญาตจากก.ล.ต.เพื่อขายกองทุนในประเทศไทยและมีการชักชวนให้คนไทยเข้าร่วมลงทุนผ่านเว็บไซต์ www. Standardmorgan.com  โดยมีการจดทะเบียนเว็บไซต์เมื่อวันที่ 14 ก.ค. 2555 ที่ผ่านมา  นอกจากนี้ยังมีการใช้ชื่อในเว็บไซต์อื่นๆ อาทิ Standardmorganfund ,standardmorgan2u.blogspot.com  มีการใช้เฟสบุ๊คส่วนตัวชักชวนเพื่อหาสมาชิกต้นสาย  โดยกองทุนดังกล่าวระบุบนหน้าเว็บไซต์ว่าเปิดดำเนินการมาแล้ว 35 ปี มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองซูริก  ประเทศสวิสเซอร์แลนด์   มีสาขาทั่วโลกอีกทั้งยังแอบอ้างใช้รูปบุคคลสำคัญและบุคคลที่มีชื่อเสียงมาเป็นผู้บริการกองทุนเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ  ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า มีผู้ร่วมลงทุนประมาณ 3,000 คน ทั่วประเทศ และมีผู้ถูกหลอกลวงได้รับความเสียหายมูลค่ากว่า  170  ล้านบาท
                นายธาริต  กล่าวว่า  ทางก.ล.ต.ยืนยันชัดว่า ไม่เคยมีการอนุญาตให้ขายกองทุนดังกล่าวในประเทศไทย  และปัจจุบันยังพบอีกว่ากองดังกล่าวได้เปิดตัวเพื่อระดมทุนจากนักลงทุนในประเทศอินโดนีเซีย และมีการลงทุนจำนวนมากได้รับผลกระทบจากกองทุนดังกล่าวโดยยังมาเคยมีใครได้รับเงินคืน  อีกทั้งไม่สามารถติดต่อผู้บริหารในอินโดนีเซียได้เลย  เชื่อว่าอาจมีประเทศอื่นๆอีกที่ได้รับผลกระทบจากกองทุนดังกล่าว เพราะมีการระบุว่ามีสาขาอยู่ในประเทศอื่นๆอีก 22 ประเทศ อย่างไรดีเอสไอได้รับไว้เป็นคดีพิเศษแล้ว และจะมีการดำเนินคดีกับผู้บริหารในข้อหาฉ้อโกงประชาชนและทำผิดพ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และทำความผิดตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์                                         



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

คำสำคัญ

บอกต่อ : 0