อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 2 กรกฎาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 2 กรกฎาคม 2563

อายัดทรัพย์ตัวการใหญ่ฉ้อโกงขอคืนภาษีรัฐ

“ธาริต” เผยอายัดทรัพย์ตัวการใหญ่ขบวนการฉ้อโกงขอคืนภาษีรัฐ หลังพบนำเงินไปลงทุนซื้อทองคำหลายครั้งรวมกว่า 500 ล้านบาท พฤหัสบดีที่ 18 กรกฎาคม 2556 เวลา 02.26 น.

                วันนี้18 ก.ค.ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) นายธาริต  เพ็งดิษฐ์  อธิบดีดีเอสไอ  กล่าวถึงคดีโกงภาษีมูลค่าเพิ่มกว่า 4,600 ล้านบาท ว่า  เมื่อช่วงบ่าย(18 ก.ค.)เวลาประมาณ 14.30 น. ที่ผ่านมา  เจ้าหน้าที่ดีเอสไอได้ทำการสืบค้นแฝงตัวพบตัวการหลักที่เกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงภาษีคือนายวีรยุทธ  แซ่หลก ซึ่งพบพฤติกรรมมีการยักย้ายเงินไปซื้อทองคำกับบริษัท โกลเบล็กโฮลดิ้ง   แมนเนจเม้น จำกัด(มหาชน) โดยจะทยอยซื้อครั้งละ 30-50 ล้านบาท  เพื่อป้องกันการตรวจสอบ รวมเป็นเงินกว่า 500 ล้านบาท ซึ่งดีเอสไอได้ทำการอายัดทรัพย์ทั้งหมดนี้   อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ดีเอสไอได้มีการอายัดบัญชีบุคคลเกี่ยวข้องไปแล้ว 107 บัญชีแต่มีมูลค่าไม่มากนัก

                นายธาริต  ยังกล่าวถึงกรณีสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.) ได้ประกาศแจ้งเตือนว่ากองทุน Standard Morgan ซึ่งเป็นกองทุนที่ไม่มีการจดทะเบียนขออนุญาตจากก.ล.ต.เพื่อขายกองทุนในประเทศไทยและมีการชักชวนให้คนไทยเข้าร่วมลงทุนผ่านเว็บไซต์ www. Standardmorgan.com  โดยมีการจดทะเบียนเว็บไซต์เมื่อวันที่ 14 ก.ค. 2555 ที่ผ่านมา  นอกจากนี้ยังมีการใช้ชื่อในเว็บไซต์อื่นๆ อาทิ Standardmorganfund ,standardmorgan2u.blogspot.com  มีการใช้เฟสบุ๊คส่วนตัวชักชวนเพื่อหาสมาชิกต้นสาย  โดยกองทุนดังกล่าวระบุบนหน้าเว็บไซต์ว่าเปิดดำเนินการมาแล้ว 35 ปี มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองซูริก  ประเทศสวิสเซอร์แลนด์   มีสาขาทั่วโลกอีกทั้งยังแอบอ้างใช้รูปบุคคลสำคัญและบุคคลที่มีชื่อเสียงมาเป็นผู้บริการกองทุนเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ  ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า มีผู้ร่วมลงทุนประมาณ 3,000 คน ทั่วประเทศ และมีผู้ถูกหลอกลวงได้รับความเสียหายมูลค่ากว่า  170  ล้านบาท
                นายธาริต  กล่าวว่า  ทางก.ล.ต.ยืนยันชัดว่า ไม่เคยมีการอนุญาตให้ขายกองทุนดังกล่าวในประเทศไทย  และปัจจุบันยังพบอีกว่ากองดังกล่าวได้เปิดตัวเพื่อระดมทุนจากนักลงทุนในประเทศอินโดนีเซีย และมีการลงทุนจำนวนมากได้รับผลกระทบจากกองทุนดังกล่าวโดยยังมาเคยมีใครได้รับเงินคืน  อีกทั้งไม่สามารถติดต่อผู้บริหารในอินโดนีเซียได้เลย  เชื่อว่าอาจมีประเทศอื่นๆอีกที่ได้รับผลกระทบจากกองทุนดังกล่าว เพราะมีการระบุว่ามีสาขาอยู่ในประเทศอื่นๆอีก 22 ประเทศ อย่างไรดีเอสไอได้รับไว้เป็นคดีพิเศษแล้ว และจะมีการดำเนินคดีกับผู้บริหารในข้อหาฉ้อโกงประชาชนและทำผิดพ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และทำความผิดตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์                                         



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%